มหาอุกกุสชาดก
ว่าด้วยสัตว์ ๔ สหาย
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๘๙๑ · บรรทัด ๗๓๒๔ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
บุคคลพึงคบมิตรสหายและเจ้านายไว้ เพื่อได้รับ ความสุข เรากำจัดศัตรูได้ด้วยกำลังแห่งมิตร เป็นผู้ พร้อมเพรียงด้วยบุตรทั้งหลาย บันเทิงอยู่เหมือนเกราะ ที่บุคคลสวมแล้ว ป้องกันลูกศรทั้งหลายได้ ฉะนั้น. ลูกน้อยทั้งหลายของเรา เปล่งเสียงอันจับใจ ร้องรับเราผู้ร้องหาอยู่ ด้วยการกระทำของพญาเนื้อ ผู้เป็นมิตรสหายของตนซึ่งมิได้หนีไป. แน่ะเธอผู้ต้องการสิ่งที่น่าปรารถนา บัณฑิตได้ มิตรสหายแล้วย่อมปกปักรักษาบุตร ปศุสัตว์และทรัพย์ ไว้ได้ ฉัน บุตร เละสามีของฉันด้วย เป็นผู้พร้อม เพรียงกัน เพราะความอนุเคราะห์ของมิตรทั้งหลาย บุคคลผู้มีพระราชาและมีมิตรผู้กล้าหาญ สามารถจะ บรรลุถึงประโยชน์ได้เพราะสหายเหล่านี้ ย่อมมีแก่ผู้ มิตรธรรมอันบริบูรณ์ บุคคลผู้มีมิตรสหายมียศ มีตน อันสูงส่ง ย่อมบันเทิงใจอยู่ในโลกนี้ด้วย. ข้าแต่พญาเหยี่ยว มิตรธรรมทั้งหลาย แม้ผู้ที่ ยากจนก็ควรทำ ดูซิท่าน เราพร้อมด้วยหมู่ญาติเป็นผู้ พร้อมเพรียงกัน ด้วยความอนุเคราะห์ของมิตร นก ตัวใดผูกมิตรไว้กับผู้กล้าหาญมีกำลัง นกตัวนั้น ย่อมมี ความสุขเหมือนฉันกับเธอ ฉะนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิตฺตญฺจ ได้แก่ มิตรของตนอย่างใดอย่างหนึ่ง. บทว่า สุหทยญฺจ ความว่า จงกระทำการคบมิตรผู้มีใจดี ผู้มีตำแหน่งเป็นเจ้านายและมิตรอันสูงส่ง. พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า นิวตฺถโกโชว สเรภิหนฺตฺวา นี้ ดังต่อไปนี้ ด้วยบทว่า โกโช ท่านกล่าวเกราะคือเกราะที่บุคคลสวมไว้แล้ว ย่อมกำจัด คือ ย่อมห้ามลูกศรทั้งหลายเสียได้ชื่อฉันใด แม้เราทั้งหลายก็ฉันนั้น ย่อมกำจัดข้าศึกทั้งหลายด้วยกำลังแห่งมิตร บันเทิงกับบุตรทั้งหลาย. บทว่า สกมิตฺตสฺส กมฺเมน ความว่า เพราะความบากบั่นแห่งมิตรของตน. บทว่า สหายสฺสาปลายิโน ได้แก่ พญาเนื้อผู้เป็นสหายไม่หนีหน้า. บทว่า โลมหํสา ความว่า ปักษีทั้งหลายเป็นลูกน้อยของเราจึงเปล่งเสียงขันขานจับใจไพเราะกะเราผู้ขันเรียกอยู่ได้. บทว่า สมงฺคิภูตา คือตั้งอยู่ในฐานะเดียวกัน. บทว่า ราชวตา สุรวตา จ อตฺโถ ความว่าบุคคลผู้สามารถจะบรรลุประโยชน์ได้ ด้วยคุณเครื่องความเป็นพระราชา เช่นอย่างราชสีห์ และคุณเครื่องความเป็นผู้แกล้วกล้า เช่นนกออกและเต่าซึ่งเป็นมิตรที่กล้าหาญ. บทว่า ภวนฺติ เหเต ความว่า และคุณเครื่องความเป็นผู้กล้าหาญเป็นต้นเหล่านี้ ย่อมชักนำให้เป็นสหายของผู้ที่มีเนื้อฝูงสมบูรณ์ คือมีมิตรธรรมสมบูรณ์. บทว่า อุคฺคตตฺโต ได้แก่ ความเป็นผู้มีมิตรมียศเฟื่องฟู ด้วยสิริเสาวภาคย์. บทว่า อิมสฺมิญฺจ โลเก ความว่าย่อมบันเทิงในโลกนี้ กล่าวคืออิธโลก. นางร้องเรียกสามีว่า กามกามิ ผู้ใคร่ในกาม จริงอยู่ สามีนั้นใคร่ในกาม ชื่อว่า กามกามิ. บทว่า สมคฺคมฺหา ความว่า เราเกิดเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน. บทว่า สาตเก ความว่า พร้อมกับญาติและบุตรทั้งหลาย.
