@๔ อิ. ตํ มาเรสฺสามีติ. ๕ ก. อุปรชฺชมทาสิ ปริสํ อุปฺปาเทตุํ, หนฺทาหํ ลาภํ นิพฺพตฺเตมี"ติ จินฺเตตฺวา ขนฺธเก ๑- อาคตนเยน อชาตสตฺตุํ กุมารํ อิทฺธิปาฏิหาริเยน ปสาเทตฺวา สายํ ปาตํ ปญฺจหิ รถสเตหิ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺตํ อติวิสฺสฏฺฐํ ญตฺวา เอกทิวสํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ "ปุพฺเพ โข กุมาร มนุสฺสา ทีฆายุกา, เอตรหิ อปฺปายุกา, เตนหิ ตฺวํ กุมาร ปิตรํ หนฺตฺวา ราชา โหหิ, อหํ ภควนฺตํ หนฺตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสามี"ติ กุมารํ ปิตุ วเธ อุยฺโยเชสิ. ๒-

โส "อยฺโย เทวทตฺโต มหานุภาโว, เอตสฺส อวิทิตํ นาม นตฺถี"ติ อูรุยา โปตฺถนิยํ พนฺธิตฺวา ทิวาทิวสฺส ภีโต อุพฺพิคฺโค อุสฺสงฺกี อุตฺราโส อนฺเตปุรํ ปวิสิตฺวา วุตฺตปฺปการํ วิปฺปการํ อกาสิ. อถ นํ อมจฺจา คเหตฺวา อนุยุญฺชิตฺวา "กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, เทวทตฺโต จ สพฺเพ จ ภิกฺขู หนฺตพฺพา"ติ สมฺมนฺตยิตฺวา ๓- "รญฺโญ อาณาวเสน กริสฺสามา"ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ.

ราชา เย อมจฺจา มาเรตุกามา อเหสุํ, เตสํ ฐานนฺตรานิ อจฺฉินฺทิตฺวา, เย น มาเรตุกามา, เต อุจฺเจสุ ฐาเนสุ ฐเปตฺวา กุมารํ ปุจฺฉิ "กิสฺส ปน ตฺวํ กุมาร มํ มาเรตุกาโมสี"ติ? รชฺเชนมฺหิ เทว อตฺถิโกติ. ราชา ตสฺส รชฺชํ อาทาสิ.

โส "มยฺหํ มโนรโถ นิปฺผนฺโน"ติ เทวทตฺตสฺส อาโรเจสิ. ตโต นํ โส อาห "ตฺวํ สิงฺคาลํ ๔- อนฺโต กริตฺวา เภริปริโยนทฺธปุริโส วิย `สุกิจฺจการิมฺหี'ติ มญฺญสิ กติปาเหเนว เต ปิตา ตยา กตํ อวมานํ จินฺเตตฺวา สยเมว ราชา ภวิสฺสตี"ติ. อถ ภนฺเต กึ กโรมีติ? มูลฆจฺจํ ๕- ฆาเตหีติ. นนุ ภนฺเต มยฺหํ ปิตา น สตฺถวชฺโฌติ? อาหารุปจฺเฉเทน นํ มาเรหีติ. โส ปิตรํ ตาปนเคเห ปกฺขิปาเปสิ. ตาปนเคหํ นาม กมฺมกรณตฺถาย กตธูมฆรํ. "มม มาตรํ ฐเปตฺวา อญฺญสฺส ทฏฺฐุํ มา เทถา"ติ อาห. เทวี สุวณฺณสรเก ภตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา อุจฺฉงฺเคนาทาย ปวิสติ. ราชา ตํ ภุญฺชิตฺวา ยาเปติ. โส "มยฺหํ ปิตา กถํ ยาเปตี"ติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา "มยฺหํ มาตุ อุจฺฉงฺเค ๖- กตฺวา ปวิสิตุํ มา เทถา"ติ อาห. ตโต ปฏฺฐาย เทวี โมฬิยํ ปกฺขิปิตฺวา ปวิสติ. ตมฺปิ สุตฺวา

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๒๓๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สามัญญผลสูตร”