@๔ ฉ.ม. ลทฺธวีชิโก ๕ ก. คจฺฉนฺติ ๖ ม. ปตฺตา

@๗ สี. ปานียนหาโนทกานิ ปฏิวิโนเทสิ. เอเต เทวตานุภาเวน วิมฺหิตา ปุจฺฉึสุ "กินฺนุโข เทวเต กมฺมํ กตฺวา ตยา อยํ สมฺปตฺติ ลทฺธา"ติ. เทวตา อาห "โลเก พุทฺโธ นาม ภควา อุปฺปนฺโน, โส เอตรหิ สาวตฺถิยํ วิหรติ, อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ตํ อุปฏฺฐหติ. โส อุโปสถทิวเสสุ อตฺตโน ภตกานํ ปกติภตฺตเวตนเมว ทตฺวา อุโปสถํ การาเปสิ. อถาหํ เอกทิวสํ มชฺฌนฺติเก ๑- ปาตราสตฺถาย อาคโต กญฺจิ ภตกกมฺมํ อกโรนฺตํ ทิสฺวา `อชฺช มนุสฺสา กสฺมา กมฺมํ น กโรนฺตี'ติ ปุจฺฉึ. ตสฺส เม ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถาหํ เอตทโวจํ `อิทานิ อุปฑฺฒทิวโส คโต สกฺกา นุโข อุปฑฺฒุโปสถํ กาตุนฺ'ติ? ตโต เสฏฺฐิสฺส ปฏิเวเทตฺวา `สกฺกา กาตุนฺ'ติ อาห. สฺวาหํ อุปฑฺฒทิวสํ อุปฑฺฒุโปสถํ สมาทิยิตฺวา ตทเหว กาลํ กตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ ปฏิลภินฺ"ติ.

อถ เต ตาปสา "พุทฺโธ กิร อุปฺปนฺโน"ติ สญฺชาตปีติปาโมชฺชา ตโตว สาวตฺถึ คนฺตุกามา หุตฺวาปิ "พหูปการา โน อุปฏฺฐากเสฏฺฐิโน เตสํปิ อิมมตฺถํ อาโรเจสฺสามา"ติ โกสมฺพึ คนฺตฺวา เสฏฺฐีหิ กตสกฺการพหุมานา "ตทเหว มยํ คจฺฉามา"ติ อาหํสุ. "กึ ภนฺเต ตุริตาตฺถ, นนุ ตุเมฺห ปุพฺเพ จตฺตาโร ปญฺจ มาเส วสิตฺวา คจฺฉถา"ติ จ วุตฺตา ๒- ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสุํ. "เตนหิ ภนฺเต สเหว คจฺฉามา"ติ จ วุตฺเต "คจฺฉาม มยํ, ตุเมฺห สณิกํ อาคจฺฉถา"ติ สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. เตปิ เสฏฺฐิโน ปญฺจสตปญฺจสตสกฏปริวารา สาวตฺถึ คนฺตฺวา ทานาทีนิ ทตฺวา โกสมฺพึ อาคมนตฺถาย ภควนฺตํ ยาจิตฺวา ปจฺจาคมฺม ตโย วิหาเร กาเรสุํ. เตสุ กุกฺกุฏเสฏฺฐินา กโต กุกฺกุฏาราโม นาม, ปาวาริกเสฏฺฐินา กโต ปาวาริกมฺพวนํ นาม, โฆสิตเสฏฺฐินา กโต โฆสิตาราโม นาม อโหสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม"ติ.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๔๘๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. ชาลิยสูตร”