อนึ่ง คนเหล่าอื่นไม่มีปรีชาสามารถจะกล่าวจำแนกอภิธรรมปิฎก สมันตปัฏฐานอนันตนัย ๒๔ ประการว่า ชื่อว่าสติปัฏฐาน ๔ ชื่อว่าอริยมรรคมีองค์ ๘ ชื่อว่าขันธ์ ๕ ชื่อว่าอายตนะ ๑๒ ชื่อว่าธาตุ ๑๘ ชื่อว่าอริยสัจ ๔ ชื่อว่าอินทรีย์ ๒๒ ชื่อว่าเหตุ ๙ ชื่อว่าอาหาร ๔ ชื่อว่าผัสสะ ๗ ชื่อว่าเวทนา ๗ ชื่อว่าสัญญา ๗ ชื่อว่าเจตนา ๗ ชื่อว่าจิต ๗ ในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า กามาวจรธรรมเท่านี้ ชื่อว่ารูปาวจรปริยาปันธรรมเท่านี้ ชื่อว่าอรูปาวจรอปริยาปันธรรมเท่านี้ ชื่อว่าโลกิยธรรมเท่านี้ ชื่อว่าโลกุตตธรรมเท่านั้น.

ดังนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงถึงฐานะ คือทรงกำหนดธรรมอันเป็นภูมิพิเศษ ทรงบันลือจึงเป็นการยิ่งใหญ่ พระปรีชาญาณก็ติดตามมา ประกอบด้วยสุญญตา ดังนี้แล.

อนึ่ง อวิชชานี้ใดเป็นปัจจัยแก่สังขารทั้งหลาย โดยอาการ ๙ อย่าง คือ อวิชชานั้นเป็นปัจจัยโดยภาวะที่เกิดขึ้น ๑ เป็นปัจจัยโดยภาวะที่เป็นไป ๑ เป็นปัจจัยโดยภาวะที่เป็นนิมิต ๑ เป็นปัจจัยโดยความประมวลมา ๑ โดยเป็นความประกอบร่วม ๑ โดยเป็นความกังวล ๑ โดยเป็นสมุทัย ๑ โดยเป็นเหตุ ๑ โดยเป็นปัจจัย ๑.

อนึ่ง สังขารเป็นต้นก็เป็นปัจจัยแก่วิญญาณเป็นต้น โดยอาการ ๙ อย่าง

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๓๕๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. พรหมชาลสูตร”