สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ,
อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏนฺ"ติ ๒- จ.
"เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เย เกจิ เม พีชคามภูตคามา วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺติ, สพฺเพ เต ปฐวึ นิสฺสาย ปฐวิยํ ปติฏฺฐาย เอวเมเต พีชคามภูตคามา วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺติ, เอวเมว โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย (อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวนฺโต, อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรนฺโต วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ ปาปุณาติ ธมฺเมสุ. ๓- ฯเปฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว หิมวนฺตํ ฯเปฯ) สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวนฺโต, สตฺต โพชฺฌงฺเค พหุลีกโรนฺโต มหตฺตํ วา เวปุลฺลตฺตํ วา ปาปุณาติ ธมฺเมสู"ติ ๔- จ เอวํ อญฺญานิปิ อเนกานิ สุตฺตานิ ทฏฺฐพฺพานิ. เอวมเนเกสุ สุตฺตสเตสุ สีลํ มหนฺตเมว กตฺวา กถิตํ. ตํ กสฺมา อิมสฺมึ ฐาเน "อปฺปมตฺตกนฺ"ติ อาหาติ? อุปริคุเณ อุปนิธาย. สีลํ หิ สมาธึ น ปาปุณาติ, สมาธิ ปญฺญํ น ปาปุณาติ, ตสฺมา อุปริมํ อุปริมํ อุปนิธาย เหฏฺฐิมํ โอรมตฺตกํ นาม โหติ.
กถํ สีลํ สมาธึ น ปาปุณาติ? ภควาหิ อภิสมฺโพธิโต สตฺตเม สํวจฺฉเร สาวตฺถีนครทฺวาเร คณฺฑมฺพรุกฺขมูเล ทฺวาทสโยชเน รตนมณฺฑเป โยชนปฺปมาเณ รตนปลฺลงฺเก นิสีทิตฺวา ติโยชนิเก ทิพฺพเสตจฺฉตฺเต ธาริยมาเน ทฺวาทสโยชนาย ปริสาย อตฺตาทานปริทีปนํ ติตฺถิยมทฺทนํ "อุปริมกายโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ, เหฏฺฐิมกายโต อุทกธารา ปวตฺตติ ฯเปฯ เอเกกโลมกูปโต อคฺคิกฺขนฺโธ ปวตฺตติ เอเกกโลมกูปโต อุทกธารา ปวตฺตติ, ฉนฺนํ วณฺณานนฺ"ติ อาทินยปฺปวตฺตํ ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสติ. ตสฺส สุวณฺณวณฺณสรีรโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิโย อุคฺคนฺตฺวา ยาว ภวคฺคา คจฺฉนฺติ, สกลทสสหสฺสจกฺกวาฬสฺส อลงฺกรณกาโล ๕- วิย โหติ ทุติยา ทุติยา รสฺมิโย ปุริมาย ปุริมาย ยมกยมกา ๖- วิย เอกกฺขเณ วิย ปวตฺตนฺติ.