[๒๘๑-๒๘๒] อิทานิ ภควา สาจริยกสฺส อมฺพฏฺฐสฺส วิชฺชาจรณสมฺปทาย อปายมุขมฺปิ อปฺปตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ "ตํ กึ มญฺญสิ อมฺพฏฺฐา"ติ อาทิมาห. ตํ อุตฺตานตฺถเมว. อตฺตนา อาปายิโกปิ อปริปูรมาโนติ อตฺตนา วิชฺชาจรณสมฺปทาย อาปายิเกนาปิ อปริปูรมาเนน.
ปุพฺพกอิสิภาวานุโยควณฺณนา
[๒๘๓] ทตฺติกนฺติ ทินฺนกํ. สมฺมุขีภาวํปี น ททาตีติ กสฺมา น ททาติ? โส กิร สมฺมุขาวฏฺฏนึ นาม วิชฺชํ ชานาติ. ยทา ราชา มหารเหน อลงฺกาเรน อลงฺกโต โหติ, ตทา รญฺโญ สมีเป ฐตฺวา ตสฺล อลงฺการสฺส นามํ คณฺหาติ. ตสฺส ราชา นาเม คหิเต "น เทมี"ติ วตฺตุํ น สกฺโกติ. ทตฺวา ปุน ฉณทิวเส "อลงฺการํ อาหรถา"ติ วตฺวา "นตฺถิ เทว ตุเมฺหหิ พฺราหฺมณสฺส ทินฺโน"ติ วุตฺโต "กสฺมา เม ทินฺโน"ติ ปุจฺฉิ. เต อมจฺจา "โส พฺราหฺมโณ สมฺมุขา อาวฏฺฏนิมายํ ชานาติ. ตาย ตุเมฺห อาวฏฺเฏตฺวา คเหตฺวา คจฺฉตี"ติ อาหํสุ. อปเร รญฺญา สห ตสฺส อติสหายภาวํ อสหนฺตา อาหํสุ "เทว เอตสฺส พฺราหฺมณสฺส สรีเร สงฺขผลิตกุฏฺฐํ ๑- นาม อตฺถิ, ตุเมฺห เอตํ ทิสฺวาว อาลิงฺคถ ปรามสถ, อิทํ จ กุฏฺฐํ นาม กายสํสคฺควเสน อนุคจฺฉติ, มา เอวํ กโรถา"ติ. ตโต ปฏฺฐาย ตสฺส ราชา สมฺมุขีภาวํ น เทติ.
ยสฺมา ปน โส พฺราหฺมโณ ปณฺฑิโต ขตฺตวิชฺชาย ๒- กุสโล, เตน สห มนฺเตตฺวา กตกมฺมํ นาม น วิรุชฺฌติ. ตสฺมา สาณิปาการสฺส อนฺโต ฐตฺวา พหิ ฐิเตน เตน สทฺธึ มนฺเตติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "ติโรทุสฺสนฺเตน มนฺเตตี"ติ. ตตฺถ ติโรทุสฺสนฺเตนาติ ติโรทุสฺสอนฺเตน. ๓- อยเมว วา ปาโฐ. ธมฺมิกนฺติ อนวชฺชํ. ปยาตนฺติ อภิหริตฺวา ทินฺนํ. กถํ ตสฺส ราชาติ ยสฺส รญฺโญ พฺราหฺมโณ อีทิสํ ภิกฺขํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย, กถํ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส โส ราชา สมฺมุขีภาวํปิ น ทเทยฺย. อยํ ปน อทินฺนกํ มายาย คณฺหาติ, เตนสฺส สมฺมุขีภาวํ ราชา น เทตีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพนฺติ อยเมตฺถาธิปฺปาโย. "อิทํ ปน การณํ