ปิตุฆรมชฺเฌน กิร คนฺตฺวา ปจฺฉาภาเค ปุตฺตสฺส ฆรํ โหติ, ตโต ปณีตํ โภชนํ อาทาย อาสนสาลํ อาคตํ ทหรํ เถโร "มนาโป ปิณฺฑปาโต กุโต อาภโต"ติ ปุจฺฉิ. โส "อสุกสฺส ฆรโต"ติ ลทฺธฆรเมว อาจิกฺขิ. เยน ปนสฺส ปิตุฆรมชฺเฌน คโตปิ อาคโตปิ ตตฺถ อาโภโคปิ นตฺถิ. ตตฺถ อาสนสาลา วิย อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา, ปิตุเคหํ วิย เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ, ปุตฺตเคหํ วิย นิโรธสมาปตฺติ, อาสนสาลาย ฐตฺวา ปิตุฆรํ อมนสิกริตฺวา ปุตฺตฆราจิกฺขณํ วิย อากิญฺจญฺญายตนโต วุฏฺฐาย เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปชฺชิตฺวา "เอกํ เทฺว จิตฺตวาเร ฐสฺสามี"ติ ปิตุฆรํ อมนสิกริตฺวาว อุปรินิโรธสมาปตฺติตฺถายเอว มนสิกาโร, เอวเมส เจเตนฺโตว น เจเตติ, อภิสงฺขโรนฺโตว นาภิสงฺขโรติ. ตา เจว สญฺญาติ ตา ฌานสญฺญา นิรุชฺฌนฺติ. อญฺญา จาติ อญฺญา จ โอฬาริกา ภวงฺคสญฺญา น อุปฺปชฺชนฺติ. โส นิโรธํ ผุสตีติ โส เอวํ ปฏิปนฺโน ภิกฺขุ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ ผุสติ วินฺทติ ปฏิลภติ.
อนุปุพฺพาภิสญฺญานิโรธสมฺปชานสมาปตฺตีติ ๑- เอตฺถ อภีติ อุปสคฺคมตฺตํ, สมฺปชานปทํ นิโรธปเทน อนฺตริกํ กตฺวา วุตฺตํ. อนุปฏิปาฏิยา สมฺปชานสญฺญานิโรธสมาปตฺตีติ อยํ ปเนตฺถตฺโถ. ตตฺราปิ สมฺปชานสญฺญานิโรธสมาปตฺตีติ สมฺปชานนฺตสฺส อนฺเต สญฺญานิโรธสมาปตฺติ สมฺปชานนฺตสฺส วา ปณฺฑิตสฺส ภิกฺขุโน สญฺญานิโรธสมาปตฺตีติ อยํ วิเสสตฺโถ.
อิทานิ อิธ ฐตฺวา นิโรธสมาปตฺติกถา กเถตพฺพา. สา ปเนสา สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค ปญฺญาภาวนานิสํสาธิกาเร กถิตา, ตสฺมา ตตฺถ กถิตโตว คเหตพฺพา.
เอวํ ภควา โปฏฺฐปาทสฺส ปริพฺพาชกสฺส นิโรธกถํ กเถตฺวา อถ นํ ตาทิสาย กถาย อญฺญตฺถ อภาวํ ปฏิชานาเปตุํ "ตํ กึ มญฺญสี"ติอาทิมาห. ปริพฺพาชโกปิ "ภควา อชฺช ตุมฺหากํ กถํ ฐเปตฺวา น มยา เอวรูปา กถา