วิธุรชาดก
ว่าด้วยพระวิธูรบัณฑิตทรงบำเพ็ญสัจจะบารมี
เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๘๙๓ · บรรทัด ๕๖๒๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๓ จาก ๑๔
เรื่องเล่า
บรรดาบทเหล่านั้น พระคาถาว่า ปุพฺพปถานุคเตน เจตสาความว่า นางมีใจกำหนัดรักใคร่ในปุณณกยักษ์นั้น ผู้เคยเป็นสามีมาในอัตภาพถัดมา เพราะเคยร่วมอภิรมย์กันมาในกาลก่อนนั่นแล. บทว่า เอหิ คจฺฉาม ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุณณกยักษ์เสนาบดีนั้นครั้นกล่าวอย่างนั้นแล้วจึงคิดว่า เราจักขึ้นหลังม้านี้ นำไปลงเหนือยอดบรรพต จึงเหยียดมือออกจับมือนางอิรันทตีนั้น ฝ่ายนางอิรันทตีนั้นไม่ให้จับมือตน จับมือปุณณกยักษ์ที่เหยียดออกไปเสียเองแล้วกล่าวว่า ข้าแต่นาย ดิฉันมิใช่คนไร้ที่พึ่ง พระยานาคนามว่าวรุณเป็นบิดาของดิฉัน พระนางวิมลาเทวีเป็นมารดาของดิฉัน มาเถิดท่าน ดิฉันจะพาไปสู่สำนักแห่งบิดาของดิฉัน เราทั้งสองจะควรทำมงคลด้วยประการใด ท้าวเธอคงตรัสบอกเนื้อความนั้นแก่ท่านด้วยประการนั้น.
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศความนั้น จึงตรัสว่า
นางอิรันทตีประดับประดานุ่งผ้าเรียบร้อย ทัด ทรงดอกไม้ ประพรมด้วยจุรณแก่นจันทน์ จูงมือ ปุณณกยักษ์เข้าไปสู่สำนักแห่งพระบิดา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปิตุ สนฺติกมุปาคมิ ความว่า เข้าไปสู่สำนักพระบิดา.
ฝ่ายปุณณกยักษ์ ติดตามไปยังสำนักแห่งพระยานาค เมื่อจะทูลขอนางอิรันทตีจึงทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหมู่นาค ขอพระองค์ ได้ทรงโปรดสดับถ้อยคำของข้าพระองค์ ขอพระองค์ จงทรงรับสินสอดตามสมควร ข้าพระองค์ปรารถนา พระนางอิรันทตี ขอพระองค์ได้ทรงโปรดกรุณาให้ ข้าพระองค์ได้ทรงอยู่ร่วมกับพระนางอิรันทตีเถิด ข้า แต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอได้ทรงพระกรุณารับสิน สอดนั้นคือ ช้าง ๑๐๐ ม้า ๑๐๐ รถเทียมม้า ๑๐๐ เกวียน บรรทุกของเต็ม ล้วนแก้วต่าง ๆ ๑๐๐ ขอได้โปรด พระราชทานพระราชธิดาอิรันทตี แก่ข้าพระองค์เถิด พระเจ้าข้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุงฺกยํ ความว่า ขอพระองค์จงทรงรับเอาทรัพย์คือสินสอดเพื่อพระราชา ตามสมควรแก่ตระกูลและประเทศของพระองค์เถิด. บาทพระคาถาว่า ตาย สมงฺคึ กโรหิ มํ ตุวํ ความว่า ขอพระองค์จงทรงพระกรุณากระทำข้าพระองค์ให้เป็นผู้อยู่ร่วมกับพระนางอิรันทตีราชธิดานั้นเถิด. บทว่า พลภิยฺโย แปลว่า เกวียนอันเต็มไปด้วยสิ่งของ. บทว่า นานารตนสฺส เกวลา ความว่า ล้วนเต็มไปด้วยแก้วนานาชนิด.
ลำดับนั้น พระยานาคราชจึงตรัสกะปุณณกยักษ์นั้น ด้วยพระคาถาว่า
ขอท่านจงรออยู่จนกว่าเราจะได้ปรึกษาหารือกับ บรรดาญาติมิตรและเพื่อนสนิทเสียก่อนกรรมที่กระทำ ด้วยการไม่ปรึกษาหารือ ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาว อามนฺตเย ความว่า ดูก่อนยักษ์เสนาบดีผู้เจริญ เราจะให้ธิดาแก่ท่าน หรือจะไม่ให้ก็หามิได้ แต่ว่าท่านจงรอก่อน เราจะปรึกษาหารือกะพวกญาติมิตรและเพื่อนที่สนิทดูก่อน. บาทพระคาถาว่า ตํ ปจฺฉา อนุตปฺปติ ความว่า พระยาวรุณนาคราชกล่าวว่าเพราะว่าหญิงทั้งหลายบางทีก็ยินดีรักใคร่กัน บางทีก็ไม่ยินดีรักใคร่กัน กรรมที่เราทำลงไปโดยมิได้ปรึกษาหารือใคร เมื่อเวลาเขาไม่ยินดีรักใคร่ต่อกัน เพราะฉะนั้นพวกญาติมิตรและเพื่อนสนิทย่อมจะไม่ช่วยกระทำความขวนขวาย ด้วยเหตุที่กรรมที่เราทำโดยมิได้ปรึกษาหารือกับเขา จึงเป็นเช่นนี้ กรรมนั้นย่อมจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนในภายหลัง
ลำดับนั้น ท้าววรุณนาคราชเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ ปรึกษากะพระชายาเป็นพระคาถาความว่าปุณณยักษ์ มาขอลูกอิรันทตีกะเรา เราจะให้ลูกอิรันทตี ซึ่งเป็น ที่รักของเราแก่ปุณณกยักษ์นั้น เพราะได้ทรัพย์เป็น จำนวนมากหรือ ?
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปวิสิตฺวา ความว่า ปล่อยปุณณกยักษ์ไว้ในที่นั้นนั่นเอง พระองค์ก็เสด็จลุกขึ้นเข้าไปยังพระนิเวศน์ที่ชายาของพระองค์บรรทมอยู่ทันที. บทว่า ปิยํ มมํ ความว่า พระองค์ตรัสถามว่า เราจะให้ธิดาซึ่งเป็นที่รักของเรา โดยได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจเป็นอันมากหรือ ?
พระนางวิมลาเทวี ตรัสว่า
ปุณณกยักษ์ไม่พึงได้ลูกอิรันทตีของเราเพราะ ทรัพย์ เพราะสิ่งที่ปลื้มใจ ถ้าปุณณกยักษ์ได้หทัยของ วิธุรบัณฑิตนำมาในนาคพิภพนี้โดยชอบธรรม เพราะ ความชอบธรรมนั่นแล เขาจะพึงได้ลูกสาวของเรา หม่อมฉันปรารถนาทรัพย์อื่น ยิ่งกว่าหทัยของวิธุรบัณฑิตหามิได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อมฺหํ อิรนฺทตี ความว่า อิรันทตีธิดาของเรา. บทว่า เอเตน จิตฺเตน ความว่า ด้วยอาการที่ยินดีนั้นนั่นแล.
ลำดับนั้น ท้าววรุณนาคราชเสด็จออกจากนิเวศน์ ตรัสเรียกปุณณยักษ์มาตรัสว่า ท่านไม่พึงได้ลูก อิรันทตีของเรา เพราะทรัพย์ เพราะสิ่งเครื่องปลื้มใจ ถ้าท่านได้หทัยของวิธุรบัณฑิตนำมา ในนาคพิภพนี้โดย ชอบธรรม ท่านจะพึงได้ลูกสาวของเรา เราปรารถนา ทรัพย์อื่นยิ่งไปกว่าหทัยของวิธุรบัณฑิตหามิได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บาทพระคาถาว่า ปุณฺณกามนฺตยิตฺวาน ความว่า เรียกปุณณกยักษ์มา.
ปุณณกยักษ์ทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ในโลกนี้คนบางพวก ย่อมเรียกคนใดว่าเป็นบัณฑิต คนบางพวกกลับเรียก คนนั้นนั่นแลว่าเป็นพาล ในเรื่องนี้ คนทั้งหลายยัง กล่าวแย้งกันอยู่ ขอได้ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ พระองค์ทรงเรียกใครว่าเป็นบัณฑิต.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ ปณฺฑิโต ความว่า ได้ยินว่า ปุณณกยักษ์ได้สดับว่าให้นำหทัยวิธุรบัณฑิตมาดังนี้ คิดว่า คนบางพวก เรียกคนใดว่า เป็นบัณฑิต แต่คนพวกอื่นก็เรียกคนนั้นแหละว่าเป็นพาล. ทั้งที่แม่นางอิรันทตีบอกเราว่า วิธุรบัณฑิตแม้โดยแท้ ถึงกระนั้นเราจักทูลถามท้าวเธอให้รู้แน่นอนกว่านั้น เพราะเหตุดังนี้นั้นจึงได้กล่าวอย่างนั้น.
