ตโยโจทนารหวณฺณนา

[๕๑๓] อิติ ภควา เอตฺตาวตา อนิยมิเตเนว โอปมฺมวิธินา ยาว ภวคฺคา อุคฺคตํ พฺราหฺมณสฺส มานํ ภินฺทิตฺวา อิทานิ โจทนารเห ตโย สตฺถาเร ทสฺเสตุํ "ตโย โข เม โลหิจฺจา"ติ อาทิมาห. ตตฺถ สา โจทนาติ ตโย สตฺถาเร โจเทนฺตสฺส โจทนา. น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺตีติ อญฺญาย อาชานนตฺถาย จิตฺตํ น อุปฏฺฐเปนฺติ. โวกฺกมฺมาติ นิรนฺตรํ ตสฺส สาสนํ อกตฺวา ตโต โอกฺกมิตฺวาปิ ๑- วตฺตนฺตีติ อตฺโถ. โอสกฺกนฺติยา วา อุสฺสกฺเกยฺยาติ ปฏิกฺกมนฺติยา อุปคจฺเฉยฺย, อนิจฺฉนฺติยา อิจฺเฉยฺย, เอกาย สมฺปโยคํ อนิจฺฉนฺติยา เอโก อิจฺเฉยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. ปรมฺมุขึ วา อาลิงฺเคยฺยาติ ทฏฺฐุํปิ อนิจฺฉมานํ ปรมฺมุขึ ฐิตํ ปจฺฉโต คนฺตฺวา อาลิงฺเคยฺย. เอวํ สมฺปทมิทนฺติ อิมสฺสปิ สตฺถุโน "มม อิเม สาวกา"ติ สาสนา โวกฺกมฺม วตฺตมาเนปิ เต โลเภน อนุสาสโต อิมํ โลภธมฺมํ เอวํ สมฺปทเมว อีทิสเมว วทามิ. อิติ โส เอวรูโป ตว โลภธมฺโม เยน ตฺวํ โอสกฺกนฺติยา อุสฺสกฺกนฺโต วิย ปรมฺมุขึ อาลิงฺเคนฺโต วิย อโหสีติปิ ตํ โจทนํ อรหติ. กึ หิ ปโร ปรสฺส กริสฺสตีติ เยน ธมฺเมน ปรํ ๒- อนุสาสิ, อตฺตานเมว ตาว ตตฺถ ๓- สมฺปาเทหิ, อุชุํ กโรหิ, "กึ หิ ปโร ปรสฺส กริสฺสตี"ติ โจทนํ อรหติ.

[๕๑๔] นิทฺทายิตพฺพนฺติ สสฺสทูสกานิ ๔- ติณานิ อุปฺปาเฏตฺวา ปริสุทฺธํ กาตพฺพํ.

[๕๑๕] ตติยโจทนาย กึ หิ ปโร ปรสฺสาติ อนุสาสนํ อสมฺปฏิจฺฉนกาลโต ปฏฺฐาย ปโร อนุสาสิตพฺโพ, ปรสฺส อนุสาสกสฺส กึ กริสฺสตีติ นนุ ตตฺถ อปฺโปสฺสุกฺกตํ อาปชฺชิตฺวา อตฺตนา ปฏิวิทฺธธมฺมํ อตฺตนาว มาเนตฺวา ปูเชตฺวา วิหาตพฺพนฺติ เอวํ โจทนํ อรหตีติ อตฺโถ.

เล่มที่ ๙ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค๕๕๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. โลหิจจสูตร”