นางเหยี่ยวแสดงคุณของมิตรธรรมด้วยคาถาทั้ง ๖ ด้วยประการฉะนี้. แม้สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ก็คงเป็นสหายกัน ไม่ทำลายมิตรธรรม ดำรงอยู่ตลอดอายุแล้ว ต่างไปตามยถากรรม.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น ที่อุบาสกนี้อาศัยภรรยามีความสุข แม้ในกาลก่อนก็มีความสุขเพราะอาศัยภรรยาแล้วเหมือนกัน ดังนี้แล้ว ทรงประชุมชาดกว่าพ่อเหยี่ยวแม่เหยี่ยวในครั้งนั้น ได้มาเป็นคู่สามีภรรยา ลูกเต่าได้มาเป็นราหุล พ่อเต่าได้มาเป็นมหาโมคคัลลานะ นกออกได้มาเป็นสารีบุตรส่วนราชสีห์คือเราตถาคตแล.
จบอรรถกถามหาอุกกุสชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๓๗๗–๓๘๘ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ปกิณณกนิบาตชาดก ๑๖ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
Ukkā milācā 2- bandhanti dīpe pajā mama khādituṃ patthayanti mittaṃ sahāyañca vadehi senaka ācikkha ñātibyasanaṃ dijānaṃ.
Dijo dijānaṃ pavarosi pakkhi ca 3- ukkusarāja saraṇaṃ taṃ upemi 4- pajā mama khādituṃ patthayanti luddā milācā 5- bhava me sukhāya.
Mittaṃ sahāyañca karonti paṇḍitā kāle akāle sukhamesamānā karomi te senaka etamatthaṃ @Footnote: 1 Ma. samāgatāsmi . 2-5 Ma. cilācā . 3 Ma. pakkhima. Sī. Yu. casaddo na dissati. @ 4 Ma. upema. Ariyo hi ariyassa karoti kiccaṃ.
Yaṃ hoti kiccaṃ anukampakena ariyassa ariyena kataṃ tayidaṃ attānurakkhī bhava mā aḍayhi lacchāma putte tayi jīvamāne.
Tameva 1- rakkhāvaraṇaṃ karonto sarīrabhedāpi na santasāmi karonti hete 2- sakhīnaṃ sakhāro pāṇaṃ cajantā 3- satamesa dhammo.
Sudukkaraṃ kammamakāsi aṇḍajoyaṃ 4- vihaṅgamo atthāya kururo putte aḍḍharatte anāgate.
Cutāpi heke khalitā sakammunā mittānukampāya patiṭṭhahanti puttā mamaṭṭā gatimāgatosmi atthaṃ caretha mama vāricara 5- .
Dhanena dhaññena ca attanā ca mittaṃ sahāyañca karonti paṇḍitā karomi te senaka etamatthaṃ ariyo hi ariyassa karoti kiccaṃ.
Appossukko tāta tuvaṃ nisīda @Footnote: 1 Ma. taveva . 2 Ma. heke . 3 Sī. Yu. cajanti . 4 Ma. aṇḍajāyaṃ. Putto pitu carati atthacariyaṃ ahaṃ carissāmi taveva atthaṃ 1- senassa putte parittāyamāno.
Addhā hi tāta satamesa dhammo putto pitu care 2- atthacariyaṃ appeva maṃ disvāna pavaḍḍhakāyaṃ senassa puttāni na heṭhayeyyuṃ.
Pasū manussā migavīraseṭṭha bhayaṭṭitā 3- seṭṭhamupabbajanti puttā mamaṭṭā gatimāgatosmi tvaṃ nosi rājā bhava me sukhāya.
Karomi te senaka etamatthaṃ āyāmi te taṃ disataṃ vadhāya kathaṃ hi viññū bahusampajāno na vāyame attajanassa guttiyā.
Mittaṃ kayirātha suhadayañca ayirañca kayirātha sukhāgamāya nivatthakojova sarebhihantvā modāma puttehi samaṅgibhūtā.
Sakamittassa kammena sahāyassāpalāyino @Footnote: 1 Ma. tavetamatthaṃ . 2 Ma. pituyaṃ care. Sī. Yu. pitu yañcaretha . 3 Sī. Yu. @bhayadditā. Kujantamupakujanti lomahaṃsā hadayaṅgamaṃ.
Mittaṃ sahāyaṃ adhigamma paṇḍito so bhuñjati puttaṃ pasuṃ dhanaṃ vā ahañca puttā ca patī ca mayhaṃ mittānukampāya samaṅgibhūtā. Rājavatā suravatā ca attho sampannasakhissa bhavanti hete so mittavā yasavā uggatatto asmiñca loke modati kāmakāmi.
Karaṇīyāni mittāni daliddenāpi senaka passa mittānukampāya samaggamhā sañātake. Sūrena balavantena yo mittaṃ 1- kurute dijo evaṃ so sukhito hoti yathāhaṃ tvañca senakāti. Mahāukkusajātakaṃ tatiyaṃ.
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๑๘๙๑
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