พระยานาคราชตรัสว่า
บัณฑิตชื่อว่าวิธุระ ผู้ทำการสั่งสอนอรรถธรรม แก่พระเจ้าธนัญชัยโกรพยราช ถ้าท่านได้ยินได้ฟังมา แล้ว ท่านจงไปนำบัณฑิตนั้นมา ครั้นท่านได้มาโดย ธรรมแล้ว อิรันทตีธิดาของเรา จงเป็นภรรยาของ ท่านเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺมลทฺธา แปลว่า ได้มาแล้วโดยธรรม. บทว่า ปาทจราว แปลว่า เป็นหญิงบำเรอ.
ฝ่ายปุณณกยักษ์ ได้สดับพระดำรัส ของท้าว วรุณนาคราชดังนี้แล้ว ยินดียิ่งนัก ลุกขึ้นแล้ว ไปสั่ง บุรุษ คนใช้ของตน ผู้อยู่ในที่นั้นว่า เจ้าจงนำม้า อาชาไนยที่ประกอบไว้แล้ว มา ณ ที่นี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสํสิ ได้แก่ สั่งบังคับคนใช้ของตน. บทว่า อาชญฺํ ได้แก่ ม้าสินธพผู้รู้เหตุ และมิใช่เหตุ. บทว่า ยุตฺตํ แปลว่า ประกอบเสร็จแล้ว.
พระโบราณาจารย์ กล่าวพรรณนาม้าสินธพนั้นไว้ว่า
ม้าสินธพอาชาไนยนั้น มีหูทั้งสองประดับด้วย ทองคำ กีบหุ้มด้วยแก้วแดง มีเครื่องประดับอก ล้วน แล้วด้วยทองชมพูนุทอันสุกใส.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาตรูปมยา ความว่า เมื่อจะกล่าวพรรณนาม้าสินธพนั้นนั่นแล จึงได้กล่าวอย่างนั้น จริงอยู่ม้าสินธพมโนมัยนั้นมีหูทั้งสองล้วนแล้วด้วยทองคำ. บทว่า กาจมหิจมยา ขุรา ความว่า ม้าสินธพนั้น มีกีบล้วนแล้วด้วยแก้วมณี. บทว่า ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส ความว่า มีเครื่องประดับอก ล้วนแล้วด้วยทองชมพูนุท มีสีแดงสุกปลั่ง.
บุรุษคนใช้นั้น นำม้าสินธพมาในขณะนั้นนั่นเอง ปุณณกยักษ์ ขึ้นขี่ม้าสินธพอาชาไนยนั้น เหาะไปสู่สำนักของท้าวเวสวัณโดยทางอากาศ แล้วพรรณนาภพแห่งนาค แล้วบอกเรื่องนั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะทรงประกาศความนั้นจึงได้ตรัสว่า
ปุณณยักษ์ผู้ประดับประดาแล้ว แต่งผมและหนวดดีแล้ว ขึ้นม้าอันเป็นพาหนะของเทวดา เหาะไปในอากาศกลางหาว ปุณณกยักษ์นั้น กำหนัดแล้วด้วยกามราคะ ปรารถนานางอิรันทตีนาคกัญญา ไปทูลท้าวกุเวรเวสวัณผู้เรืองยศ ซึ่งเป็นใหญ่แห่งหมู่ยักษ์ว่า ภพนาคนั้นเขาเรียกชื่อว่าโภควดีนครบ้าง วาสนครบ้าง หิรัญญวดีนครบ้าง เป็นเมืองที่บุญกรรมนิรมิต ล้วนแต่ทองคำ สำเร็จแก่พระยานาคผู้บริบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ทุกอย่าง ป้อมและเชิงเทิน สร่างโดยสัณฐานคออูฐ ล้วนแล้วด้วยแก้วแดงและแล้วลาย ในนาคพิภพนั้น มีปราสาทล้วนแล้วด้วยหิน มุงด้วยกระเบื้องทองในนาคพิภพนั้น มีไม้มะม่วง ไม้หมากเม่า ไม้หว้า ไม้ตีนเป็ด ไม้จิก ไม้การะเกด ไม้ประยงค์ ไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะม่วงหอม ไม้ชะเบาไม้ยางทราย ไม่จำปา ไม้กากะทิง มะลิซ้อน มะลิลา และไม้ละเบา ต้นไม้ในนาคพิภพเหล่านี้มีกิ่งต่อกันและกัน งามยิ่งนัก ในนาคพิภพนั้น มีต้นอินทผาลัม อันสำเร็จด้วยแก้วอินทนิล มีดอกและผลล้วนไปด้วยทองเนืองนิตย์ ท้าววรุณนาคราชผู้มีฤทธิ์มากเป็นผู้ผุดขึ้นเกิดอยู่ในนาคพิภพนั้น มเหสีของพระยานาคราชนั้น กำลังรุ่นสาว ทรงพระนามว่าวิมลามีพระรูป พระโฉมอันประกอบด้วยสิริ งดงามดังก้อนทองคำ สะโอดสะองดังหน่อเถาจิงจ้อดำ พระถันทั้ง
คู่มีสัณฐานดังผลมะพลับ น่าดูยิ่งนัก พระฉวีวรรณ แดงดังน้ำครั่ง เปรียบเหมือนดอกกรรณิการ์อันแย้ม บาน เปรียบดังนางอัปสร ผู้อยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทศ หรือเปรียบเหมือนสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ ข้าพระองค์ผู้เป็นใหญ่ พระนางวิมลานั้น ทรงแพ้พระครรภ์ ทรงปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต ข้าพระองค์ จะถวายดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต แก่ท้าว วรุณนาคราชและพระนางวิมลา เพราะการนำดวงหทัย ของวิธุรบัณฑิตไปถวายแล้ว ท้าววรุณนาคราช และ พระนางวิมลา จะพระราชทานพระนางอิรันทตีราช ธิดาแก่ข้าพระองค์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เทววาหวหํ ความว่า พาหนะที่จะพึงนำไป ย่อมนำพาหนะ กล่าวคือเทวดาไป เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เทววาหวหะนำไปด้วยพาหนะเทวดา. บทว่า ยานํ ความว่า ชื่อว่ายาน เพราะเป็นเครื่องนำไป คือเป็นเครื่องไป. บทว่า กปฺปิตเกสมสฺสุ ความว่า แต่งผมและหนวดดีแล้ว ด้วยอำนาจประดับ ถามว่า ก็ธรรมดาการแต่งผมและหนวดของเทวดาทั้งหลายย่อมไม่มี แต่ก็กล่าวถ้อยคำให้วิจิตรไป. บทว่า ชิคึสํ แปลว่า ผู้ปรารถนา. บทว่า เวสฺสวณํ ได้แก่ พระราชาผู้เป็นอิสระแห่งราชธานีประจำทิศอีสาน. บทว่า กุเวรํ ได้แก่ ผู้มีชื่อว่า กุเวร อย่างนั้น. บทว่า โภควตี นาม ได้แก่ ผู้ได้ชื่ออย่างนั้น เพราะเป็นมีโภคสมบัติสมบูรณ์ บทว่า มนฺทิเร ความว่า พระราชมนเทียรคือพระราชวัง บทว่าวาสา หิรญฺวตี ความว่า ท่านเรียกว่า ที่ประทับ เพราะเป็นที่ประทับของพระยานาค และกล่าวว่า หิรญฺวตี เพราะพระที่นั่งหิรัญญวดี แวดล้อมไปด้วยกำแพงทอง. บทว่า นครํ นิมิตฺตํ แปลว่า มีนครเป็นเครื่องหมาย. บทว่า กาญฺจนมเย แปลว่า