[๒๒๗] ทกฺโขติ เฉโก ปฏิพโล นฺหานิยจุณณานิ กาตุํ เจว ปโยเชตุญฺจ สนฺเทตุญฺจ. ๓- กํสถาเลติ เยน เกนจิ โลเหน กตภาชเน. มตฺติกภาชนํ ปน ถิรํ น โหติ, สนฺเทนฺตสฺส ๔- ภิชฺชติ. ตสฺมา ตํ น ทสฺเสติ. ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกนฺติ สิญฺจิตฺวา สิญฺจิตฺวา. สนฺเทยฺยาติ วามหตฺเถน กํสถาลํ คเหตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน ปมาณยุตฺตํ อุทกํ สิญฺจิตฺวา สิญฺจิตฺวา ปริมทฺทนฺโต ปิณฺฑํ กเรยฺย. เสฺนหานุคตาติ อุทกสิเนเหน อนุคตา. เสฺนหปเรตาติ อุทกสิเนเหน ปริคฺคหิตา. ๕- สนฺตรพาหิราติ สทฺธึ อนฺโตปเทเสน เจว พหิปเทเสน จ สพฺพตฺถกเมว จ อุทกเสฺนเหน ผุฏาติ อตฺโถ. น จ ปคฺฆรตีติ ๖- น จ พินฺทุํ พินฺทุํ อุทกํ ปคฺฆรติ, สกฺกา โหติ. หตฺเถนปิ. ทฺวีหิปิ ตีหิปิ องฺคุลีหิ คเหตุํ โอวฏฺฏิตายปิ กาตุนฺติ อตฺโถ.
ทุติยชฺฌานกถา
[๒๒๙] ทุติยชฺฌานสุขุปมายํ อุพฺภิโตทโกติ อุพฺภินฺนอุทโก, น เหฏฺฐา อุพฺภิชฺชิตฺวา อุคฺคจฺฉนกอุทโก, อนฺโตเยว ปน อุปฺปชฺชนกอุทโกติ อตฺโถ. อายมุขนฺติ อาคมนมคฺโค. เทโวติ เมโฆ. กาเลน กาลนฺติ กาเล กาเล, อนฺวฑฺฒมาสํ วา อนุทสาหํ วาติ อตฺโถ. ธารนฺติ วุฏฺฐึ. อนุปฺปเวจฺเฉยฺยาติ น อนุปฺปเวเสยฺย, ๗- น วสฺเสยฺยาติ อตฺโถ. สีตา วาริธารา อุพฺภิชฺชิตฺวาติ สีตา วาริธารา ตํ รหทํ ปูรยมานํ อุพฺภิชฺชิตฺวา. เหฏฺฐา อุคฺคจฺฉนกอุทกญฺหิ อุคฺคนฺตฺวา อุคฺคนฺตฺวา ภิชฺชนฺตํ อุทกํ โขเภติ, จตูหิ ทิสาหิ ปวิสนกอุทกํ ปุราณปณฺณติณกฏฺฐทณฺฑกาทีหิ อุทกํ โขเภติ, วุฏฺฐิอุทกํ ธารานิปาตปุพฺพุฬเกหิ อุทกํ โขเภติ, สนฺนิสินฺนเมว ปน หุตฺวา อิทฺธินิมฺมิตมิว อุปฺปชฺชมานํ อุทกํ อิมํ