สังฆาภิถุติ

sanghaphithuti

บทชมเชยพระสังฆคุณของทำวัตรเช้า สวดต่อจากธัมมาภิถุติ ปิดชุดอภิถุติทั้งสามบท เป็นบทคู่ขนานกับสังฆานุสสติของทำวัตรเย็น

ลำดับ
๕ ใน ๘
จำนวนบท
๑๕
ประเภท
บทสวด
เสียงสวด
ยังไม่มี
ขนาดตัวบท

บทนำสวด

  1. (ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส.Handa mayaṃ saṅghābhithutiṃ karoma se.เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความชมเชยเฉพาะพระสงฆ์เถิด.

พระสังฆคุณ ๙ ประการ

  1. โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,Yo so supaṭipanno bhagavato sāvakasaṅgho,สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว,
  2. อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,Ujupaṭipanno bhagavato sāvakasaṅgho,สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว,
  3. ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,Ñāyapaṭipanno bhagavato sāvakasaṅgho,สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว,
  4. สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,Sāmīcipaṭipanno bhagavato sāvakasaṅgho,สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว,
  5. ยะทิทัง,Yadidaṃ,ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ,
  6. จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา,Cattāri purisayugāni aṭṭha purisapuggalā,คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ,
  7. เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,Esa bhagavato sāvakasaṅgho,นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,
  8. อาหุเนยโย,Āhuneyyo,เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา,
  9. ปาหุเนยโย,Pāhuneyyo,เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ,
  10. ทักขิเณยโย,Dakkhiṇeyyo,เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน,
  11. อัญชะลิกะระณีโย,Añjalikaraṇīyo,เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี,
  12. อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ,Anuttaraṃ puññakkhettaṃ lokassa,เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า,

คำบูชาและนอบน้อมพระสงฆ์

  1. ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,Tamahaṃ saṅghaṃ abhipūjayāmi,ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น,
  2. ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ.Tamahaṃ saṅghaṃ sirasā namāmi.ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า.
  1. (กราบระลึกพระสังฆคุณ)
บาลี
ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
คำแปล
ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ

ที่มาในพระไตรปิฎก

  • องฺ.ฉกฺก. (AN 6.10 มหานามสูตร) — สูตรพุทธคุณ/ธรรมคุณ/สังฆคุณ "อิติปิ โส… / สวากขาโต… / สุปะฏิปันโน…" ปรากฏเต็มรูปที่ an6.10:4.2 (ทานกับ SuttaCentral แล้ว) และปรากฏซ้ำในสูตรอื่นอีกมาก เช่น สํ.ส. ธชัคคสูตร SN 11.3

ที่มาของสำนวน