สำเร็จแล้วด้วยทอง. บทว่า มณฺฑลสฺส ได้แก่ ประกอบด้วยโภคมณฑล. บทว่า นิฏฺิตํ แปลว่า สำเร็จในเพราะการทำ. บทว่า โอฏฺคีวิโย ได้แก่ กระทำโดยสัณฐานดังคออูฐ. บาทคาถาว่า โลหิตงฺคสฺส มสารคลฺลิโน ได้แก่ ป้อมและคอหอย อันสำเร็จด้วยแก้วแดง สำเร็จด้วยแก้วตาแมว. บทว่า ปาสาเทตฺถ นี้ ได้แก่ ปราสาทในนาคพิภพนี้. บทว่า สิลามยา แปลว่า สำเร็จด้วยแก้วมณี. บทว่า โสวณฺณรตเนน ความว่า มุงด้วยรัตนะ กล่าวคือทอง คือด้วยอิฐอันสำเร็จด้วยทองคำ. บทว่า สห แปลว่า ทำพร้อมกัน. บทว่า อุปริ ภณฺฑกา ได้แก่ ต้นปาริฉัตตกะ. บทว่า อุทฺทาลกา ได้แก่ ต้นจำปา ต้นกากะทิงและต้นมะลิวัลย์. บาทพระคาถาว่า ภคินิมาลา อตฺเถตฺถ โกลิยา ความว่าไม้มะลิลา และต้นกระเบา ย่อมมีในนาคพิภพนี้. บทว่า เอเต ทุมา ปรินามิตาความว่า ต้นไม้ที่เผล็ดดอก ออกผลเหล่านั้น มีกิ่งเกี่ยวพันน้อมหากันและกันนุงนัง. บทว่า ขชฺชุเรตฺถ ได้แก่ ต้นอินทผาลัม มีในนาคพิภพนี้. บทว่าสิลามยา แปลว่า สำเร็จด้วยแก้วอินทนิล. บทว่า โสวณฺณธุวปุปฺผิตา ความว่า ก็ต้นไม้เหล่านั้น มีดอกอันสำเร็จด้วยทองบานอยู่เป็นนิตย์. บทว่า ยตฺถ วสโตปปาติโก ความว่า พระยานาคผู้เกิดอยู่ในภพนาคใด. บทว่า กาญฺจนเวลฺลิวิคฺคหา ได้แก่ มีพระสรีระเช่นกับหน่อทองคำ. บาทพระคาถาว่า กาฬา ตรุณาว อุคฺคตา ความว่า ผุดขึ้นแล้ว ดังแก้วกาฬวัลลีและแก้วประพาฬ เพราะประกอบด้วยความงาม. บทว่า ปิจุมณฺฑตฺถนี มีพระถันทั้งสองมีสัณฐานดังผลมะพลับ. บทว่า ลาขารสรตฺตสุจฺฉวี นี้ ท่านกล่าวหมายถึงพระฉวีวรรณ แห่งพื้นพระหัตถ์และพระบาท. บทว่า ติทิโวกฺกจรา แปลว่า เปรียบเหมือนนางอัปสรในสวรรค์ชั้นไตรทศ. บทว่า วิชฺชุวพฺภฆนา ความว่า เปรียบเหมือนสายฟ้า ที่แลบออกจากกลีบเมฆ คือจากภายในแห่งกลีบเมฆอันหนาทึบ. บทว่า ตํ เนสํ ททามิ ความว่า เราจะให้ดวงหทัยของวิธุรบัณฑิตแก่พวกเขา ท่านจงรู้อย่างนี้. ปุณณกยักษ์เรียกพระเจ้าลุงว่า อิสฺสร ผู้เป็นใหญ่.
ปุณณกยักษ์นั้น ท้าวเวสวัณยังไม่ทรงอนุญาต ก็ไม่อาจจะไปได้จึงได้กล่าวคาถามีประมาณเท่านี้ เมื่อเขาทูลท้าวเวสวัณให้ทรงอนุญาต ด้วยประการฉะนี้ ส่วนท้าวเวสวัณ ไม่ทรงได้ยินถ้อยคำของปุณณกยักษ์นั้น มีคำถามสอดเข้ามาว่า เพราะเหตุไร ท้าวเวสวัณ จึงไม่ทรงได้ยินถ้อยคำของปุณณกยักษ์ ? แก้ว่า เพราะว่า ท้าวเวสวัณ กำลังตัดสินคดีของเทวบุตร๒ องค์ เรื่องที่พิพาทกันด้วยวิมาน ปุณณกยักษ์ทราบว่า ท้าวเธอมิได้ยินถ้อยคำของตน จึงไปยืนใกล้เทวบุตรผู้ชนะ ท้าวเวสวัณ ทรงตัดสินคดีแล้วบังคับเทวบุตร ผู้แพ้มิให้ลุกขึ้น ตรัสกะเทวบุตรผู้ชนะว่า ท่านจงไปอยู่ในวิมานของท่าน ในขณะที่ท้าวเวสวัณตรัสว่า ท่านจงไปดังนี้นั่นแล ปุณณกยักษ์บอกเทวบุตร ๒-๓ องค์ ให้เป็นพยานว่า ท่านทั้งหลายจงทราบว่าพระเจ้าลุงของเราส่งเราไป แล้วสั่งให้นำม้าสินธพมา เผ่นขึ้นม้าสินธพนั้นเหาะไป โดยนัยที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง.
พระศาสดา เมื่อทรงประกาศความนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า
ปุณณยักษ์นั้น ทูลลาท้าวกุเวรเวสวัณผู้เรืองยศ เป็นใหญ่ในหมู่ยักษ์ แล้วไปสั่งบุรุษคนใช้ของตนผู้อยู่ ในที่นั้นว่า เจ้าจงเอาน้ำอาชาไนยที่ประกอบแล้วมา ณ ที่นี้ ม้าสินธพนั้นมีหูทั้งสองประดับด้วยทองคำ กีบ หุ้มด้วยแก้วแดง เครื่องประดับอกล้วนด้วยทองคำ ชมพูนุทอันสุกใส ปุณณกยักษ์ผู้ประดับประดาแล้ว แต่งผม และหนวดดีแล้ว ขึ้นม้าอันเป็นยานพาหนะ ของเทวดา เหาะไปในอากาศกลางหาว บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อามนฺตย แปลว่า เรียกมาแล้ว.
ปุณณกยักษ์นั้น เหาะไปทางอากาศนั้นเองคิดว่า วิธุรบัณฑิตมีบริวารมาก เราไม่อาจจับเอาเธอได้ แต่ว่าพระเจ้าธนัญชัยโกรพยราช พอพระทัยในการทรงสกา เราชนะท้าวเธอด้วยสกาแล้ว จักจับเอาวิธุรบัณฑิต เออก็แก้วในพระคลังข้างที่ ของท้าวเธอมีเป็นจำนวนมาก ท้าวเธอคงไม่ทรงสกาด้วยแก้วที่เป็นของพนันมีค่าเล็กน้อย บุคคลผู้ชนะพระราชาได้ควรจะนำเอาแก้วมณีมีค่ามากมา พระราชาจักไม่ทรงรับแก้วชนิดอื่น แก้วมณีเป็นเครื่องใช้สอยของพระเจ้าจักรพรรดิราช มีอยู่ในระหว่างแห่งวิบุลบรรพตใกล้กรุงราชคฤห์เราต้องเอาแก้วมณี ซึ่งมีอานุภาพมากนั้นมาโลมล่อพระราชาจึงจะชนะพระราชาได้ ปุณณกยักษ์ได้ทำอย่างนั้นแล้ว.
พระศาสดา เมื่อทรงประกาศความนั้น จึงได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
ปุณณยักษ์นั้น ได้เหาะไปสู่กรุงราชคฤห์อันน่า รื่นรมย์ยิ่งนัก เป็นนครของพระเจ้าอังคราช อันพวก ข้าศึกไม่กล้าเข้าใกล้ มีภักษาหาร และข้าวน้ำมากมาย ดังมสักกสารพิภพของท้าววาสวะ เป็นนครกึกก้องด้วย หมู่นกยูงและนกกะเรียน อื้ออึงด้วยฝูงนกต่าง ๆ ชนิด เป็นที่เสพอาศัยของฝูงทิชาชาติ มีนกต่าง ๆ ส่งเสียง ร้องอยู่ อึงมี่ ภูมิภาคราบเรียบ ดารดาษไปด้วยบุปผชาติ ดังขุนเขาหิมวันต์ ปุณณกยักษ์นั้น ขึ้นสู่วิบุลบรรพตอันเป็นภูเขาศิลาล้วน เป็นที่อาศัยอยู่ของหมู่ กินนร เที่ยวแสวงหาแก้วมณีดวงประเสริฐอยู่ ได้เห็น ดวงแก้วมณีนั้น ณ ท่ามกลางยอดภูเขา.
