บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงพวกศากยะเหล่านั้น ด้วยอำนาจแห่งชื่อ จึงตรัสพระดำรัสมีว่า โอกฺกามุขํ เป็นต้น. ในเรื่องนั้นมีคำที่จะกล่าวตามลำดับ ดังต่อไปนี้.

ดังได้สดับมา พระราชโอรสของพระเจ้ามหาสมมติราชแห่งกัปที่เป็นปฐมกัป ทรงพระนามว่า โรชะ พระราชโอรสของพระเจ้าโรชะ ทรงพระนามว่าวโรชะ. ของพระเจ้าวโรชะ ทรงพระนามว่า กัลยาณะ. ของพระเจ้ากัลยาณะ ทรงพระนามว่า วรกัลยาณะ. ของพระเจ้าวรกัลยาณะ ทรงพระนามว่า มันธาตุ. ของพระเจ้ามันธาตุ ทรงพระนามว่า วรมันธาตุ. ของพระเจ้าวรมันธาตุ ทรงพระนามว่า อุโบสถ. ของพระเจ้าอุโบสถ ทรงพระนามว่า วระ. ของพระเจ้าวระ ทรงพระนามว่า อุปวาระ. ของพระเจ้าอุปวะ ทรงพระนามว่า มฆเทวะ. ของพระเจ้าฆฆเทวะ โดยสืบตามลำดับมาเป็นกษัตริย์ ๘๔,๐๐๐ พระองค์.

หลังจากกษัตริย์เหล่านั้นได้มีวงศ์สกุลของพระเจ้าโอกกากะ ๓ สกุล.

ใน ๓ สกุลนั้น พระเจ้าโอกากราชที่ ๓ ทรงมีพระมเหสี ๕ พระองค์ คือทรงพระนามว่า หัตถา จิตตา ชันตุ ชาลินี และวิสาขา. สำหรับพระมเหสีแต่ละพระองค์มีสตรีองค์ละ ๕๐๐ เป็นบริวาร. พระมเหสีองค์ใหญ่ที่สุดมีพระราชโอรส ๔ พระองค์ คือทรงพระนามว่า โอกกามุขะ กรกัณฑุ หัตถินิกะ สินิปุระ. มีพระราชธิดา ๕ พระองค์ คือทรงพระนามว่า ปิยา สุปปิยา อานันทา วิชิตา วิชิตเสนา. พระองค์ประสูติพระราชบุตรและพระราชธิดา ๙ พระองค์แล้วก็สวรรคต ด้วยประการฉะนี้.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๘๗๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. อัมพัฏฐสูตร”