มหามังคลชาดก
ว่าด้วยมงคล
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๔๗๓ · บรรทัด ๕๙๓๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
บทว่า สมจริยาย ได้แก่ ในสัมมาปฏิบัติ บทว่า พหุสฺสุตา ได้แก่ ผู้สดับมากเพื่อปฏิเวธ. บทว่า อิสโย ได้แก่ ผู้แสวงหาคุณ. บทว่า สีลวนฺโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยอริยศีล. บทว่า อรหนฺตมชฺเฌ ความว่า บัณฑิตทั้งหลายย่อมยกย่องความดีของสัตบุรุษนั้นว่า เป็นสวัสดิมงคล อันจะพึงได้ในท่ามกลางพระอรหันต์ จริงอยู่พระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อบอกมรรคที่ตนได้แล้วให้ผู้อื่นปฏิบัติ ย่อมยังบุคคลผู้ยินดีให้บริสุทธิ์ด้วยอริยธรรม แม้ผู้นั้นก็เป็นพระอรหันต์เทียว.
พระมหาสัตว์ถือเอายอดแห่งเทศนาด้วยพระอรหัต แสดงมงคลแปดด้วยคาถา ๘ คาถาอย่างนี้แล้ว เมื่อจะสรรเสริญมงคลเหล่านั้น จึงกล่าวคาถาสุดท้ายว่า :-
ความสวัสดีเหล่านั้นแล ผู้รู้สรรเสริญ แล้ว มีสุขเป็นผลกำไรในโลก นรชนผู้มีปัญญา พึงเสพความสวัสดีเหล่านั้นไว้ในโลกนี้ ก็ใน มงคล มีประเภท คือ ทิฏฐมงคล สุตมงคล และมุตมงคล มงคลสักนิดหนึ่งที่จะเป็นมงคล จริง ๆ ไม่มีเลย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น หิ มงฺคเล ความว่า ก็ในมงคลมีประเภท คือ ทิฏฐมงคล สุตมงคล และมุตมงคลนั้น แม้มงคลนั้นสักนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่าเป็นมงคลจริง ๆไม่มีเลย ก็พระนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น เป็นปรมัตถมงคลจริง ๆ.
พระฤาษีทั้งหลายสดับมงคลเหล่านั้นแล้ว พอล่วงไปได้ ๗, ๘ วัน ก็พากันลาอาจารย์ไปในพระราชอุทยานนั้น พระราชาเสด็จไปสำนักพระฤาษีเหล่านั้น แล้วถามปัญหา พระฤาษีทั้งหลายได้กล่าวแก้มงคลปัญหา ตามทำนองที่อาจารย์บอกมาแด่พระราชา แล้วมาดินแดนหิมพานต์ ตั้งแต่นั้นมามงคลได้ปรากฏในโลก ผู้ที่ประพฤติในข้อมงคลทั้งหลาย ตายไปได้เกิดในสวรรค์ พระโพธิสัตว์เจริญพรหมวิหาร ๔ พาหมู่ฤาษีไปเกิดในพรหมโลก.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่เรากล่าวแก้มงคลปัญหาแม้ในกาลก่อน เราก็กล่าวแก้มงคลปัญหามาแล้ว ดังนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า หมู่ฤาษีในครั้งนั้น ได้มาเป็นพุทธบริษัทในบัดนี้อันเตวาสิกผู้ใหญ่ผู้ถามมงคลปัญหาในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระสารีบุตรในบัดนี้ ส่วนอาจารย์ในครั้งนั้น ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถามหามงคลชาดกที่ ๑๕
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๙๔๖–๙๖๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทสกนิบาตชาดก ๑๐ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
กึสุ นโร ชปฺปมธิจฺจ กาเล กํ วา วิชฺชํ กตมํ วา สุตานํ โส มจฺโจ อสฺมึ จ ปรมฺหิ โลเก กถํกโร โสตฺถาเนน คุตฺโต ฯ
ยสฺส เทวา ปิตโร จ สพฺเพ สิรึสปา ๒ สพฺพภูตานิ จาปิ เมตฺตาย นิจฺจํ อปจิตานิ โหนฺติ ภูเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
โย สพฺพโลกสฺส นิวาตวุตฺติ #๑ ม. ชรเยถ ฯ ๒ ม. สรีสปา ฯ อิตฺถีปุมานํ สหทารกานํ ขนฺตา ทุรุตฺตานํ อปฺปฏิกูลวาที อธิวาสนํ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
โย นาวชานาติ สหายมิตฺเต ๑ สิปฺเปน กุลฺยาภิ ธเนน ชจฺจา รุจิปญฺโญ อตฺถกาเล ๒ มตีมา ๓ สหาเยสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
มิตฺตานิ เว ยสฺส ภวนฺติ สนฺโต สํวิสฺสตฺถา อวิสํวาทกสฺส น มิตฺตทุพฺภี สํวิภาคี ธเนนu มิตฺเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ยสฺส ภริยา ตุลฺยวยา สมคฺคา อนุพฺพตา ธมฺมกามา ปชาตา โกลินิยา สีลวตี ปติพฺพตา ทาเรสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ยสฺส ราชา ภูตปตี ยสสฺสี ชานาติ โสเจยฺย ๔ ปรกฺกมญฺจ อเทฺวชฺฌตา สุหทยํ มมนฺติ ราชูสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ #๑ สี. ยุ. สหายมตฺเต ฯ ๒ อตฺถทสฺสีติปิ ปาโฐ ฯ ๓ สี. ยุ. มุตีมา ฯ #๔ ม. โสเจยฺยํ ฯ
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ททาติ สทฺโธ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปสนฺนจิตฺโต อนุโมทมาโน สคฺเคสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ยมริยธมฺเมน ปุนนฺติ วทฺธา ๑ อาราธิตา สมจริยาย สนฺโต พหุสฺสุตา อิสโย สีลวนฺโต อรหนฺตมชฺเฌ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
เอตานิ โข โสตฺถานานิ โลเก วิญฺญูปสตฺถานิ สุขุทฺรยานิ ๒ ตานีธ เสเวถ นโร สปญฺโญ น หิ มงฺคเล กิญฺจินมตฺถิ ๓ สจฺจนฺติ ฯ มหามงฺคลชาตกํ ปณฺณรสมํ ฯ
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๑๔๗๓
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