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๔ หน้า ๓๕๑–๔๘๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
มหานิบาตชาดก ๑๕๒ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๕๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ปณฺฑุ กีสิยาสิ ทุพฺพลา วณฺณรูปํ น ตเวทิสํ ปุเร วิมเล อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา กีทิสี ตุยฺหํ สรีรเวทนา ฯ
ธมฺโม มนุเชสุ มาตีนํ โทหโฬ นาม ชนินฺท วจฺจติ ธมฺมาหตํ นาคกุญฺชร วิธุรสฺส หทยาภิปตฺถเย ฯ
จนฺทํ โข ตฺวํ วิมเล โทหฬายสิ สุริยํ วา อถวาปิ มาลุตํ ทุลฺลภํ ๑ หิ วิธุรสฺส ทสฺสนํ ๒ โก วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ
กินฺนุ ตาต ตุวํ ปชฺฌายสิ ปทุมํ หตฺถคตํว เต มุขํ กินฺนุ ทุมฺมนรูโปสิ อิสฺสร มา ตฺวํ โสจิ อมิตฺตตาปน ฯ
มาตา หิ ตว อิรนฺทติ ๓ วิธุรสฺส หทยํ ธนิยฺยติ ทุลฺลภํ หิ วิธุรสฺส ทสฺสนํ โก วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ
ตํ ภตฺตารํ ๔ ปริเยสนํ จร โย วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ ปิตุโน จ สา สุตฺวาน วากฺยํ รตฺตึ นิกฺขมฺม อวสฺสุตี จริ ฯ
เก คนฺธพฺเพ เก รกฺขเส จ นาเค เก กึปุริเส อถวาปิ มานุเส #๑-๒ สี. ยุ. ทุลฺลเภ ... ทสฺสเน ฯ ๓ ม. อิรนฺธติ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ #๔ ม. ตสฺส ภตฺตุปริเยสนํ ฯ เก ปณฺฑิเต สพฺพกามทเท ทีฆรตฺตํ ภตฺตา เม ภวิสฺสติ ฯ
อสฺสาส เหสฺสามิ เต ปติ ภตฺตา เต เหสฺสามิ อนินฺทโลจเน ปญฺญาหิ มม ตถาวิธาหิ อสฺสาส เหสฺสสิ ภริยา มม ฯ
อวจาสิ ปุณฺณกํ อิรนฺทตี ปุพฺพปถานุคเตน เจตสา เอหิ คจฺฉาม ปิตุ มมนฺติเก เอเสว เต เอตมตฺถํ ปวกฺขติ ฯ
อลงฺกตา สุวสนา มาลินี จนฺทนุสฺสทา ยกฺขํ หตฺเถ คเหตฺวาน ปิตุ สนฺติกมุปาคมิ ฯ
นาควร วโจ สุณาหิ เม ปฏิรูปํ ปฏิปชฺช สุงฺกิยํ ปตฺเถมิ อหํ อิรนฺทตึ ตาย สมงฺคึ กโรหิ มํ ตุวํ ฯ สตํ หตฺถี สตํ อสฺสา สตํ อสฺสตรี รถา สตํ วลภิโย ปุณฺณา นานารตฺนสฺส เกวลา เต นาค ปฏิปชฺชสฺสุ ธีตรํ เทหิรนฺทตึ ฯ
ยาว อามนฺตเย ญาตี มิตฺเต จ สุหทชฺชเน อนามนฺตกตกมฺมํ ตํ ปจฺฉา อนุตปฺปติ ฯ
ตโต โส วรุโณ นาโค ปวิสิตฺวา นิเวสนํ ภริยํ อามนฺตยิตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ อยํ โส ปุณฺณโก ยกฺโข ยาจติ มํ อิรนฺทตึ พหุนา วิตฺตลาเภน ตสฺส เทม ปิยํ มม ฯ
น ธเนน น วิตฺเตน ลพฺภา อมฺหํ อิรนฺทตี สเจ จ โข หทยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธ มาหเรยฺย เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตรึ ปตฺถยาม ฯ
ตโต โส วรุโณ นาโค นิกฺขมิตฺวา นิเวสนา ปุณฺณกามนฺตยิตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ น ธเนน น วิตฺเตน ลพฺภา อมฺหํ อิรนฺทตี สเจ ตุวํ ทหยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธมาหเรสิ เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตรึ ปตฺถยาม ฯ
ยํ ปณฺฑิโตเตฺยเก วทนฺติ โลเก ตเมว พาโลติ ปุนาหุ อญฺเญ อกฺขาหิ เม วิปฺปวทนฺติ เอตฺถ กํ ปณฺฑิตํ นาค ตุวํ วเทสิ ฯ
โกรพฺยราชสฺส ธนญฺชยสฺส ๑ ยทิ เต สุโต วิธุโร นาม กตฺตา อาเนหิ ตํ ปณฺฑิตํ ธมฺมลทฺธา อิรนฺทตี ปฏฺฐจราว ๒ เต โหตุ ฯ
อิทญฺจ สุตฺวา วรุณสฺส วากฺยํ อุฏฺฐาย ยกฺโข ปรมปฺปตีโต ตตฺเถว สนฺโต ปุริสํ อสํสิ อาเนหิ อาชญฺญมิเธว ยุตฺตํ ฯ ชาตรูปมยา กณฺณา กาจมฺหิจมยา ขุรา ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส สุวณฺณสฺส อุรจฺฉโท ฯ
เทววาหวหํ ยานํ อสฺสมารุยฺห ปุณฺณโก อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ โส ปุณฺณโก กามราเคน ๓ คิทฺโธ อิรนฺทตึ นาคกญฺญํ ชิคึสํ คนฺตฺวาน ตํ ภูตปตึ ยสสฺสึ อิจฺจพฺรวิ เวสฺสวณํ กุเวรํ ฯ โภควตี นาม มนฺทิเร #๑ ม. ธนญฺจยสฺส ฯ ๒ ม. ปทจรา ฯ ๓ สี. ยุ. กามเวเคน ฯ วาสา หิรญฺญวตีติ วุจฺจติ นคเร นิมฺมิเต กาญฺจนมเย มณฺฑลสฺส อุรคสฺส นิฏฺฐิตํ ฯ อฏฺฏาลกา โอฏฺฐคีวิโย โลหิตงฺคสฺส มสารคลฺลิโนพ ปาสาเทตฺถ สิลามยา๕ โสวณฺณรตเนน ฉาทิตา ฯ อมฺพา ติลกา จ ชมฺพุโย สตฺตปณฺณา มุจลินฺทเกตกา ปิยงฺคุกา ๑ อุทฺทาลกา สหา ปาริภทฺทกา สินฺทุวาริตา ๒ ฯ จมฺเปยฺยกา นาคมลฺลิกา ภคินีมาลา อเถตฺถ โกลิยา เอเต ทุมา ปริณามิตา โสภยนฺติ อุรคสฺส มนฺทิเร ๓ ฯ ขชฺชุเรตฺถ สิลามยา โสวณฺณธุวปุปฺผิตา พหู ยตฺถ วสโตปปาติโก นาคราชา วรุโณ มหิทฺธิโก ฯ ตสฺส โกมาริกา ภริยา วิมลา กาญฺจนเวลฺลิวิคฺคหา #๑ ม. ปิยงฺคุ ฯ ๒ ม. สินฺทุวารกา ฯ ๓ ม. มนฺทิรํ ฯ กาฬา ตรุณาว อุคฺคตา ปุจิมนฺทตฺถนี ๑ จารุทสฺสนา ฯ ลาขารสรตฺตสุจฺฉวี กณิการาว นิวาตปุปฺผิตา ติทิโวกฺกจราว อจฺฉรา วิชฺชุวพฺภฆนาว นิสฺสฏา ฯ สา โทหฬินี สุวิมฺหิตา วิธุรสฺส หทยํ ธนิยฺยติ ตํ เนสํ ททามิ อิสฺสร เตน เต เทนฺติ อิรนฺทตึ มมํ ฯ
โส ปุณฺณโก ภูตปตึ ยสสฺสึ อามนฺติย เวสฺสวณํ กุเวรํ ตตฺเถว สนฺโต ๒ ปุริสํ อสํสิ อาเนหิ อาชญฺญมิเธว ยุตฺตํ ฯ ชาตรูปมยา กณฺณา กาจมฺหิจมยา ขุรา ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส สุวณฺณสฺส อุรจฺฉโท ฯ เทววาหวหํ ยานํ อสฺสมารุยฺห ปุณฺณโก อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ
