กรณียเมตตสูตร (กะระณียะเมตตะสุตตัง)
พระสูตรว่าด้วยการเจริญเมตตา สอนคุณสมบัติของผู้ใคร่ในสันตบท แล้วให้แผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ดุจมารดารักบุตรคนเดียว เป็นพระปริตรคุ้มครองจากภัยและอมนุษย์ นิยมสวดในการเจริญพระพุทธมนต์และใช้เป็นกรรมฐานประจำ
ลำดับ ๕ จาก ๑๓๔๐ บท
คุณสมบัติของผู้ใคร่ในสันติบท
- กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ,
- ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ,
- สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ,
- สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี,
- สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ,
- อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ,
- สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ,
- อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ,
- นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ,
- เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง,
การแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ทั่วไป
- สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ,
- สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา,
- เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ,
- ตะสา วา ถาวะรา วา อะวะเสสา,
- ทีฆา วา เย มะหันตา วา,
- มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา,
- ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา,
- เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร,
- ภูตา วา สัมภะเวสี วา,
- สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา,
การไม่หลอกลวงและไม่ปรารถนาทุกข์แก่กัน
- นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ,
- นาทิมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ,
- พะยาระโสนา ปะฏีฆะสัญญา,
- นัญญา มัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ,
อุปมาเมตตาดุจมารดารักบุตรคนเดียว
- มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง,
- อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข,
- เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ,
- มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง,
การแผ่เมตตาจิตอันไพศาลไม่มีประมาณ
- เมตตัญจะ สัพพะโลกัส๎มิง,
- มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง,
- อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ,
- อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง,
การเจริญเมตตาในทุกอิริยาบถ (พรหมวิหาร)
- ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา,
- สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคตะมิทโธ,
- เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ,
- พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ,
อานิสงส์ของผู้เจริญเมตตาจนถึงโสดาปัตติมรรค
- ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ,
- สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน,
- กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง,
- นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรติ.
ข้อมูลบทสวด
- ลำดับ
- ๕ ใน ๑๓
- จำนวนบท
- ๔๐ บท
- ประเภท
- พระสูตร
- เสียงสวด
- ยังไม่มี
ที่มาและการตรวจทาน
- บาลี:ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- คำแปล:ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- ที่มาในพระไตรปิฎก
- ขุ. ขุ. เมตตสูตร (Khp 9); ขุ. สุ. กรณียเมตตสูตร (Snp 1.8)
- ที่มาของสำนวน
คำอ่านโรมันPali: "A Chanting Guide", Dhammayut Order (CC BY-NC 4.0) — จุดที่แก้คำพิมพ์ผิดของแหล่งไทยโดยเทียบฉบับโรมัน: "โหตุ"→"โหนตุ" (dt: hontu), "สัพพะภุเตสุ"→"สัพพะภูเตสุ" (sabba-bhūtesu); คำแปลไทยของแหล่งไม่มีวรรคแปลบรรทัด "ติฏฐัญจะรัง...อิธะมาหุ" แยกเฉพาะ จึงคงตามแหล่ง
