[๑๖๑] เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ ยตฺถ ภควา, ตตฺถ ภควโต สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺโตติ ๒- อตฺโถ. เอกมนฺตํ อฏฺฐาสีติ ภควนฺตํ วา ภิกฺขุสํฆํ วา อสํฆฏฺฏยมาโน อตฺตโน ฐาตุํ อนุจฺฉวิเก เอกสฺมึ ปเทเส ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอโกว อฏฺฐาสิ. ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูตนฺติ ยโต ยโต อนุวิโลเกติ, ตโต ตโต ตุณฺหีภูตเมวาติ อตฺโถ. ตตฺถ หิ เอกภิกฺขุสฺสาปิ หตฺถกุกฺกุจฺจํ วา ปาทกุกฺกุจฺจํ วา ขิปิตสทฺโท วา นตฺถิ, สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ นาฏกปริวารํ ภควโต ปุรโต ๓- ฐิตํ ราชานํ วา ราชปริสํ วา เอกภิกฺขุปิ น โอโลเกสิ. สพฺเพ ๔- ภควนฺตํเยว โอโลกยมานา นิสีทึสุ.

ราชา เตสํ อุปสเม ปสีทิตฺวา วิคตปงฺกตาย วิปฺปสนฺนรหทมิว อุปสนฺตินฺทฺริยํ ภิกฺขุสํฆํ ปุนปฺปุนํ อนุวิโลเกตฺวา ๕- อุทานํ อุทาเนสิ. ตตฺถ อิมินาติ เยน กายิเกน จ วาจสิเกน จ มานสิเกน จ สีลูปสเมน ภิกฺขุสํโฆ อุปสนฺโต, อิมินา อุปสเมนาติ ทีเปติ. ตตฺถ "อโห วต เม ปุตฺโต ปพฺพชิตฺวา อิเม ภิกฺขู วิย อุปสนฺโต ภเวยฺยา"ติ น อิทํ สนฺธาย เอส เอวมาห. อยํ ปน ภิกฺขุสํฆํ ทิสฺวา ปสนฺโน ปุตฺตํ อนุสฺสริ. ทุลฺลภํ หิ ลทฺธา อจฺฉริยํ วา ทิสฺวา ปิยานํ ญาติมิตฺตาทีนํ อนุสฺสรณํ นาม โลกสฺส ปกติเยว. อิติ ภิกฺขุสํฆํ ทิสฺวา ปุตฺตํ อนุสฺสรมาโน เอส เอวมาห.

อปิจ ปุตฺเต อาสงฺกาย ตสฺส อุปสมํ อิจฺฉมาโนเปส เอวมาห. เอวํ กิรสฺส อโหสิ, ปุตฺโต เม ปุจฺฉิสฺสติ "มยฺหํ ปิตา ทหโร, อยฺยโก เม กุหินฺ"ติ. โส "ปิตรา เต ฆาติโต"ติ สุตฺวา "อหํ ปิตรํ ฆาเตตฺวา รชฺชํ กาเรสฺสามี"ติ มญฺญิสฺสติ. อิติ ปุตฺเต อาสงฺกาย ตสฺส อุปสมํ อิจฺฉมาโนเปส เอวมาห. กิญฺจาปิ หิ เอส เอวมาห. อถโข นํ ปุตฺโต ฆาเตสฺสติเยว. ๖- ตสฺมึ หิ วํเส ปิตุวโธ ปญฺจปริวฏฺเฏ ๗- คโต. อชาตสตฺตุ พิมฺพิสารํ ฆาเตสิ, อุทโย อชาตสตฺตุํ, ตสฺส

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๒๕๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สามัญญผลสูตร”