โส อคมา ราชคหํ สุรมฺมํ #๑ ปิจุมณฺฑตฺถนีติปิ ปาโฐ ฯ ๒ ยุ. สนฺตํ ฯ องฺคสฺส รญฺโญ นครํ ทุราสทํ ๑ พหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส ฯ มยูรโกญฺจคณสงฺฆุฏฺฐํ ทิชาภิฆุฏฺฐํ ทิชสงฺฆเสวิตํ นานาสกุณาภิรุทํ สุวงฺคณํ ๒ ปุปฺผาภิกิณฺณํ หิมวํว ปพฺพตํ ฯ โส ปุณฺณโก เวปุลมาภิรุยฺห ๓ สิลุจฺจยํ กึปุริสานุจิณฺณํ อนฺเวสมาโน มณิรตนํ อุฬารํ ตมทฺทส ปพฺพตกูฏมชฺเฌ ฯ
ทิสฺวา มณึ ปภสฺสรํ ชาติวนฺตํ ๔ ธนาหรํ ๕ มณิรตนํ อุฬารํ ททฺทลฺลมานํ ยสสา ยสสฺสินํ โอภาสตี วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ ตมคฺคหี เวฬุริยํ มหคฺฆํ มโนหรํ ๕ นาม มหานุภาวํ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺโณ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ #๑ สี.ม. ทุรายุตํ ฯ ๒ สี.ยุ. สุภงฺคณํ ฯ ๓ ม. -ภิรุหิ ฯ ๔ ม. ชาติมนฺตํ ฯ #๕ ม. มโนหรํ ฯ
โส อคมา ๑ นครํ อินฺทปตฺตํ โอรุยฺหุปาคญฺฉิ สภํ กุรูนํ สมาคเต เอกสตํ สมคฺเค อเวฺหตฺถ ยกฺโข อวิกมฺปมาโน ฯ โกนีธ รญฺญํ วรมาภิเชติ กมาภิเชยฺยาม วรทฺธเนน กมนุตฺตรํ รตนวรํ ชินาม โก วาปิ โน เชติ วรทฺธเนน ฯ
กุหึ นุ รฏฺเฐ ตว ชาติภูมิ น โกรพฺยสฺเสว วโจ ตเวทํ อภีโตสิ ๒ โน วณฺณนิภาย สพฺเพ อกฺขาหิ เม นามญฺจ พนฺธเว จ ฯ
กจฺจายโน มาณวโกสฺมิ ราช อนูนนาโม อิติ มวฺหยนฺติ องฺเคสุ เม ญาตโย พนฺธวา จ อกฺเขน เทวสฺมิ อิธานุปตฺโต ฯ
กึ มาณวสฺส รตนานิ อตฺถิ เย ตํ ชินนฺโต หเร อกฺขธุตฺโต พหูนิ รญฺโญ รตนานิ อตฺถิ เต ตฺวํ ทลิทฺโท กถมวฺหเยสิ ฯ #๑ ม. อคฺคมา ฯ ๒ ยุ. อภิโภสิ ฯ
ธนาหโร ๑ นาม มณิ มมายํ ธนาหรํ ๒ มณิรตนํ อุฬารํ อิมญฺจ อาชญฺญํ อมิตฺตตาปนํ เอตํ เม ชินิตฺวา หเร อกฺขธุตฺโต ฯ
เอโก มณิ มาณว กึ กริสฺสติ อาชานิเยโก ปน กึ กริสฺสติ พหูนิ รญฺโญ รตนานิ อตฺถิ อาชานิยา วาตชวา อนปฺปกา ฯ โทหฬกณฺฑํ นาม ฯ
อิทญฺจ เม มณิรตนํ ปสฺส ตฺวํ ทฺวิปทุตฺตม อิตฺถีนํ วิคฺคหา เจตฺถ ปุริสานญฺจ วิคฺคหา ฯ มิคานํ วิคฺคหา เจตฺถ สกุณานญฺจ วิคฺคหา นาคราเช สุปณฺเณ จ ๓ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
หตฺถานีกํ รถานีกํ อสฺเส ปตฺตี จ วมฺมิเน ๔ จตุรงฺคินิมํ เสนํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ หตฺถาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก ปตฺติการเก พลคฺคานิ วิยูหานิ ๕ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
ปุรํ อฏฺฏาลสมฺปนฺนํ ๖ พหุปาการโตรณํ สิงฺฆาฏเก สุภูมิโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ #๑ ม. มโนหโร ฯ ๒ ม. มโนหรํ ฯ ๓ ม. นาคราชา สุปณฺณา จ ฯ ๔ สี.ยุ. #ธชานิ จ ฯ ๕ ม. วิยูฬฺหานิ ฯ ๖ ม. อุทฺธาปสมฺปนฺนํ ฯ สี.ยุ. อุทฺทปสมฺปนฺนํ ฯ เอสิกา ปริขาโย จ ปลีฆํ อคฺคฬานิ จ อฏฺฏาลเก จ ทฺวาเร จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
ปสฺส โตรณมคฺเคสุ นานาทิชคณา พหู หํสา โกญฺจา มยูรา จ จกฺกวากา จ กุกฺกุหา ฯ กุณาลกา พหู จิตฺรา สิขณฺฑี ชีวชีวกา นานาทิชคณากิณฺณํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
ปสฺส นครํ สุปาการํ อพฺภูตํ โลมหํสนํ สมุสฺสิตทฺธชํ รมฺมํ สุวณฺณวาลุกสนฺถตํ ฯ ปสฺเสตฺถ ปณฺณสาลาโย วิภตฺตา ภาคโส มิตา นิเวสเน นิเวเส จ สนฺธิพฺยูเห ปถตฺถิโย ๑ ฯ
ปานาคาเร จ โสณฺเฑ จ สุทฺทา ๒ โอทนิยา ฆรา เวสี จ คณิกาโย จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ มาลากาเร จ รชเก คนฺธิเก อถ ทุสฺสิเก สุวณฺณกาเร มณิกาเร มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ อาฬาริเก จ สูเท จ นฏนฏฺฏกคายิเน ๓ ปาณิสฺสเร กุมฺภถูนิเก มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
ปสฺส เภรีมุทิงฺคา จ สงฺขา ปณวเทนฺทิมา สพฺพญฺจ ตาลาวจรํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ สมฺมตาลญฺจ วีณญฺจ นจฺจคีตํ สุวาทิตํ #๑ ม. ปถทฺธิโย ฯ ๒ สูณาติปิ ปาโฐ ฯ ม. สูนา ฯ ๓ ม. นฏนาฏกคายิโน ฯ ตุริยตาลิตสงฺฆุฏฺฐํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ลงฺฆิกา มุฏฺฐิกา เจตฺถ มายาการา จ โสภิยา เวตาลิเก จ ชลฺเล จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
สมชฺชา เจตฺถ วตฺตนฺติ อากิณฺณา นรนาริภิ มญฺจาติมญฺเจ ภูมิโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺส มลฺเล สมชฺชสฺมึ โปเถนฺเต ๑ ทิคุณํ ภุชํ นิหเต นิหตมาเน จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
ปสฺส ปพฺพตปาเทสุ นานามิคคณา พหู สีหา พฺยคฺฆา วราหา จ อจฺฉโกกตรจฺฉโย ฯ ปลสตา ควชา จ มหึสา โรหิตา รุรู เอเณยฺยา สรภา เจว คณิโน นิกฺกสูกรา ฯ กทลิมิคา พหู จิตฺรา วิฬารา สสกณฺณกา นานามิคคณากิณฺณํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
นชฺชาโย สุปติตฺถาโย โสวณฺณวาลุกสนฺถตา อจฺฉา สวนฺติ อมฺพูนิ มจฺฉคุมฺพนิเวสิตา ฯ กุมฺภิลา มกรา เจตฺถ สสสุมารา จ กจฺฉปา ปาฐีนา พหุสา ๒ มจฺฉา พลชา มุญฺชโรหิตา ฯ นานาทิชคณากิณฺณา นานาทุมคณายุตา เวฬุริยผลกโรทาโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ #๑ ม. โผเฏนฺเต ฯ ๒ สี. ม. ปาวุสา ฯ
