ชวนหังสชาดก
ว่าด้วยรักกันอยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๗๕๑ · บรรทัด ๖๘๔๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วสฺสิตํ ความว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าเป็นความจริง ฝูงสัตว์เดียรัจฉานมีหัวใจตรง เพราะเหตุนั้นเสียงร้องของฝูงสัตว์เดียรัจฉานนั้น จึงเข้าใจได้ง่าย แต่ฝูงคนกักขฬะ เหตุนั้นคำพูดของฝูงคนนั้นจึงเข้าใจได้ยากกว่า. บทว่า โย ปุพฺเพ ความว่า บุคคลใด มีใจดีกันก่อนทีเดียว ก็พอจะนับถือกันอย่างนี้ว่า เธอเป็นญาติของฉัน เป็นมิตรของฉันเป็นสหายคู่ชีวิตของฉัน ภายหลังคนนั้นเองกลายเป็นผู้เกลียดชัง เป็นไพรีไปก็ได้ หัวใจมนุษย์เข้าใจยากเช่นนี้. บทว่า นิวิสติ ความว่า ข้าแต่พระมหาราชใจจอดจ่อด้วยอำนาจความรักในบุคคลใด บุคคลนั้นถึงจะอยู่ไกลสุดไกล ก็แม้นกับอยู่ในที่ไม่ไกลเลยทีเดียว แต่ใจเหินห่างออกไปในบุคคลใด บุคคลนั้นถึงอยู่ใกล้ ๆ ก็เหมือนอยู่ไกล. บทว่า อนฺโตปิ โส โหติ ความว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าผู้ใดเป็นสหาย มีจิตเลื่อมใส ผู้นั้นถึงจะอยู่คนละฝั่งทะเล ก็ย่อมเป็นเหมือนอยู่ใกล้ชิด เพราะมีจิตประสานกัน ผู้ใดมีจิตคิดประทุษร้าย ผู้นั้นก็ชื่อว่าอยู่คนละฝั่งทะเล เพราะจิตไม่ประสานกัน. บทว่า เย ทิสา เต ความว่าคนเหล่าใดเป็นผู้มีเวรเป็นข้าศึกกัน ถึงจะอยู่ร่วมกัน คนเหล่านั้นก็เหมือนอยู่ไกลกัน แต่ปวงบัณฑิตผู้สงบระงับ แม้สถิต ณ ที่ห่างไกล คำนึงถึงกันอยู่ด้วยใจอันอบรมด้วยเมตตาก็ชื่อว่าเหมือนอยู่ ณ ที่ใกล้. บทว่า ปุรา เต คจฺฉามิ ความว่า หม่อมฉันยังเป็นผู้น่ารักของพระองค์ตราบใด ก็จะขอบังคมลาพระองค์ไปตราบนั้นทีเดียว.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะพระโพธิสัตว์นั้นว่า
เมื่อเราวิงวอนอยู่อย่างนี้ ถ้าท่านมิได้รู้ถึงความ นับถือของเรา ท่านก็มิได้ทำตามคำวิงวอนของเรา ซึ่ง จะเป็นผู้ปรนนิบัติท่าน เมื่อเป็นอย่างนี้ เราขอวิงวอน ท่านว่า ท่านพึงหมั่นมาที่นี้บ่อย ๆ นะ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ เจ ความว่า ดูก่อนพญาหงส์ ถ้าท่านจะไม่ยินยอมตามคำวิงวอน ของพวกเราผู้ประคองอัญชลีขออยู่เช่นนี้ มิได้กระทำตามถ้อยคำพองพวกเรา ผู้จะปรนนิบัติท่าน เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราจึงขอร้องท่านอย่างนี้. บทว่า ปุน กยิราสิ ปริยายํ ความว่า ท่านพึงกำหนดวาระแห่งการมา ณ ที่นี้ ตามกาลอันสมควร.
