ตตฺริทํ วตฺถุํ. อนาถปิณฺฑิกสฺส กิร ฆเร ปญฺจ นิจฺจภตฺตสตานิ ทียึสุ. ทนฺตมยสลากานิ ปญฺจสตานิ อเหสุํ. อถ ตํ กุลํ อนุกฺกเมน ทาลิทฺทิเยน อภิภูตํ, เอกา ตสฺมึ กุเล ทาริกา เอกสลากโต อุทฺธํ ทาตุํ นาสกฺขิ. สาปิ ปจฺฉา เสตวาหนรชฺชํ คนฺตฺวา ขลํ โสเธตฺวา ลทฺธธญฺเญน ตํ สลากํ อทาสิ. เอโก เถโร รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตํ อาเนตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ. สา ตโต ปฏฺฐาย ปุน ปญฺจปิ สลากภตฺตสตานิ ปวตฺเตสิ.
ทณฺฑปฺปหาราติ "ปฏิปาฏิยา ติฏฺฐถ ติฏฺฐถา"ติ "อุชุกํ ๑- คนฺตฺวา คณฺหถ คณฺหถา"ติ จ อาทีนิ วตฺวา ทียมานา ทณฺฑปฺปหาราปิ คลคฺคาหาปิ ทิสฺสนฺติ. อยํ โข พฺราหฺมณ เหตุ ฯเปฯ มหานิสํสตรญฺจาติ เอตฺถ ยสฺมา มหายญฺเญ วิย อิมสฺมึ สลากภตฺเต น พหูหิ เวยฺยาวจฺจกเรหิ วา อุปกรเณหิ วา อตฺโถ อตฺถิ, ตสฺมา เอตํ อปฺปตฺถตรํ. ๒- ยสฺมา เจตฺถ น พหุนฺนํ กมฺมจฺเฉทวเสน ปีฬาสงฺขาโต สมารมฺโภ อตฺถิ, ตสฺมา อปฺปสมารมฺภตรํ. ยสฺมา เจตํ สํฆสฺส ยิฏฺฐํ ปริจฺจตฺตํ, ตสฺมา ยญฺญนฺติ วุตฺตํ, ยสฺมา ปน ฉฬงฺคสมนฺนาคตาย ทกฺขิณาย มหาสมุทฺเท อุทกสฺเสว น สุกรํ ปุญฺญาภิสนฺทสฺส ปมาณํ กาตุํ, อิทญฺจ ตถาวิธํ. ตสฺมา ตํ มหปฺผลตรญฺจ มหานิสํสตรญฺจาติ เวทิตพฺพํ.
[๓๕๐] อิทํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ:- อิทํปิ นิจฺจภตฺตํ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ททโต ทิวเส ทิวเส เอกสฺส กมฺมํ นสฺสติ, นวนโว อุสฺสาโหว ๓- ชเนตพฺโพ โหติ, อตฺถิ นุ โข อิโตปิ อญฺโญ ยญฺโญ อปฺปตฺถตโร จ อปฺปสมารมฺภตโร จาติ. ตสฺมา "อตฺถิ ปน โภ โคตมา"ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา สลากภตฺเต กิจฺจปริโยสานํ นตฺถิ, เอเกน อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย อญฺญํ กมฺมํ อกตฺวา สํวิธาตพฺพเมว. วิหารทาเน ปน กิจฺจปริโยสานํ อตฺถิ. ปณฺณสาลํ วา หิ กาเรตุํ โกฏิธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา มหาวิหารํ วา กาเรตุํ เอกวารํ ธนปริจฺจาคํ กตฺวา การิตํ สตฺตฏฺฐวสฺสานิปิ วสฺสสตํปิ วสฺสสหสฺสํปิ คจฺฉติเยว, เกวลํ ชิณฺณปติตฏฺฐาเน ปฏิสงฺขรณมตฺตเมว กาตพฺพํ โหติ. ตสฺมา อิทํ วิหารทานํ สลากภตฺตโต อปฺปตฺถตรญฺจ อปฺปสมารมฺภตรญฺจ โหติ. ยสฺมา ปเนตฺถ