อปโร มหาปุญฺโญ เลณมณฺฑปกูฏาคาราทีนิ พหูนิ ปณีตเสนาสนานิ ลภติ. โส ตานิ จีวรํ วิย เถรจิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. โย หิ ๑- "อุกฺกฏฺฐเสนาสนํ ๒- นาม ปมาทฏฺฐานํ, ตตฺถ นิสินฺนสฺส ถีนมิทฺธํ โอกฺกมติ, นิทฺทาภิภูตสฺส ปุน ปฏิพุชฺฌโต กามวิตกฺกา ๓- ปาตุภวนฺตี"ติ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา ตาทิสํ เสนาสนํ ปตฺตํปิ น สมฺปฏิจฺฉติ. โส ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อพฺโภกาสรุกฺขมูลาทีสุ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยํปิ เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.

อิธ ปน ภิกฺขุ เภสชฺชํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส ยํ ยํ ลภติ, เตน เตเนว ตุสฺสติ, อญฺญํ น ปฏฺเฐติ, ๔- ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน เตเลน อตฺถิโก ผาณิตํ ลภติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต เตลํ คเหตฺวา, อญฺญเทว วา ปริเยสิตฺวา เภสชฺชํ ลภนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาพลสนฺโตโส.

อปโร มหาปุญฺโญ พหุํ เตลมธุผาณิตาทิปณีตเภสชฺชํ ลภติ. โส ตํ จีวรํ วิย เถรจิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา เตสํ อาภเตน เยน เกนจิ ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. โย ปน เอกสฺมึ ภาชเน โคมุตฺตหรีตกํ ๕- ฐเปตฺวา เอกสฺมึ จตุมธุรํ "คณฺหาหิ ภนฺเต ยทิจฺฉสี"ติ วุจฺจมาโน "สจสฺส เตสุ อญฺญตเรนปิ โรโค วูปสมติ, อถ โคมุตฺตหรีตกํ ๕- นาม พุทฺธาทีหิ วณฺณิตนฺ"ติ จตุมธุรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา โคมุตฺตหรีตเกเนว ๖- เภสชฺชํ กโรนฺโต ปรมสนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๓๓๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สามัญญผลสูตร”