อถ นํ ปุเรตรํ นิกฺขมิตฺวา พหิคาเม กตภตฺตกิจฺจา สามเณรทหรภิกฺขู ทิสฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตจีวรมสฺส คณฺหนฺติ. โปราณกภิกฺขู กิร น "อมฺหากํ อุปชฺฌาโย อาจริโย"ติ มุขํ โอโลเกตฺวา วตฺตํ กโรนฺติ, สมฺปตฺตปริจฺเฉเทเนว กโรนฺติ. เต ตํ ปุจฺฉนฺติ "ภนฺเต เอเต มนุสฺสา ตุมฺหากํ กึ โหนฺติ มาติปกฺขโต สมฺพนฺธา ปิติปกฺขโต"ติ กึ ทิสฺวา ปุจฺฉถาติ? ตุเมฺหสุ เอเตสํ เปมํ พหุมานนฺติ? อาวุโส ยํ มาตาปิตูหิปิ ทุกฺกรํ, ตํ เอเต อมฺหากํ กโรนฺติ, ปตฺตจีวรํปิ โน เอเตสํ สนฺตกเมว, เอเตสํ อานุภาเวน เนว ภเย ภยํ, น ฉาตเก ฉาตกํ ชาตํ นาม. ๔- เอทิสา นาม อมฺหากํ อุปการิโน นตฺถีติ เตสํ คุเณ กเถนฺโต คจฺฉติ. อยํ วุจฺจติ หรติ น ปจฺจาหรติ.

ยสฺส ปน ปเคว วุตฺตปฺปการํ วตฺตปฏิปตฺตึ กโรนฺตสฺส กมฺมชเตโชธาตุ ปชฺชลติ, อนุปาทินฺนกํ มุญฺจิตฺวา อุปาทินฺนกํ คณฺหาติ, สรีรโต เสทา มุจฺจนฺติ. ๕- กมฺมฏฺฐานํ วีถึ น โรหติ, โส ปเคว ปตฺตจีวรมาทาย เวคสาว เจติยํ วนฺทิตฺวา โครูปานํ นิกฺขมนเวลายเมว คามํ ยาคุภิกฺขาย ปวิสิตฺวา ยาคุํ ลภิตฺวา อาสนสาลํ คนฺตฺวา ปิวติ, อถสฺส ทฺวิตฺติกฺขตฺตุํ อชฺโฌหรณมตฺเตเนว กมฺมชเตโชธาตุ อุปาทินฺนกํ มุญฺจิตฺวา อนุปาทินฺนกํ คณฺหาติ, ฆฏสเตน นฺหาปิโต ๖- วิย เตโชธาตุปริฬาหนิพฺพานํ ปตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสน ยาคุํ ปริภุญฺชิตฺวา ปตฺตญฺจ มุขญฺจ โธวิตฺวา อนฺตราภตฺเต กมฺมฏฺฐานํ มนสิกตฺวา อวเสสฏฺฐาเน ปิณฺฑาย จริตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสน อาหารญฺจ ปริภุญฺชิตฺวา ตโต ปฏฺฐาย โปงฺขานุโปงฺขํ ๗- อุปฏฺฐหมานํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อาคจฺฉติ, อยํ วุจฺจติ ปจฺจาหรติ น หรติ. เอทิสา จ ๘- ภิกฺขู ยาคุํ ปิวิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา

@๔ ฉ.ม.,อิ. ชานาม ๕ ก. มุญฺจนฺติ ๖ ฉ.ม.,อิ. นฺหาโต

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๓๑๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สามัญญผลสูตร”