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงกราบทูลว่า
ข้าแต่พระมหาราชาเจ้าผู้เป็นมิ่งขวัญแห่งรัฐ ถ้า เราอยู่กันเป็นปกติอย่างนี้ อันตรายจักยังไม่มีทั้งแก่ พระองค์และแก่ข้าพระองค์ เป็นอันแน่นอนว่า เรา ทั้งสองคงได้พบเห็นกันในเมื่อวันคืนผ่านไปเป็นแน่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ เจ โน ความว่า ข้าแต่พระมหาราชผู้เป็นมิ่งขวัญแห่งแคว้น พระองค์อย่าทรงเสียพระหทัยเลย เมื่อเราคงอยู่เป็นปกติ อันตรายแห่งชีวิตจักไม่มี อันเชื่อได้แน่นอนว่า เราทั้งสองคงต้องพบกันแน่ อีกนัยหนึ่ง พระองค์ทรงตั้งพระโอวาทที่หม่อมฉันถวายทั้งหมดนั้น ไว้ในฐานะแห่งหม่อมฉัน มิได้ทรงประมาท ในโลกสันนิวาส อันมีความเป็นอยู่ชั่วครู่เช่นนี้ ทรงกระทำบุญมีให้ทานเป็นอาทิ มิได้ทรงละเมิดทศพิธราชธรรมดำรงราชย์โดยธรรม เป็นอันแน่นอนว่า เมื่อพระองค์ทรงกระทำตามโอวาทของหม่อมฉันเช่นนี้ ก็จักเห็นหม่อมฉันเรื่อยทีเดียว.
พระมหาสัตว์ถวายโอวาทพระราชาอย่างนี้แล้ว ก็บินไปเขาจิตตกูฏแล.
พระศาสดา ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในปางก่อน ถึงเราจะเกิดในกำเนิดดิรัจฉาน ก็เคยชี้แจงความทรพลของอายุสังขาร แสดงธรรมได้เหมือนกันด้วยประการฉะนี้ ประชุมชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้น ได้มาเป็นอานนท์ น้องเล็ก ได้มาเป็นโมคคัลลานะ น้องกลางได้มาเป็นสารีบุตร ฝูงหงส์ที่เหลือได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนชวนหงส์ คือเราตถาคตแล.
จบอรรถกถาชวนหังสชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๒๓๔–๒๔๔ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เตรสนิบาตชาดก ๑๓ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
Idheva haṃsa nipata piyaṃ me tava dassanaṃ issarosi anuppatto yaṃ idhatthi pavedaya.
Savanena ekassa piyā bhavanti disvā panekassa vineti 5- chando disvā ca sutvā ca piyā bhavanti kacci nu kho me piyasi dassanena.
Savanena piyo mesi bhiyyo cāgamma dassanaṃ evaṃ piyadassano samāno 6- vasa haṃsa mama santike 7- .
Vaseyyāma tavāgāre niccaṃ sakkatapūjitā matto ca ekadā majjaṃ 8- haṃsarājaṃ pacantu me. @Footnote: 1 Ma. manussānaṃ . 2 Ma. vivadatha . 3 Ma. sāmaggimeva 4 Ma. sāmaggirato. @ 5 Ma. viyeti. Yu. viheti. 6 Ma. me . 7 ma - mamantike. 8 Ma. vajje. @Sī. Yu. vajjā.
Dhiratthu taṃ majjapānaṃ yaṃ me piyataraṃ tayā na cāpi majjaṃ pivissāmi 1- yāva me vacchasī ghare.
Suvijānaṃ sigālānaṃ sakuṇānañca 2- vassitaṃ. Manussavassitaṃ rāja dubbijānataraṃ tato.
Api ce maññatī poso ñāti mitto sakhāti vā yo pubbe sumano hutvā pacchā sampajjate diso.
Yasmiṃ mano nivisati avidūre sahāpi so santikepi hi so dūre yasmā vivasate 3- mano.
Antopi ce 4- hoti pasannacitto pāraṃ samuddassa pasannacitto antopi so hoti paduṭṭhacitto pāraṃ samuddassa paduṭṭhacitto.
Saṃvasantā vivasanti ye disā te rathesabha ārā santo saṃvasanti manasā raṭṭhavaḍḍhana.
Aticiraṃ nivāsena piyo bhavati appiyo āmanta kho taṃ gacchāmi 5- purā te homi appiyo 6- .
Evaṃ ce yācamānānaṃ añjaliṃ nāvabujjhasi paricārakānaṃ santānaṃ 7- vacanaṃ na karosi no evantaṃ abhiyācāma puna kayirāsi pariyāyaṃ.
Evaṃ ce no viharataṃ antarāyo na hessati @Footnote: 1 Ma. pissāmi. Sī. Yu. pāyāmi . 2 Sī. Yu. sakuntānañca . 3 Ma. yasmiṃ @nāvisate. 4 Ma. so . 5 Ma. gacchāMa. 6 Ma. homa appiyā. @ 7 Ma. sataṃ . Yu. sattānaṃ. Tuyhaṃ vāpi 1- mahārāja mayhaṃ vā 2- raṭṭhavaḍḍhana appevanāma passema ahorattānamaccayeti. Javanahaṃsajātakaṃ tatiyaṃ.
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๑๗๕๑
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