ตัจฉกสูกรชาดก
ว่าด้วยหมูพร้อมใจกันสู้เสือ
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๙๗๕ · บรรทัด ๗๖๕๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
เล่ากันมาว่า เสือโคร่งนั้นไปหยุดยืนที่พื้นภูเขา. พวกหมูพากันบอกแก่ตัจฉกสุกรว่า นายเอ๋ย ไอ้โจรมันมาอีกแล้ว. ตัจฉกสุกรปลอบใจพวกนั้นว่า พวกเจ้าอย่ากลัวเลย ลุกขึ้นยืนบนตั่งระหว่างหลุมทั้งสอง. เสือโคร่งจึงเผ่นโผนโจนใส่ตัจฉกสุกร ตัจฉกสุกรหลบกลับหน้าเป็นหลัง ตกลงในหลุมแรก. เสือโคร่งไม่ยังความเร็วไว้ได้ จึงไปตกในหลุมที่เป็นตะพักเหมือนกระด้งแน่นอัดเหมือนฟ่อนหญ้า. ตัจฉกสุกรลุกขึ้นโดยเร็ว เผ่นจากหลุม จดเขี้ยวลงตรงขั้วไส้ของมัน ขวิดขาดไปจดหทัย กินเนื้อแล้วเอาปากคาบเหวี่ยงไปนอกหลุม บอกว่า พวกเจ้าจงพากันกินเนื้อซิ. พวกหมูที่มาก่อน ได้โอกาสเพียงจ่อจะงอยปากลงไปครั้งเดียวเท่านั้น. ที่มาครั้งหลังไม่ได้เลย ต่างพูดกันว่าอันเนื้อเสือโคร่งรสชาติมันเป็นอย่างไรนะ. ตัจฉกสุกร โดดขึ้นจากหลุมแล้วมองดูพวกหมูทั้งหลาย กล่าวว่า เอ๊ะ อย่างไรเล่า พวกเจ้าจึงไม่ดีใจกัน. พวกหมูพากันตอบว่า นายเอ๋ย พวกเราเพียงจับเสือโคร่งได้ตัวเดียวเท่านั้นก็เท่ากับพวกเราจับเสือโคร่งตัวที่ประทุษร้ายได้ตัวหนึ่ง แต่นอกจากนี้ผู้ที่จะนำเสือโคร่งมาได้ยังมีอยู่. ถามว่า นั่นชื่อไร. ตอบว่า ชฎิลโกงผู้คอยกินมังสะที่เสือโคร่งนำมาแล้ว ๆ. กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นพากันมาเถิด พวกเราต้องจับมันให้ได้ แล้ววิ่งแน่วไปกับพวกหมูเหล่านั้น. กล่าวถึงชฎิลนึกว่าเสือโคร่งมัวช้าอยู่ มองดูทางมาของมัน เห็นพวกหมูเป็นอันมากกรูวิ่งมา คิดว่าชะรอยพวกหมูเหล่านี้ฆ่าเสือโคร่งได้แล้ว พากันวิ่งมาเพื่อฆ่าเรา หนีขึ้นต้นมะเดื่อต้นหนึ่งพวกหนูพากันร้องว่า มันขึ้นต้นไม้ไปแล้ว. ตัจฉกสุกรถามว่า ต้นไม้อะไร. ตอบว่า ต้นมะเดื่อ. ตัจฉกสุกรกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นอย่าเสียใจเลย ประเดี๋ยวพวกเราต้องจับมันได้ พลางเรียกหมูหนุ่ม ๆ มาให้ช่วยกันคุ้ยดินออกจากโคนต้นไม้ ให้แม่หมูทั้งหลายไปอมน้ำมา ให้พวกหมูที่มีเขี้ยวใหญ่ ๆ ช่วยกันขวิดรากโดยรอบ จนเหลือแต่รากแก้วที่หยั่งลงไปตรงรากเดียวเท่านั้น ต่อจากนั้นก็ร้องบอกพวกหมูที่เหลือ ๆ ว่า พวกเจ้าพากันหลบเสียเถิด แล้วคุกเข่าเอาเขี้ยวขวิดตรงรากแก้ว ขาดไปเหมือนฟันด้วยขวาน ต้นไม้นั้นก็พลิก พอชฎิลโกงตกลงมาเท่านั้น พวกหมูก็พากันรับไว้แล้วรุมกินเนื้อเสีย. รุกขเทวดาเห็นเหตุอัศจรรย์นั้น จึงกล่าวคาถาว่า
ญาติทั้งหลายมีมากด้วยกัน ย่อมยังประโยชน์ให้ สำเร็จ ถึงต้นไม้ทั้งหลายที่เกิดในป่า ก็เหมือนกัน สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันเข้า ฆ่าเสือโคร่งเสียได้ เพราะประพฤติร่วมใจอันหนึ่งอันเดียวกัน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอกายเน หโต ความว่า ฆ่าเสือโคร่งเสียได้ เพราะมีความพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นเอง.
พระศาสดา เมื่อทรงประกาศความที่พวกสุกรเหล่านั้นกำจัดศัตรูทั้ง ๒ เสียได้จึงตรัสพระคาถาว่า
สุกรทั้งหลายช่วยกัน ฆ่าพราหมณ์ และเสือโคร่ง ทั้ง ๒ ได้แล้ว ต่างร่าเริงบันเทิงใจ พากันบันลือศัพท์ สำเนียงเสียงสนั่น.
