พิลารโกสิยชาดก
ว่าด้วยให้ทานไม่ได้เพราะเหตุ ๒ อย่าง
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๔๔๓ · บรรทัด ๕๘๔๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
ขณะนั้น ท้าวสักกะถามมหาชนว่า ท่านทั้งหลายรู้ไหมว่าทรัพย์ในเรือนนี้เป็นของใคร มหาชนตอบว่าไม่รู้ ท้าวสักถะถามว่า พวกท่านเคยได้ยินไหมว่าครั้งกระโน้น ในพระนครนี้มีมหาเศรษฐี เมืองพาราณสีสร้างโรงทานแล้วบำเพ็ญทานเป็นการใหญ่ มหาชนตอบว่า ถูกแล้วพวกเราได้ยิน ท้าวสักกะกล่าวว่า เราคือเศรษฐีคนนั้น ครั้นให้ทานแล้วไปเกิดเป็นท้าวสักกเทวราช แม้บุตรของเราก็มิได้ทำลายวงศ์ตระกูลได้ให้ทานแล้วเกิดเป็นจันทเทพบุตร บุตรของจันทเทพบุตรเกิดเป็นสุริยเทพบุตร บุตรของสุริยเทพบุตรเกิดเป็นมาตลีเทพบุตร บุตรของมาตลีเทพบุตรเกิดเป็นคนธรรพ์เทพบุตรชื่อปัญจสิขะ บรรดาเทพบุตรเหล่านั้น ผู้นี้คือจันทเทพบุตร ผู้นี้คือสุริยเทพบุตร ผู้นี้คือมาตลีสังคาหกเทพบุตร คือผู้นี้คนธรรพ์เทพบุตร ชื่อปัญจสิขะ ผู้เป็นบิดาของเศรษฐีผู้มีใจลามกนี้ กุศลทานที่มีคุณมากอย่างนี้ บัณฑิตควรทำแท้ขณะกำลังกล่าวอยู่ เพื่อจะตัดความสงสัยของมหาชน เทพบุตรทั้งหลายจึงเหาะไปในอากาศ ยืนเปล่งรัศมีกายงามรุ่งเรืองอยู่ด้วยอานุภาพอันยิ่งใหญ่ พระนครทั้งสิ้นได้เป็นเหมือนสว่างไสวอยู่.
ท้าวสักกะเรียกมหาชนมาตรัสว่า พวกเราจะทิพยสมบัติของตนมา ก็เพราะพิลารโกสิยเศรษฐีผู้มีใจลามก. ผู้สืบสกุลวงศ์คนสุดท้ายนี้เศรษฐีใจลามกคนนี้ ทำลายวงศ์ตระกูลของตน ให้เผาโรงทาน ให้จับคอพวกยาจกขับไล่ไป ตัดวงศ์ของพวกเราเสีย เขาไม่ให้ทานไม่รักษาศีล จะพึงเกิดในนรก พวกเรามาเพื่ออนุเคราะห์เศรษฐีนี้ เมื่อจะทรงประกาศคุณแห่งทาน ได้แสดงธรรมแก่มหาชน.
แม้พิลารโกสิยเศรษฐี ก็ได้ประคองอัญชลีขึ้นเหนือเศียร ให้ปฏิญญาแก่ท้าวสักกะว่า ข้าแต่พระองค์ตั้งแต่นี้ไป ข้าพระองค์จักไม่ทำลายวงศ์ตระกูลที่มีมาแต่โบราณ จักบำเพ็ญทาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถ้ายังไม่ได้ให้อาหารที่ได้มา แม้ที่สุดจนน้ำและไม้ชำระฟันแก่ผู้อื่นก่อนข้าพระองค์จักไม่บริโภคเลย ท้าวสักกะทรงทรมานเศรษฐีนั้นทำให้หมดพยศ ให้ตั้งอยู่ในศีล ๕ แล้วพาเทพบุตรทั้ง ๔ ไปสู่วิมานของตน ๆแม้เศรษฐีนั้นครั้นดำรงอยู่ตลอดชีวิตแล้ว ก็ได้ไปเกิดในดาวดึงส์พิภพ.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อก่อนภิกษุนี้ไม่มีศรัทธา ไม่ให้ทานแก่ใคร ๆแก่เราได้ทรมานเธอให้รู้จักผลทานอย่างนี้ แม้เกิดในภพต่อ ๆ มาก็ยังละจิตคิดจะให้ทานนั้นไม่ได้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า เศรษฐีในครั้งนั้นได้มาเป็นภิกษุผู้เป็นทานบดีรูปนี้ ในบัดนี้ จันทเทพบุตรในครั้งนั้นได้มาเป็นพระสารีบุตรในบัดนี้ สุริยเทพบุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระโมคคัลลานะในบัดนี้ มาตลีเทพบุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระกัสสปในบัดนี้ ปัญจสิขเทพบุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนั้นแล.
จบ อรรถกถาพิลารโกสิยชาดกที่ ๑๒
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๙๑๖–๙๓๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทสกนิบาตชาดก ๑๐ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
Apacantāpi icchanti santo laddhāna bhojanaṃ kimeva tvaṃ pacamāno yaṃ na dajjā na taṃ samaṃ. @Footnote: 1 Ma. kālakatābhipatthaye . 2 Ma. osiñcaṃ. evamuparipi . 3 Ma. abbahī. @evamuparipi.
Maccherā ca pamādā ca evaṃ dānaṃ na diyyati puññaṃ ākaṅkhamānena deyyaṃ hoti vijānatā.
Yasseva bhīto na dadāti (maccharī) tadevādadato bhayaṃ jighacchā ca pipāsā ca yassa bhāyati maccharī tameva bālaṃ phusati asmiṃ loke paramhi ca.
Tasmā vineyya maccheraṃ dajjā dānaṃ malābhibhū puññaṃ 1- hi paralokasmiṃ patiṭṭhā hoti pāṇinaṃ.
Duddadaṃ dadamānānaṃ dukkaraṃ kammakubbataṃ asanto nānukubbanti sataṃ dhammo durannayo.
Tasmā satañca asatañca 2- nānā hoti ito gati asanto nirayaṃ yanti santo saggaparāyanā.
Appampeke 3- pavecchanti bahunāke 4- na dicchare appasmā dakkhiṇā dinnā sahassena samaṃ mitā.
Dhammañcare yopi samucchakaṃ care dārañca posaṃ dadamappakasmiṃ satasahassānaṃ sahassayāginaṃ kalampi nāgghanti tathāvidhassa te.
Kenesa yañño vipulo mahagghato samena dinnassa anagghameti kathaṃ [4]- sahassānaṃ sahassayāginaṃ @Footnote: 1 Ma. puññāni . 2 Ma. casaddo natthi . 3 Ma. upasameke . 4 Ma. bahuneke. @ 5 Ma. sataṃ. Kalampi nāgghanti tathāvidhassa te.
Dadanti heke visame niviṭṭhā ghatvā 1- vadhitvā atha socayitvā sā dakkhiṇā assumukhā sadaṇḍā samena dinnassa na agghameti evaṃ [2]- sahassānaṃ sahassayāginaṃ kalampi nāgghanti tathāvidhassa teti. Bilārakosiyajātakaṃ dvādasamaṃ.
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๑๔๔๓
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