ปสฺเสตฺถ โปกฺขรณิโย สุวิภตฺตา จตุทฺทิสา นานาทิชคณากิณฺณา ปุถุโลมจฺฉเสวิตา ๑ สมนฺโตทกสมฺปนฺนํ มหึ สาครกุณฺฑลํ อุเปตํ วนราชีภิ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
ปุรโต วิเทเห ปสฺส โคยานิเย จ ปจฺฉโต กุรุโย ชมฺพูทีปญฺจ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺส จนฺทญฺจ สุริยญฺจ โอภาเสนฺเต จตุทฺทิสา สิเนรุํ อนุปริยายนฺเต มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ สิเนรุํ หิมวนฺตญฺจ สาครญฺจ มหิทฺธิยํ ๒ จตฺตาโร จ มหาราเช มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ อาราเม วนคุมฺเพ จ ปาฏิเย จ สิลุจฺจเย รมฺเม กึปุริสากิณฺเณ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปารุสกํ จิตฺตลตํ มิสฺสกํ นนฺทนํ วนํ เวชยนฺตญฺจ ปาสาทํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ สุธมฺมํ ตาวตึสญฺจ ปาริฉตฺตญฺจ ปุปฺผิตํ เอราวณํ นาคราชํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺเสตฺถ เทวกญฺญาโย นภา วิชฺชุริวุคฺคตา นนฺทเน วิจรนฺติโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺเสตฺถ เทวกญฺญาโย เทวปุตฺตปโลภินี #๑ ม. ปุถุโลมนิเสวิตา ฯ ๒ ม. มหีตลํ ฯ สี. ยุ. มหิทฺธิกํ ฯ เทวปุตฺเต รมมาเน ๑ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ
ปโรสหสฺสํ ปาสาเท เวฬุริยผลกสนฺถเต ปชฺชลนฺเตน ๒ วณฺเณน มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ตาวตึเส จ ยาเม จ ตุสิเต จาปิ นิมฺมิเต ปรนิมฺมิตวสวตฺติโน ๓ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺเสตฺถ โปกฺขรณิโย วิปฺปสนฺโนทกา สุจี มณฺฑาลเกหิ สญฺฉนฺนา ปทุมุปฺปลเกหิ จ ฯ
ทเสตฺถ ราชิโย เสตา ทสฺสนียา ๔ มโนรมา ฉ ปิงฺคลา ปณฺณรสา หลิทฺทา จ จตุทฺทส ฯ วีสติ ตตฺถ โสวณฺณา วีสติ รชตามยา อินฺทโคปกวณฺณาภา ตาว ทิสฺสนฺติ ตึสติ ฯ ทเสตฺถ กาฬิโย ฉ จ ๕ มญฺเชฏฺฐา ปญฺจวีสติ มิสฺสา พนฺธุกปุปฺเผหิ นีลุปฺปลวิจิตฺตกา ฯ เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺนํ อจฺจิมนฺตํ ปภสฺสรํ โอธิสุงฺกํ มหาราช ปสฺส ตฺวํ ทฺวิปทุตฺตม ฯ มณิกณฺฑํ นาม ฯ
อุปาคตํ ราช อุเปหิ ลกฺขํ เนตาทิสํ มณิรตนํ ตวตฺถิ ธมฺเมน ชิยฺยาม ๖ อสาหเสน ชิโต จ โน ขิปฺปมวากโรหิ ฯ #๑ สี. ยุ. จรมาเน ฯ ๒ ม. ปชฺชลนฺเต จ ฯ ๓ สี. ยุ. ปรนิมฺมิตาภิรติโน ฯ #๔ ม. ทสนีลา ฯ ๕ ม. ฉจฺจ ฯ ๖ ม. ชิสฺสาม ฯ
ปญฺจาล ปจฺจุคฺคต สูรเสน มจฺฉา จ มทฺทา สห เกกเกภิ ปสฺสนฺตุ โน เต อสเถน ยุทฺธํ น โน สภายํ น กโรนฺติ กิญฺจิ ฯ
เต ปาวิสุํ อกฺขมเทน มตฺตา ราชา กุรูนํ ปุณฺณโก จาปิ ยกฺโข ราชา กลึ วิจฺจินมคฺคเหสิ กฏมคฺคหิ ปุณฺณโก นาม ยกฺโข เต ตตฺถ ชูเต อุภเย ๑ สมาคเต รญฺญํ สกาเส สขินญฺจ มชฺเฌ อเชสิ ยกฺโข นรวีรเสฏฺฐํ ตตฺถปฺปนาโท ตุมุโล พภูว ฯ
ชโย มหาราช ปราชโย จ อายูหตํ อญฺญตรสฺส โหติ ชนินฺท ชินฺโนสิ ๒ วรนฺธเนน ชิโต จ เม ขิปฺปมวากโรหิ ฯ
หตฺถี ควสฺสา มณิกุณฺฑลา จ ยญฺจาปิ มยฺหํ รตนํ ปฐพฺยา คณฺหาหิ กจฺจาน วรํ ธนานํ #๑ อุภโยติปิ ฯ ๒ ม. ชิโนสิ ฯ ยุ. ชิโตสิ ฯ อาทาย เยนิจฺฉสิ เตน คจฺฉ ฯ
หตฺถี ควสฺสา มณิกุณฺฑลา จ ยญฺจาปิ ตุยฺหํ รตนํ ปฐพฺยา เตสํ วโร วิธุโร นาม กตฺตา โส เม ชิโต ตํ เม อวากโรหิ ฯ
อตฺตา จ เม โส สรณํ คตี จ ทีโป จ เลโณ จ ปรายโน จ อสนฺตุเลยฺโย มม โส ธเนน ปาเณน เม สทิโส เอส กตฺตา ฯ
จิรํ วิวาโท มม ตุยฺหมสฺส ๑ กามญฺจ ปุจฺฉาม ตเมว คนฺตฺวา เอเสว โน วิวรตุ เอตมตฺถํ ยํ วกฺขติ โหตุ ตถา ๒ อุภินฺนํ ฯ
อทฺธา หิ สจฺจํ ภณสิ น จ มาณว สาหสํ ตเมว คนฺตฺวา ปุจฺฉาม เตน ตุสฺสามุโภ ชนา ฯ
สจฺจํ นุ เทวา วิทหู กุรูนํ ธมฺเม ฐิตํ วิธุรนฺนามมจฺจํ ทาโสสิ รญฺโญ อุท วาสิ ญาติ วิธุโรติ สงฺขฺยา ๓ กตโมสิ โลเก ฯ
อามายทาสาปิ ภวนฺติ เหเก #๑ ม. ตุยฺหญฺจสฺส ฯ ๒ ม. กถา ฯ ๓ ม. สงฺขา ฯ ธเนน กีตาปิ ภวนฺติ ทาสา สยํปิ ทาสา อุปยนฺติ เหเก ๑ ภยา ปนุณฺณาปิ ๒ ภวนฺติ ทาสา เอเต นรานํ จตุโรว ทาสา ฯ อทฺธา หิ โยนิโต อหมฺปิ ชาโต ภโว จ รญฺโญ อภโว จ รญฺโญ ทาโสหํ เทวสฺส ปรํปิ คนฺตฺวา ธมฺเมน มํ มาณว ตุยฺห ทชฺชา ฯ
อยํปิ ๓ ทุติโย วิชโย มมชฺช ปุฏฺโฐ หิ กตฺตา วิวริตฺถ ๔ ปญฺหํ อธมฺมรูโป วต ราชเสฏฺโฐ สุภาสิตํ นานุชานาสิ มยฺหํ ฯ
เอวญฺเจ โน โส วิวริตฺถ ๕ ปญฺหํ ทาโสหมสฺมิ น จ โขสฺมิ ญาติ คณฺหาหิ กจฺจาน วรํ ธนานํ อาทาย เยนิจฺฉสิ เตน คจฺฉ ฯ อกฺขกณฺฑํ นาม ฯ
วิธุร วสมานสฺส คหฏฺฐสฺส สกํ ฆรํ เขมา วุตฺติ กถํ อสฺส กถนฺนุ อสฺส สงฺคโห ฯ อพฺยาปชฺฌํ กถํ อสฺส สจฺจวาที จ มาณโว #๑ ม. สยมฺปิ เหเก อุปยนฺติ ทาสา ฯ ๒ ม. ปณุนฺนาปิ ฯ ๓ ม. อยํ ฯ ๔-๕ ม. วิวเรตฺถ ฯ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ กถํ เปจฺจ น โสจติ ฯ
