รุรุมิคชาดก
ว่าด้วยน้ำใจของพญาเนื้อรุรุ
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๘๓๙ · บรรทัด ๗๑๐๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว ตรัสว่า พญามฤคอย่าได้หมิ่นฉันอย่างนี้ฉันน่ะแม้จะละทิ้งราชสมบัติ ก็จักไม่ขอละทิ้งพรที่ให้แก่เธอเลย เชื่อเถิดจงรับพรของฉันเถิด. พระมหาสัตว์เมื่อรับพรจากสำนักของท้าวเธอ ขอรับพรคืออภัยทานแก่สรรพสัตว์ตั้งต้นแต่ตนไป. ฝ่ายพระราชาก็โปรดประทานพรแล้วพาพระมหาสัตว์สู่พระนคร ตรัสสั่งให้ประดับพระนครและพระมหาสัตว์เชิญให้แสดงธรรมแก่พระเทวี. พระมหาสัตว์แสดงธรรมแก่พระราชาและราชบริษัทตั้งต้นแต่พระเทวี ด้วยภาษามนุษย์อย่างไพเราะ ตักเตือนพระราชาด้วยทศพิธราชธรรมสั่งสอนมหาชนแล้วเข้าป่า แวดล้อมไปด้วยหมู่มฤค พำนักอาศัยอยู่. พระราชาทรงสั่งคนให้เที่ยวตีกลองร้องประกาศไปในพระนครว่าเราให้อภัยแก่สรรพสัตว์ ฝูงเนื้อกินข้าวกล้าของหมู่คน ใคร ๆ ก็ไม่อาจห้ามได้. มหาชนพากันไปสู่ท้องพระลานหลวงร้องทุกข์ขึ้น.
พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถานี้ว่า
ชาวชนบทและชาวนิคมทั้งหลาย มาประชุม พร้อมกันร้องทุกข์ว่า ฝูงเนื้อพากันมากินข้าว ขอ พระองค์จงตรัสห้ามฝูงเนื้อนั้นเสียบ้าง พระเจ้าข้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เทโว ความว่า ขอพระองค์จงตรัสห้ามหมู่เนื้อนั้น.
พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว จึงตรัสสองพระคาถาว่า
ชนบทอย่าได้มี แม้แว่นแคว้นจะพินาศไป ก็ตามทีเถิด เราให้อภัยแก่ฝูงเนื้อและนกยูงแล้ว ไม่ ขอประทุษร้ายพญาเนื้อรุรุเป็นอันขาด. ชาวชนบทของเราจะไม่มีก็ตาม ชาวชนบทจะไม่ พูดกะเราก็ตาม เราได้ให้พรแก่พญาเนื้อไว้แล้ว จะไม่ พูดเท็จเป็นอันขาด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มาสิ ความว่า ชาวชนบทของเราจะไม่มีก็ตามที. บทว่า รุรุํ ความว่า เราได้ให้พรแก่พญาเนื้อชื่อว่ารุรุ ตัวมีสีดังทองคำจักไม่ประทุษร้ายต่อนกทั้งหลายเลย.
มหาชนได้ฟังพระดำรัสของพระราชาแล้ว เมื่อไม่อาจจะกล่าวคำอะไรๆได้จึงพากันหลีกไป. ถ้อยคำนั้นได้แพร่กระจายไปแล้ว. พระมหาสัตว์ได้ฟังเรื่องนั้นแล้ว จึงเรียกให้ฝูงเนื้อมาประชุมกัน กล่าวสอนว่า ตั้งแต่นั้นไปเจ้าทั้งหลายอย่าพากันกินข้าวกล้าของพวกมนุษย์เลย แล้วบอกแก่พวกมนุษย์ว่า จงพากันผูกหุ่นหญ้าไว้ในไร่นาของตน ๆ เถิด. มนุษย์เหล่านั้นพากันทำตามนั้น ด้วยเครื่องหมายนั้น ฝูงเนื้อไม่กินข้าวกล้า จนถึงทุกวันนี้.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในครั้งก่อนเทวทัตก็อกตัญญูเหมือนกันทรงประชุมชาดกว่า เศรษฐีบุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นเทวทัต พระราชาได้มาเป็นอานนท์ ส่วนเนื้อรุรุคือเราตถาคตแล.
จบอรรถกถารุรุชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๓๑๖–๓๒๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เตรสนิบาตชาดก ๑๕ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๕ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ตสฺส ๔ คามวรํ ทมฺมิ นาริโย จ อลงฺกตา โก ๕ เม ตํ มิคมกฺขาสิ มิคานํ มิคมุตฺตมํ ฯ
มยฺหํ คามวรํ เทหิ นาริโย จ อลงฺกตา อหํ เต มิคมกฺขิสฺสํ มิคานํ มิคมุตฺตมํ ฯ
เอตสฺมึ วนสณฺฑสฺมึ อมฺพา สาลา จ ปุปฺผิตา #๑ ม. ปริจิตฺโต ฯ ๒ อภาณิโสติปิ ฯ ๓ ม. รุรุมิคราชชาตกํ ฯ ๔ สี. ยุ. กสฺส ฯ #๕ ม. โย ฯ ตํ ยุตฺตตรํ ฯ อินฺทโคปกสญฺฉนฺนา เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ
ธนน อเทฺวชฺฌํ กตฺวาน อุสุํ สนฺนยฺหุปาคมิ ๑ มิโค จ ทิสฺวา ราชานํ ทูรโต อชฺฌภาสถ อาคเมหิ มหาราช มา มํ วิชฺฌิ รเถสภ โก นุ เต อิทมกฺขาสิ เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ
เอส ปาปจโร โปโส สมฺม ติฏฺฐติ อารกา โส หิ ๒ เม อิทมกฺขาสิ เอตฺเถโส ติฏฺฐติ มิโค ฯ
สจฺจํ กิเรวมาหํสุ นรา เอกจฺจิยา อิธ กฏฺฐํ นิปาวตํ ๓ เสยฺโย น เตฺวเวกจฺจิโย นโร ฯ
กินฺนุ รุรุ ครหสิ มิคานํ กึ ปกฺขินํ กึ ปน มานุสานํ ภยํ หิ มํ วินฺทตินปฺปรูปํ สุตฺวาน ตํ มานุสิ ๔ ภาสมานํ ฯ
ยมุทฺธรึ วาหเน วุยฺหมานํ มโหทเก สลิเล สีฆโสเต ตโตนิทานํ ภยมาคตํ มม ทุกฺโข หเว ราช อสพฺภิ สงฺคโม ฯ
โสหํ จตุปฺปตฺตมิมํ วิหงฺคมํ ตนุจฺฉิทํ หทเย โอสชฺชามิ #๑ สี. ยุ. สนฺธายุปาคมิ ฯ ๒ ม. โส ยํ ฯ ๓ สี. วิปลาวิตํ ฯ ม. นิปฺลวิตํ ฯ #๔ ม. มานุสี ฯ หนามิ ตํ มิตฺตทุพฺภึ อกิจฺจการึ โย ตาทิสํ กมฺมกตํ น ชาเน ฯ
ธีรสฺส พาลสฺส หเว ชนินฺท สนฺโต วธํ นปฺปสํสนฺติ ชาตุ กามํ ฆรํ คจฺฉตุ ปาปธมฺโม ยญฺจสฺส ภตฺตํ ตเทตสฺส เทหิ อหญฺจ เต กามกโร ภวามิ ฯ
อทฺธา รุรุ อญฺญตโร สตํ โส โย ทุพฺภิโน ๑ มานุสสฺส น ทุพฺภี กามํ ฆรํ คจฺฉตุ ปาปธมฺโม ยญฺจสฺส ภตฺตํ ตเทตสฺส ทมฺมิ อหญฺจ เต คามวรํ ททามิ ฯ
สุวิชานํ สิคาลานํ สกุนฺตานญฺจ วสฺสิตํ มนุสฺสวสฺสิตํ ราช ทุพฺพิชานตรํ ตโต อปิ เจ มญฺญตี โปโส ญาติ มิตฺโต สขาติ วา โย ปุพฺเพ สุมโน หุตฺวา ปจฺฉา สมฺปชฺชเต ทิโส ฯ
สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา มิคา ธญฺญานิ ๒ ขาทนฺติ ตํ เทโว ปฏิเสธตุ ฯ
กามํ ชนปโท มาสิ รฏฺฐญฺจาปิ วินสฺสตุ น เตฺววาหํ รุรุํ ทุพฺเภ ทตฺวา อภย ปกฺขินํ ฯ #๑ ม. ทุพฺภโต ฯ ยุ. ทูภโต ฯ ๒ ม. สสฺสานิ ฯ
มา เม ชนปโท อาสิ มา มํ ชนปโท อหุ ๑ น เตฺววาหํ มิคราชสฺส วรํ ทตฺวา มุสา ภเณติ ฯ รุรุมิคชาตกํ นวมํ ฯ
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๑๘๓๙
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