ปราภวสุตตปาฐะ (ทางแห่งความเสื่อม)
parabhava sut
พระสูตรที่เทวดาทูลถามถึงเหตุแห่งความเสื่อมของคน พระพุทธเจ้าตรัสตอบเป็นคาถา ๑๒ ข้อ ตั้งแต่การไม่ใคร่ธรรม จนถึงความอยากใหญ่เกินฐานะ ปิดท้ายด้วยคาถาสรุปของผู้เป็นบัณฑิต
- ลำดับ
- ๕ ใน ๕
- จำนวนบท
- ๑๗
- ประเภท
- ปาฐะ
- เสียงสวด
- ยังไม่มี
บทนำสวด
- (ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง ปะราภะวะสุตตะปาฐัง ภะณามะ เส,Handa mayaṃ parābhavasuttapāṭhaṃ bhaṇāma se,เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงสวดปราภวสุตตปาฐะกันเถิด,
ความเสื่อม ข้อที่ ๑: ความเกลียดชังธรรม
- สุวิชาโน ภะวัง โหติ,Suvijāno bhavaṃ hoti,ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ,
- ทุวิชาโน ปะราภะโว,Duvijāno parābhavo,ผู้รู้ชั่วเป็นผู้เสื่อม,
- ธัมมะกาโม ภะวัง โหติ,Dhammakāmo bhavaṃ hoti,ผู้ใคร่ธรรมเป็นผู้เจริญ,
- ธัมมะเทสสี ปะราภะโว,Dhammadessī parābhavo,ผู้เกลียดชังธรรมเป็นผู้เสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๒: ชอบอสัตบุรุษ
- อะสันตัสสะ ปิยา โหนติ สันเต นะ กุรุเต ปิยัง, อะสะตัง ธัมมัง โรเจติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Asantassa piyā honti sante na kurute piyaṃ, asataṃ dhammaṃ roceti taṃ parābhavato mukhaṃ,เขานั้นทำความรักในอสัตบุรุษ ไม่ทำความรักในสัตบุรุษ เขาชอบใจธรรมในอสัตบุรุษ ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๓: ชอบนอน คุย เกียจคร้าน มักโกรธ
- นิททาสีลี สะภาสีลี อะนุฏฐาตา จะ โย นะโร, อะละโส โกธะปัญญาโน ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Niddāsīlī sabhāsīlī anuṭṭhātā ca yo naro, alaso kodhapaññāṇo taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดเป็นผู้ชอบนอนหลับ ชอบพูดคุย ไม่ขยันมักเกียจคร้านการงาน และเป็นคนมักโกรธ ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๔: ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดา
- โย มาตะรัง ปิตะรัง วา ชิณณะกัง คะตะโยพพะนัง, ปะหุสันโต นะ ภะระติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Yo mātaraṃ pitaraṃ vā jiṇṇakaṃ gatayobbanaṃ, pahusanto na bharati taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดมีความสามารถอยู่ ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดาผู้ชราอันมีวัยหนุ่มผ่านไปแล้ว ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๕: หลอกลวงสมณะพราหมณ์วนิพก
- โย พราหมะณัง สะมะณัง วา อัญญัง วาปิ วะณิพพะกัง, มุสาวาเทนะ วัญเจติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Yo brāhmaṇaṃ samaṇaṃ vā aññaṃ vāpi vanibbakaṃ, musāvādena vañceti taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดหลอกลวงสมณะพราหมณ์ หลอกแม้วนิพกคนขอทานอื่นใดด้วยมุสาวาท ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๖: ตระหนี่ทรัพย์ กินดีคนเดียว
- ปะหุตะวิตโต ปุริโส สะหิรัญโญ สะโภชะโน, เอโก ภุญชะติ สาธูนิ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Pahūtavitto puriso sahirañño sabhojano, eko bhuñjati sādūni taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดมีทรัพย์มีเงิน มีของเหลือกินเหลือใช้ เขาบริโภคสิ่งที่ดี ๆ นั้นแต่ผู้เดียว ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๗: หยิ่งกำเนิด ทรัพย์ โคตร แล้วดูหมิ่นญาติ
- ชาติถัทโธ ธะนะถัทโธ โคตตะถัทโธ จะ โย นะโร, สัญญาติง อะติมัญเญติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Jātitthaddho dhanatthaddho gottatthaddho ca yo naro, saññātiṃ atimaññeti taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดหยิ่งเพราะชาติกำเนิด หยิ่งเพราะทรัพย์ หยิ่งเพราะโคตร แล้วดูหมิ่นแม้ซึ่งญาติของตน ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๘: เป็นนักเลงหญิง สุรา การพนัน
- อิตถีธุตโต สุราธุตโต อักขะธุตโต จะ โย นะโร, ลัทธัง ลัทธัง วินาเสติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Itthidhutto surādhutto akkhadhutto ca yo naro, laddhaṃ laddhaṃ vināseti taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงเล่นการพนัน เขาได้ทำลายทรัพย์ที่หาได้มาให้พินาศฉิบหายไป ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๙: มั่วแพศยา ทำชู้ภรรยาอื่น
