ลชฺชีติ ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณาย ลชฺชาย สมนฺนาคโต. ทยาปนฺโนติ ทยํ เมตฺตจิตฺตตํ อาปนฺโน. สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปีติ สพฺเพ ปาณภูเต หิเตน อนุกมฺปโก, ตาย ทยาปนฺนตาย สพฺเพสํ ปาณภูตานํ หิตจิตฺตโกติ อตฺโถ. วิหรตีติ อิริยติ ยาเปติ ปาเลติ, อิติ วา หิ ภิกฺขเวติ เอวํ วา ภิกฺขเว. วาสทฺโท อุปริ "อทินฺนาทานํ ปหายา"ติ อาทีนิ อเปกฺขิตฺวา วิกปฺปตฺโถ วุตฺโต, เอวํ สพฺพตฺถ ปุริมํ วา ปจฺฉิมํ วา อเปกฺขิตฺวา วิกปฺปภาโว เวทิตพฺโพ.

อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป:- ภิกฺขเว ปุถุชฺชโน ตถาคตสฺส วณฺณํ วทมาโน เอวํ วเทยฺย "สมโณ โคตโม ปาณํ น หนติ น ฆาเตติ น ตตฺถ สมนุญฺโญ โหติ, วิรโต อิมสฺมา ทุสฺสีลฺยา, อโห วต เร พุทฺธคุณา มหนฺตา"ติ, อิติ มหนฺตํ อุสฺสาหํ กตฺวา วณฺณํ วตฺตุกาโมปิ อปฺปมตฺตกํ โอรมตฺตกํ อาจารสีลมตฺตกเมว วกฺขติ. อุปริ อสาธารณสภาวํ นิสฺสาย คุณํ ๒- วตฺตุํ น สกฺขิสฺสติ. น เกวลญฺจ ปุถุชฺชโนว, โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิอรหนฺโตปิ ปจฺเจกพุทฺธาปิ น สกฺโกนฺติเยว, ตถาคโตเยว ปน สกฺโกติ, ตํ โว อุปริ วกฺขามีติ. อยเมตฺถ สาธิปฺปายา อตฺถวณฺณนา. อิโต ปรํ ปน อนุปุพฺพเมว วณฺณยิสฺสาม.

อทินฺนาทานํ ปหายาติ เอตฺถ อทินฺนสฺส อาทานํ อาทินฺนาทานํ, ปรสฺส หรณํ ๓- เถยฺยํ, โจริกาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อทินฺนนฺติ ปรปริคฺคหิตํ, ยตฺถ ปโร ยถากามการิตํ อาปชฺชนฺโต อทณฺฑารโห อนูปวชฺโช จ โหติ, ตสฺมึ ๔- ปรปริคฺคหิเต ปรปริคฺคหิตสญญิโน ตทาทายกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา เถยฺยเจตนา อทินฺนาทานํ. ตํ หีเน ปรสนฺตเก อปฺปสาวชฺชํ, ปณีเต มหาสาวชฺชํ. กสฺมา? วตฺถุปณีตตาย. วตฺถุสมตฺเต สติ คุณาธิกานํ สนฺตเก วตฺถุสฺมึ มหาสาวชฺชํ. ตํ ตํ คุณาธิกํ อุปาทาย ตโต ตโต หีนคุณสฺส สนฺตเก วตฺถุสฺมึ อปฺปสาวชฺชํ.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๑๔๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. พรหมชาลสูตร”