ตัจฉกสุกรถามอีกว่า ศัตรูของพวกเจ้าแม้อื่น ๆ ยังมีหรือ. พวกสุกรพากันตอบว่า ไม่มีละนายเอ๋ย ตกลงกันว่า พวกเราต้องอภิเษกท่านให้เป็นพระราชา พากันเที่ยวหาน้ำ เห็นสังข์สำหรับตักน้ำดื่มของชฎิล สังข์นั้นเป็นสังข์ทักษิณาวัฏ (เวียนขวา) เป็นสังขรัตนะ จึงตักน้ำมาเต็มสังข์ อภิเษกตัจฉกสุกร ณ โคนต้นมะเดื่อนั้นเอง แล้วพากันให้นางสุกรสรงน้ำอภิเษกเป็นมเหสีของพญาตัจฉกสุกรนั้น ตั้งแต่ครั้งนั้น การนั่งตั่งไม้มะเดื่อ รดน้ำด้วยสังข์ทักษิณาวัฏ ก็ได้รับประพฤติสืบมา.
พระศาสดา เมื่อทรงประกาศความแม้นั้น ตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า
สุกรเหล่านั้นมาประชุมพร้อมกันที่โคนต้นมะเดื่อ อภิเษกตัจฉกสุกรด้วยคำว่า ท่านเป็นพระราชา เป็นเจ้า เป็นใหญ่ของพวกเรา.
พระศาสดา ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ถึงในครั้งก่อน ธนุคคหติสสะเคยฉลาดในการจัดขบวนรบเหมือนกัน ทรงประชุมชาดกว่า ชฎิลโกงในครั้งนั้น ได้มาเป็นเทวทัต ตัจฉลสุกรได้มาเป็นธนุคคหติสสะ ส่วนรุกขเทวดาได้มาเป็นเราตถาคตแล
จบอรรถกถาตัจฉกสุกรชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๔๗๓–๔๘๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ปกิณณกนิบาตชาดก ๑๕ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๕ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
Yadesamānā vicarimhā pabbatāni vanāni ca @Footnote: 1 Ma. te te . 2 Ma. tesampahaṃ . 3 Sī. patto. Ma. pattā. 4 Ma. @dukkhā sa pamucci. Anvesaṃ vipule 1- ñātī teme adhigatā mayā. Bahuṃ cidaṃ mūlaphalaṃ bhakkho cāyaṃ anappako rammā cimā girinajjo 2- phāsuvāso bhavissati. Idhevāhaṃ vasissāmi saha sabbehi ñātibhi appossukko nirāsaṅkī asoko akutobhayo.
Aññañhi leṇaṃ pariyesa sattu no idha vijjati so taccha sūkare hanti idhāgantvā varaṃ varaṃ.
Ko numhākaṃ idha sattu ko ñātī susamāgate duppadhaṃse 3- padhaṃseti taṃ me akkhāhi pucchito.
Uddhaggarājī migarājā balī dāṭhāvudho migo so taccha sūkare hanti idhāgantvā varaṃ varaṃ.
Na no dāṭhā na vijjanti balaṃ kāye samohitaṃ sabbe samaggā hutvāna vasaṃ kāhāma ekakaṃ.
Hadayaṅgamaṃ kaṇṇasukhaṃ vācaṃ bhāsasi tacchaka yopi yuddhe pālayetha 4- taṃpi pacchā hanāmase.
Pāṇātipātā virato nusajja 5- abhayaṃ nu te sabbabhūtesu dinnaṃ dāṭhā nu te migaviriya 6- na santi yo saṅghapatto kapaṇova jhāyasi. @Footnote: 1 Ma. vicariṃ . 2 Sī. Yu. girinadiyo . 3 Sī. Yu. appadhaṃse . 4 Ma. palāyeyya. @ 5 Ma. nu ajja . 6 Ma. migavadhāya.
Na me dāṭhā na vijjanti balaṃ kāye samohitaṃ ñātī ca disvāna samaṅgi ekato tasmā ca jhāyāmi vanamhi ekako. Imassudaṃ yanti disādisaṃ 1- pure bhayaṭṭitā leṇagavesino puthū tedāni saṅgamma vasanti ekato yatthaṭṭhitā duppasahajja te mayā pariṇāyakasampannā sahitā ekavādino te maṃ samaggā hiṃseyyuṃ tasmā nesaṃ na patthaye 2- .
Ekova indo asure jināti ekova seno hanti dije pasayha ekova byaggho migasaṅghapatto varaṃ varaṃ hanti balañhi tādisaṃ.
Naheva indo na seno napi byaggho migādhipo samagge sahite ñātī byaggho 3- na kurute vase.
Kumbhilakā sakuṇikā 4- saṅghino gaṇacārino sammodamānā ekajjhaṃ uppatanti uyyanti 5- ca. Tesañca ḍiyamānānaṃ 6- ekettha apasakkati 7- tañca seno nitāleti veyyagghiyeva sā gati. @Footnote: 1 Ma. disodisaṃ . 2 Yu. apatthave . 3 Ma. na byagghe. Sī. Yu. byagghe ca. @ 4 Ma. sakuṇakā . 5 Ma. ḍayanti ca . 6 bandhiyamānānantipi pāṭho. Sī. ḍayhamānānaṃ. @Ma. ḍayamānānaṃ . 7 Sī. Yu. apavattati.
Ussāhito jaṭilena luddenāmisacakkhunā dāṭhī dāṭhīsu pakkhandi maññamāno yathā pure.
Sādhu sambahulā ñātī api rukkhā araññajā sūkarehi samaggehi byaggho ekāyane hato.
Brāhmaṇañceva byagghañca ubho hantvāna sūkarā ānandino pamoditā 1- mahānādamanādisuṃ 2- .
Te sudumbaramūlasmiṃ 3- sūkarā susamāgatā tacchakaṃ abhisiñciṃsu tvaṃ no rājāsi issaroti. Tacchasūkarajātakaṃ navamaṃ.
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๑๙๗๕
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