- เสหิ ทาเรหิ อะสันตุฏโฐ เวสิยาสุ ปะทุสสะติ, ทุสสะติ ปะระทาเรสุ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Sehi dārehi asantuṭṭho vesiyāsu padussati, dussati paradāresu taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดไม่พอใจรักใคร่ในภรรยาตน กลับไปเที่ยวซุกซนกับหญิงแพศยา และลอบทำชู้กับภรรยาของผู้อื่น ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๑๐: ชายแก่ได้เมียสาว
- อะตีตะโยพพะโน โปโส อาเนติ ติมพะรุตถะนิง, ตัสสา อิสสา นะ สุปะติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Atītayobbano poso āneti timbarutthaniṃ, tassā issā na supati taṃ parābhavato mukhaṃ,ชายแก่ผู้มีวัยหนุ่มผ่านไปแล้ว ได้นำหญิงสาวน้อยมาเป็นภรรยา เขานอนไม่หลับเพราะความหึงหวงและห่วงอาลัยในหญิงนั้น ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๑๑: ตั้งคนสุรุ่ยสุร่ายเป็นผู้ใหญ่ในบ้าน
- อิตถิง โสณฑิง วิกิริณัง ปุริสัง วาปิ ตาทิสัง, อิสสะริยัสมิง ฐะเปติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Itthiṃ soṇḍiṃ vikiraṇiṃ purisaṃ vāpi tādisaṃ, issariyasmiṃ ṭhapeti taṃ parābhavato mukhaṃ,ชายใดตั้งหญิงนักเลงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมาเป็นแม่เรือน และหรือหญิงใดตั้งชายนักเลงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมาเป็นพ่อเรือน ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
ความเสื่อม ข้อที่ ๑๒: โภคะน้อย แต่มักใหญ่ใฝ่สูง
- อัปปะโภโค มะหาตัณโห ขัตติเย ชายะเต กุเล, โส จะ รัชชัง ปัตถะยะติ ตัง ปะราภะวะโต มุขัง,Appabhogo mahātaṇho khattiye jāyate kule, so ca rajjaṃ patthayati taṃ parābhavato mukhaṃ,ผู้ใดมีโภคะน้อย แต่มีความอยากใหญ่ ปรารถนาราชสมบัติ ข้อนั้นเป็นทางแห่งความเสื่อม,
บทสรุปแห่งบัณฑิต
- เอเต ปะราภะเว โลเก ปัณฑิโต สะมะเวกขิยะ, อะริโย ทัสสะนะสัมปันโน สะ โลกัง ภะชะเต สิวันติ.Ete parābhave loke paṇḍito samavekkhiya, ariyo dassanasampanno sa lokaṃ bhajate sivanti.ผู้เป็นบัณฑิตสมบูรณ์ด้วยทัสสนะอันประเสริฐ ได้เห็นเหตุแห่งความเสื่อมทั้งหลายเหล่านั้นชัดแล้ว ท่านย่อมเว้นสิ่งเหล่านี้เสีย เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจึงพบและเสพแต่โลกซึ่งมีแต่ความเจริญ ดังนี้แลฯ
- บาลี
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- คำแปล
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
ที่มาในพระไตรปิฎก
- ขุ.สุ. (Snp 1.6 ปราภวสูตร)
ที่มาของสำนวน
ปราภวสุตตปาฐะ
ตัวบทคำอ่านโรมันคำแปล
คำอ่านไทย+คำแปลไทย: wimutti.org "ปราภวสุตตปาฐะ" (บทสวดมนต์แปล — วางคำอ่านคู่คำแปลรายวรรค); บาลีโรมัน+คำแปลอังกฤษ: SuttaCentral, Sutta Nipāta 1.6 Parābhavasutta, แปลอังกฤษโดย Bhikkhu Sujato; ṁ→ṃ ตามกติกาฟอนต์ของแอป. ขอบเขตบทตามฉบับสวดไทย = เฉพาะคาถาที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบ ๑๓ คาถา ไม่รวมท่อนนำ (เอวัมเม สุตัง) และคาถาที่เทวดาทูลถามซ้ำทุกข้อ ("อิติ เหตัง วิชานามะ..."). จุดต่างระหว่างฉบับ: บาท "ทุวิชาโน ปะราภะโว" เป็นฉบับพระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย (สยามรัฐ ขุ.สุ. ๒๕/๓๐๔) ซึ่งฉบับสวดไทยและคำแปลไทยใช้ตาม โดยเชิงอรรถของฉบับนั้นระบุว่า "ในฉบับฉัฏฐสังคีติ และฉบับ PTS เป็น สุวิชาโน" — SuttaCentral จึงพิมพ์ suvijāno; ที่นี่คงตามฉบับสวด (duvijāno) ให้ตรงกับคำอ่าน+คำแปลไทย. จุดแก้คำอ่านฝั่ง wimutti ให้ตรงบาลีโดยเทียบ SuttaCentral + พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย: "นะ สันเต กุรุเต ปิยัง"→"สันเต นะ กุรุเต ปิยัง", "ธัมมะเทสสี ปะระภะโว"→"ปะราภะโว", "สัญญาติมะติมัญเญติ"→"สัญญาติง อะติมัญเญติ" (สญฺญาตึ อติมญฺเญติ), "นะ สุปปะติ"→"นะ สุปะติ" (น สุปติ), "สะ โลเก ภะชะเต สิวัง"→"สะ โลกัง ภะชะเต สิวัง" (ส โลกํ ภชเต สิวํ). บรรทัดนำ "หันทะ มะยัง...ภะณามะ เส" มีในฉบับสวดไทย ส่วนบาลีโรมันและคำแปลของบรรทัดนำประกอบตามสูตรมาตรฐาน;