[๓๗๘] ดูกรวาเสฏฐะ เปรียบเหมือนแม่น้ำอจิรวดี น้ำเต็มเปี่ยมเสมอฝั่ง กาดื่มกินได้ ครั้งนั้น บุรุษผู้ต้องการฝั่ง แสวงหาฝั่ง ไปยังฝั่ง ประสงค์จะข้ามฝั่งไป เขากลับนอนคลุมตลอด ศีรษะเสียที่ฝั่ง ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุรุษนั้นพึงไปสู่ฝั่งโน้นจากฝั่งนี้ แห่งแม่น้ำอจิรวดีได้หรือหนอ? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่ได้. ดูกรวาเสฏฐะ ฉันนั้นเหมือนกัน นิวรณ์ ๕ อย่างเหล่านี้ ในวินัยของพระอริยเจ้า เรียกว่า เครื่องหน่วงเหนี่ยวบ้าง เครื่องกางกั้นบ้าง เครื่องรัดรึงบ้าง เครื่องตรึงตราบ้าง นิวรณ์ ๕ เป็นไฉน? คือ กามฉันทนิวรณ์ พยาปาทนิวรณ์ ถิ่นมิทธนิวรณ์ อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ นิวรณ์ ๕ เหล่านี้แล ในวินัยของพระอริยเจ้า เรียกว่าเครื่องหน่วงเหนี่ยวบ้าง เครื่องกางกั้นบ้าง เครื่อง รัดรึงบ้าง เครื่องตรึงตราบ้าง.
[๓๗๙] ดูกรวาเสฏฐะ พวกพราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา ถูกนิวรณ์ ๕ เหล่านี้ ปกคลุม หุ้มห่อ รัดรึง ตรึงตราแล้ว ก็พราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชาเหล่านั้น ละธรรมที่ทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ เสีย สมาทานธรรมที่มิใช่ทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ประพฤติอยู่ ถูกนิวรณ์ ๕ ปกคลุม หุ้มห่อ รัดรึง ตรึงตราแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงความเป็นสหายแห่งพรหม ข้อนี้ ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้.
[๓๘๐] ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ท่านเคยได้ยินพราหมณ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นอาจารย์และปาจารย์กล่าวว่ากระไรบ้าง พรหมมีเครื่องเกาะคือสตรีหรือไม่มี? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มี. มีจิตจองเวรหรือไม่มี? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มี. มีจิตเบียดเบียนหรือไม่มี? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มี. มีจิตเศร้าหมองหรือไม่มี? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่มี. ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้หรือไม่ได้? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ได้. ดูกรวาเสฏฐะ ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน พราหมณ์ผู้ได้ไตรวิชชา มีเครื่องเกาะ คือสตรีหรือไม่มี. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ มี. มีจิตจองเวรหรือไม่มี? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ มี. มีจิตเบียดเบียนหรือไม่มี? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ มี. มีจิตเศร้าหมองหรือไม่มี? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ มี. ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้หรือไม่ได้? ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ไม่ได้.