นีลรสฺมิอตฺถาย หิ ภควา นีลกสิณํ สมาปชฺชติ, ปีตรสฺมิอตฺถาย ปีตกสิณํ, โลหิตโอทาตรสฺมิอตฺถาย โลหิตโอทาตกสิณํ, อคฺคิกฺขนฺธตฺถาย เตโชกสิณํ, อุทกธารตฺถาย อาโปกสิณํ สมาปชฺชติ. สตฺถา จงฺกมติ, นิมฺมิโต ติฏฺฐติ วา นิสีทติ วา เสยฺยํ วา กปฺเปตีติ ๑- สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. เอตฺถ เอกํปิ สีลสฺส กิจจํ นตฺถิ, สพฺพํ สมาธิกิจฺจเมว. เอวํ สีลํ สมาธึ น ปาปุณาติ.
ยํ ปน ภควา กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขยฺยานิ ปารมิโย ปูเรตฺวา เอกูนตึสวสฺสกาเล จกฺกวตฺติสิรีนิวาสภูตา ภวนา นิกฺขมฺม อโนมานทีตีเร ปพฺพชิตฺวา ฉพฺพสฺสานิ ปธานโยคํ กตฺวา วิสาขปุณฺณมายํ อุรุเวลคาเม สุชาตาย ทินฺนํ ปกฺขิตฺตทิพฺโพชํ มธุปายาสํ ปริภุญฺชิตฺวา สายณฺหสมเย ทกฺขิณุตฺตเรน โพธิมณฺฑํ ปวิสิตฺวา อสฺสตฺถทุมราชานํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปุพฺพุตฺตรภาเค ฐิโต ติณสนฺถารํ สนฺถริตฺวา ติสนฺธิปลฺลงฺกมาภุชิตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ เมตฺตา- กมฺมฏฺฐานํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา วิริยาธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐาย จุทฺทสหตฺถปลฺลงฺกวรคโต สุวณฺณปีเฐ ฐิตํ ๒- รชตกฺขนฺธํ วิย ปญฺญาสหตฺถํ โพธิกฺขนฺธํ ปิฏฐิโต กตฺวา อุปริ มณิจฺฉตฺเตน วิย โพธิสาขาย ธาริยมาโน สุวณฺณวณฺเณ จีวเร ปวาฬสทิเสสุ โพธิองฺกุเรสุ ปตมาเนสุ สุริเย อตฺถํ อุปคจฺฉนฺเต มารพลํ วิธมิตฺวา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธตฺวา ปจฺจูสกาเล สพฺพญฺญุพุทฺธานมาจิณฺเณ ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรตฺวา อานาปานจตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเทว ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา อธิคเตน จตุตฺถมคฺเคน สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา สพฺเพ พุทฺธคุเณ ปฏิวิชฺฌิ, อิทมสฺส ปญฺญากิจฺจํ. เอวํ สมาธิ ปญฺญํ น ปาปุณาติ.
ตตฺถ ยถา หตฺเถ อุทกํ ปาติยํ อุทกํ น ปาปุณาติ, ปาติยํ อุทกํ ฆเฏ อุทกํ น ปาปุณาติ, ฆเฏ อุทกํ โกฬุมฺเพ ๓- อุทกํ น ปาปุณาติ, โกฬุมฺเพ