เอวํ ภิกฺขูนํ อนุมติยา อุจฺจินิเตน เตนายสฺมตา สทฺธึ ปญฺจ เถรสตานิ อเหสุํ.

อถ โข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ "กตฺถ นุโข มยํ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยามา"ติ? อถ โข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ "ราชคหํ โช มหาโคจรํ ปหูตเสนาสนํ, ยนฺนูน มยํ ราชคเห วสฺสํ วสนฺตา ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยาม, น อญฺเญ ภิกฺขู ราชคเห วสฺสํ อุปคจฺเฉยฺยุนฺ"ติ. ๓-

กสฺมา ปน เนสํ เอตทโหสิ? อิทํ ปน อมฺหากํ ถาวรกมฺมํ, โกจิ วิสภาคปุคฺคโล สํฆมชฺฌํ ปวิสิตฺวา อุกฺโกเฏยฺยาติ. อถายสฺมา มหากสฺสโป ญตฺติทุติเยน กมฺเมน สาเวสิ.:-

"สุณาตุ เม อาวุโส สํโฆ, ยทิ สํฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สํโฆ อิมานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ สมฺมนฺเนยฺย `ราชคเห วสฺสํ วสนฺตานิ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิตุํ, น อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ราชคเห วสฺสํ วสิตพฺพนฺ'ติ. เอสา ญตฺติ.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๑๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. พรหมชาลสูตร”