[๒๖๔] กุปิโตติ กุทฺโธ. อนตฺตมโนติ อสกมโน. กึ ปน ภควา ตสฺส กุชฺฌนภาวํ ญตฺวา เอวมาห อุทาหุ อญตฺวาติ? ญตฺวา อาหาติ. กสฺมา ญตฺวา อาหาติ? ตสฺส มานนิมฺมทนตฺตํ. ภควา หิ อญฺญาสิ "อยํ มยา เอวํ วุตฺเต กุชฺฌิตฺวา มม ญาตเก อกฺโกสิสฺสติ, อถสฺสาหํ ยถา นาม กุสโล ภิสกฺโก โทสํ อุคฺคิเลตฺวา นีหรติ, เอวเมว โคตฺเตน โคตฺตํ กุลาปเทเสน กุลาปเทสํ อุฏฺฐาเปตฺวา ภวคฺคปฺปมาเณน วิย อุฏฺฐิตํ มานทฺธชํ มูเล เฉตฺวา นิปาเตสฺสามี"ติ. ขุํเสนฺโตติ ฆฏฺเฏนฺโต. วมฺเภนฺโตติ หีเฬนฺโต. ปาปิโต ภวิสฺสตีติ จณฺฑตาทิโทสํ ๒- ปาปิโต ภวิสฺสติ.
จณฺฑาติ มานนิสฺสิตโกธยุตฺตา. ผรุสาติ ขรา. ลหุสาติ ลหุกา. อปฺปเกเนว ตุสฺสนฺติ วา ทุสฺสนฺติ วา, อุทกปิฏฺเฐ ลาพุกฏาหํ ๓- วิย อปฺปเกเนว อุปฺปลวนฺติ. ๔- รภสาติ ๕- พหุภาณิโน. สกฺยานํ มุเข วิวเฏ อญฺญสฺส วจโนกาโส นตฺถีติ อธิปฺปาเยเนว วทติ. สมานาติ อิทํ "สนฺตา"ติ ปุริมปทสฺเสว เววจนํ. น สกฺกโรนฺตีติ น พฺราหฺมณานํ สุนฺทเรนากาเรน ๖- กโรนฺติ. น ครุํ กโรนฺตีตึ พฺราหฺมเณสุ คารวํ น กโรนฺติ. น มาเนนฺตีติ น มเนน ปิยายนฺติ. น ปูเชนฺตีติ มาลาทีหิ เนสํ ปูชํ น กโรนฺติ. น อปจายนฺตีติ อภิวาทนาทีหิ เนสํ อปจิติกมฺมํ ๗- นีจวุตฺตึ น ทสฺเสนฺติ. ตยิทนฺติ ตํ อิทํ. ยทิเม สกฺยาติ ยํ อิเม สกฺยา น พฺราหฺมเณ สกฺกโรนฺติ ฯเปฯ น อปจายนฺติ, ตํ เตสํ อสกฺการกรณาทิ สพฺพํ น ยุตฺตํ, นานุโลมนฺติ อตฺโถ.
ทุติยอิพฺภวาทวณฺณนา