ตํ ตตฺถ คติมา ธิติมา มติมา อตฺถทสฺสิมา้ สงฺขาตา สพฺพธมฺมานํ วิธุโร เอตทพฺรวิ ฯ น สาธารณทารสฺส น ภุญฺเช สาธุเมกโก ๑ น เสเว โลกายติกํ เนตํ ปญฺญาย วฑฺฒนํ ฯ สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ นิวาตวุตฺติ อตฺถทฺโธ สุรโต สขิโล มุทุ ฯ สงฺคเหตา จ มิตฺตานํ สํวิภาคี วิธานวา ตปฺเปยฺย อนฺนปาเนน สทา สมณพฺราหฺมเณ ฯ ธมฺมกาโม สุตาธาโร ภเวยฺย ปริปุจฺฉโก สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย สีลวนฺเต พหุสฺสุเต ฯ ฆรมาวสมานสฺส คหฏฺฐสฺส สกํ ฆรํ เขมา วุตฺติ สิยา เอวํ เอวํ นุ อสฺส สงฺคโห ฯ อพฺยาปชฺโฌ สิยา เอวํ สจฺจวาที จ มาณโว อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ ฆราวาสปญฺหา นาม ฯ
เอหิ ทานิ คมิสฺสาม ทินฺโน โน อิสฺสเรน เม มเมวตฺถํ ปฏิปชฺช เอส ธมฺโม สนนฺตโน ฯ
ชานามิ มาณว ตยาหมสฺมิ ทินฺโนหมสฺมิ ตว อิสฺสเรน #๑ ม. สาทุเมกโก ฯ ตีหญฺจ ตํ วาสเยมุ อคาเร เยนทฺธุนา อนุสาเสมุ ปุตฺเต ฯ
ตมฺเม ตถา โหตุ วเสมุ ตีหํ กุรุตํ ภวํ อชฺช ฆเรสุ กิจฺจํ อนุสาสตํ ปุตฺตทาเร ภวชฺช ยถา ตยี เปจฺจ ๑ สุขี ภเวยฺย ฯ
สาธูติ วตฺวาน ปหูตกาโม ปกฺกามิ ยกฺโข วิธุเรน สทฺธึ ตํ กุญฺชราชญฺญหยานุจิณฺณํ ปาเวกฺขิ อนฺเตปุรมริยเสฏฺโฐ ฯ
โกญฺจํ มยูรญฺจ ปิยญฺจ เกตํ อุปาคมิ ตตฺถ สุรมฺมรูปํ ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส ฯ
ตตฺถ นจฺจนฺติ คายนฺติ อวฺหยนฺติ วราวรํ อจฺฉรา วิย เทเวสุ นาริโย สมลงฺกตา ฯ สมงฺคีกตฺวา ปมทาหิ ยกฺขํ อนฺเนน ปาเนน จ ธมฺมปาโล อตฺตตฺถเมวานุวิจินฺตยนฺโต ๒ ปาเวกฺขิ ภริยาย ตทา สกาเส ฯ #๑ สี. ยุ. ปจฺฉา ฯ ๒ ม. อตฺถตฺถเมวา- ฯ ตํ จนฺทนคนฺธรสานุลิตฺตํ สุวณฺณชมฺโพนทนิกฺขสาทิสํ ภริยํ อวจ เอหิ สุโณหิ โภติ ปุตฺตานิ อามนฺตย ตมฺพเนตฺเต ฯ สุตฺวาน วากฺยํ ปติโน อโนชา ๑ สุณิสํ อวจ ตมฺพนขึ สุเนตฺตํ อามนฺตย จมฺมธรานิ ๒ เจเต ปุตฺตานิ อินฺทีวรปุปฺผสาเม ฯ
เต อาคเต มุทฺธนิ ธมฺมปาโล จุมฺพิตฺวา ปุตฺเต อวิกมฺปมาโน อามนฺตยิตฺวาน อโวจ วากฺยํ ทินฺโนหํ รญฺญา อิธ มาณวสฺส ฯ ตสฺสชฺชหํ อตฺตสุขี วิเธยฺโย อาทาย เยนิจฺฉติ เตน คจฺฉติ อหญฺจ โว อนุสาสิตุํ อาคโตสฺมิ กถํ อหํ อปริตฺตาย คจฺเฉ ฯ สเจ โว ราชา กุรุรฏฺฐวาสี ๓ ชนสนฺโธ ปุจฺเฉยฺย ปหูตกาโม กิมาภิชานาถ ปุเร ปุราณํ กึ โว ปิตา อนุสาเส ปุรตฺถา ฯ #๑ ม. อนุชฺชา ฯ ๒ ม. วมฺมธรานิ ฯ ๓ สี. ยุ. กุรุเขตฺตวาสี ฯ สมานาสนา ๑ โหถ มยา จ ๒ สพฺเพ โก นีธ รญฺโญ อพฺภติโก มนุสฺโส ตมญฺชลึ กริย วเทถ เอวํ มา เหว เทว น หิ เอส ธมฺโม วิยคฺฆราชสฺส นิหีนชจฺโจ สมานาสโน ๓ เทว กถํ ภเวยฺย ฯ ลกฺขกณฺฑํ ๔
โส จ ปุตฺเต อมจฺเจ จ ญาตโย สุหทชฺชเน อลีนมนสงฺกปฺโป วิธุโร เอตทพฺรวิ ฯ เอถยฺยา ๕ ราชวสตึ นิสีทิตฺวา สุณาถ เม ยถา ราชกุลํ ปตฺโต ยสํ โปโส นิคจฺฉติ ฯ
น หิ ราชกุลํ ปตฺโต อญฺญาโต ลภเต ยสํ นาติสูโร นาติทุมฺเมโธ ๖ นปฺปมตฺโต กุทาจนํ ฯ ยทาสฺส สีลํ ปญฺญญฺจ โสเจยฺยญฺจาธิคจฺฉติ อถ วิสฺสาสเต ตมฺหิ คุยฺหญฺจสฺส น รกฺขติ ฯ
ตุลา ยถา ปคฺคหิตา สมทณฺฑา สุธาริตา อชฺฌิฏฺโฐ น วิกมฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ ตุลา ยถา ปคฺคหิตา สมทณฺฑา สุธาริตา สพฺพานิ อภิสมฺโภนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ #๑ ม. สมาสนา ฯ ๒ ม. ว ฯ ๓ ม. สมาสโน ฯ ๔ สี. เปกฺขณกณฺฑํ ฯ #๕ ม. เอถยฺโย ฯ ๖ ม. นาสูโร นาปิ ทุมฺเมโธ ฯ
ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ ราชกิจฺเจสุ ปณฺฑิโต อชฺฌิฏฺโฐ น วิกมฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ ราชกิจฺเจสุ ปณฺฑิโต สพฺพานิ อภิสมฺโภนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ โย จสฺส สุกโต มคฺโค รญฺโญ สุปฏิยาทิโต น เตน วุตฺโต คจฺเฉยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ
น รญฺโญ สมกํ ภุญฺเช กามโภเค กุทาจนํ สพฺพตฺถ ปจฺฉโต คจฺเฉ ส ราชวสตึ วเส ฯ น รญฺโญ สทิสํ วตฺถํ น มาลํ น วิเลปนํ อากปฺปํ สรกุตฺตึ วา น รญฺโญ สทิสมาจเร อญฺญํ กเรยฺย อากปฺปํ สราชวสตึ วเส ฯ๙
กีเฬ ราชา อมจฺเจหิ ภริยาหิ ปริวาริโต นามจฺโจ ราชภริยาสุ ภาวํ กุพฺเพถ ปณฺฑิโต ฯ อนุทฺธโต อจปโล นิปโก สํวุตินฺทฺริโย มโนปณิธิสมฺปนฺโน ส ราชวสตึ วเส ฯ
นาสฺส ภริยาหิ กีเฬยฺย น มนฺเตยฺย รโหคโต นาสฺส โกสา ธนํ คเณฺห ส ราชวสตึ วเส ฯ น นิทฺทํ พหุ มญฺเญยฺย น มทาย สุรํ ปิเว นาสฺส ทาเย มิเค หญฺเญ ส ราชวสตึ วเส ฯ นาสฺส ปีฐํ น ปลฺลงฺกํ น โกจฺฉํ น นาวํ รถํ สมฺมโตมฺหีติ อารูเยฺห ส ราชวสตึ วเส ฯ นาติทูเร ภเช ๑ รญฺโญ นาจฺจาสนฺเน วิจกฺขโณ สเมกฺขญฺจสฺส ๒ ติฏฺเฐยฺย สนฺทิสฺสนฺโต สภตฺตุโน ฯ น เม ๓ ราชา สขา โหติ น ราชา โหติ เมถุโน ขิปฺปํ กุชฺฌนฺติ ราชาโน สุเกนกฺขีว ฆฏฺฏิตํ ฯ น ปูชิโต มญฺญมาโน เมธาวี ปณฺฑิโต นโร ผรุสํ ปฏิมนฺเตยฺย ราชานํ ปริสํ คตํ ฯ
ลทฺธทฺวาโร ลเภ ทฺวารํ ๔ เนว ราชูสุ วิสฺสเส อคฺคิว สํยโต ติฏฺเฐ ๕ ส ราชวสตึ วเส ฯ ปุตฺตํ วา ภาตรํ สํ วา สมฺปคฺคณฺหาติ ขตฺติโย คาเมหิ นิคเมหิ วา รฏฺเฐหิ ชนปเทหิ วา ตุณฺหีภูโต อุเปกฺเขยฺย น ภเณ เฉกปาปกํ ฯ
หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา ๖ เตสํ กมฺมาปทาเนน ๗ ราชา วฑฺเฒติ เวตฺตนํ น เตสํ อนฺตรา คจฺเฉ ส ราชวสตึ วเส ฯ จาโปว โอนเม ๘ ธีโร วํโส วาปิ ปกมฺปเย ปฏิโลมํ น วตฺเตยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ จาโปวูนูทโร อสฺส มจฺโฉวสฺส อชิวฺหตา ๙ อปฺปาสี นิปโก สูโร ส ราชวสตึ วเส ฯ #๑ สี. ยุ. ภเว ฯ ๒ ม. สมฺมุขญฺจสฺส ฯ ๓ ม. เว ฯ ๔ ยุ. ลทฺธวาโร ลเภ #วารํ ฯ ๕ สี. ยุ. อคฺคีว ยโต ติฏฺเฐยฺย ฯ ๖ ม. หตฺกาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก #ปตฺติการเก ฯ ๗ ม. กมฺมาวทาเนน ฯ ๘ ม. จาโปวูนุทโร ฯ ๙ ม. อชิวฺหวา ฯ
น พาฬฺหํ อิตฺถึ คจฺเฉยฺย สมฺผสฺสํ เตชสงฺขฺยํ กาสํ สาสํ ทรํ พาลฺยํ ๑ ขีณเมโธ นิคจฺฉติ ฯ นาติเวลํ ปภาเสยฺย น ตุณฺหี สพฺพทา สิยา อวิกิณฺณํ มิตํ วาจํ ปตฺเต กาเล อุทีริเย ฯ อกฺโกธโน อสงฺฆฏฺโฏ สจฺโจ สโณฺห อเปสุโณ สมฺผํ คิรํ น ภาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ
มาตาเปติภโร ๒ อสฺส กุเล เชฏฺฐาปจายิโก สโณฺห สขิลสมฺภาโส ๓ ส ราชวสตึ วเส ฯ วินีโต สิปฺปวา ทนฺโต กตตฺโต นิยโต มุทุ อปฺปมตฺโต สุจิ ทกฺโข ส ราชวสตึ วเส ฯ นิวาตวุตฺติ วุฑฺเฒสุ สปฺปติสฺโส สคารโว สุรโต สุขสํวาโส ส ราชวสตึ วเส ฯ อารกา ปริวชฺเชยฺย สญฺหิตุํ ๔ ปหิตํ ชนํ ภตฺตารญฺเญวุทิกฺเขยฺย น จ อญฺญสฺส ราชิโน ฯ
สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต สกฺกจฺจํ อนุวาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต #๑ ม. พลฺยํ ฯ ๒ ม. มาตาเปตฺติภโร ฯ ๓ สี. หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺโน ฯ ๔ ม. สหิตุํ ฯ ตปฺเปยฺย อนฺนปาเนน ส ราชวสตึ วเส ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต อาสชฺช ปญฺเญ เสเวถ อากงฺขํ วุฑฺฒิมตฺตโน ฯ
ทินฺนปุพฺพํ น หาเปยฺย ทานํ สมณพฺราหฺมเณ น จ กิญฺจิ นิวาเรยฺย ทานกาเล วนิพฺพเก ฯ ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน วิธานวิธิโกวิโท กาลญฺญู สมยญฺญู จ ส ราชวสตึ วเส ฯ อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ สุสํวิหิตกมฺมนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ
ขลํ สาลํ ปสุํ เขตฺตํ คนฺตฺวา จสฺส อภิกฺขณํ มิตํ ธญฺญํ นิธาเปยฺย มิตํ จ ๑ ปาจเย ฆเร ฯ ปุตฺตํ วา ภาตรํ สํ วา สีเลสุ อสมาหิตํ อนงฺคาว ๒ หิ เต พาลา ยถา เปตา ตเถว เต ฯ โจฬญฺจ เนสํ ปิณฺฑญฺจ อาสีนานํ ปทาปเย ทาเส กมฺมกเร โปเส ๓ สีเลสุ สุสมาหิเต ทกฺเข อุฏฺฐานสมฺปนฺเน อาธิปจฺจสฺมิ ฐาปเย ฯ
สีลวา จ อโลโภ ๔ จ อนุวตฺโต ๕ จ ราชิโน อาวี รโห หิโต ตสฺส ส ราชวสตึ วเส ฯ ฉนฺทญฺญู ราชิโน จสฺส จิตฺตฏฺโฐ จสฺส ๖ ราชิโน อสงฺกุสกวุตฺติสฺส ส ราชวสตึ วเส ฯ #๑ ม. มิตํ ว ฯ ๒ ม. อนงฺควา ฯ ๓ ม. เปสฺเส ฯ ๔ ม. อโลโล จ ฯ ๕ ม. #อนุรกฺโข ฯ สี. ยุ. อนุรตฺโต ฯ ๖ ม. อสฺส ฯ อจฺฉาทเน จ นหาปเน ๑ โธเว ปาเท อโธสิรํ อาหโตปิ น กุปฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ
กุมฺภิญฺหิ ปญฺชลึ กยิรา ๒ จาตํ ๓ จาปิ ปทกฺขิณํ กิเมว สพฺพกามานํ ทาตารํ ธีรมุตฺตมํ ฯ โย เทติ สยนํ วตฺถํ ยานํ อาวสถํ ฆรํ ปชฺชุนฺโนริว ภูตานํ ๔ โภเคหิ อภิวสฺสติ ฯ เอเสยฺยา ราชวสตี วตฺตมาโน ยถา นโร อาราธยติ ราชานํ ปูชํ ลภติ ภตฺตุสุ ฯ ราชวสตี นาม ฯ [๕]
เอวํ สมนุสาสิตฺวา ญาติสงฺฆํ วิจกฺขโณ ปริกิณฺโณ สุหชฺเชหิ ๖ ราชานมุปสงฺกมิ ฯ วนฺทิตฺวา สิรสา ปาเท กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ วิธุโร อวจ ราชานํ ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ ฯ อยํ มํ มาณโว เนติ กตฺตุกาโม ยถามตึ ญาตีนตฺถํ ปวกฺขามิ ตํ สุโณหิ อรินฺทม ฯ ปุตฺเต จ เม อุทิกฺเขสิ ยญฺจมญฺญํ ฆเร ธนํ ยถา ปจฺฉา ๗ น หาเยถ ญาติสงฺโฆ มยี คเต ยเถว ขลติ ภูมฺยํ ภูมฺยาเยว ปติฏฺฐติ เอเวตํ ขลิตํ มยฺหํ เอตํ ปสฺสามิ อจฺจยํ ฯ #๑ ม. อุจฺฉาทเย จ นฺหาปเย ฯ ๒ ม. กุมฺภมฺปญฺชลึ กริยา ฯ ๓ สี. ยุ. วายสํ วา ฯ #จาโตติ เอกา สกุณชาติ ฯ ๔ ม. ภูตานิ ฯ ๕ ม. อนฺตรเปยฺยาล ฯ ๖ ม. สุหเทหิ ฯ #๗ ม. เปจฺจ ฯ
สกฺกา น คนฺตุํ อิติ มยฺหํ โหติ เฉตฺวา ๑ วธิตฺวา อิธ กาติยานํ อิเธว โหหิ อิติ มยฺหํ รุจฺจติ มา ตฺวํ อคา อุตฺตมภูริปญฺญ ฯ
มา เหวธมฺเมสุ ๒ มนํ ปณีทหิ อตฺเถ จ ธมฺเม จ ยุตฺโต ภวสฺสุ ธิรตฺถุ กมฺมํ อกุสลํ อนริยํ ยํ กตฺวา ปจฺฉา นิรยํ วเชยฺย ฯ เนเวส ธมฺโม น ปุเนติ กิจฺจํ อยิโร หิ ทาสสฺส ชนินฺท อิสฺสโร ฆาเตตุ ฌาเปตุ อโถปิ หนฺตุํ น จ มยฺหํ โกธตฺถิ วชามิ จาหํ ฯ
เชฏฺฐปุตฺตํ อุปคุยฺห วิเนยฺย หทเย ทรํ อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ปาวิสิ โส มหาฆรํ ฯ
สาลาว สมฺปมทฺทิตา ๓ มาลุเตน ปมทฺทิตา เสนฺติ ปุตฺตา จ ทารา จ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ #๑ ฆตฺวาติปี ฯ ๒ ม. เหวมธมฺเมสุ ฯ ๓ ม. สมฺมปติตา ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา ๑ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา ๒ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา ๓ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ
กตฺวา ฆเรสุ กิจฺจานิ อนุสาสิตฺวา สกํ ชนํ มิตฺตามจฺเจ จ ภจฺเจ ๔ จ ปุตฺตทาเร จ พนฺธเว ฯ กมฺมนฺตํ สํวิเธตฺวาน อาจิกฺขิตฺวา ฆเร ธนํ นิธิญฺจ อิณทานญฺจ ปุณฺณกํ เอตทพฺรวิ ฯ อวสี ตุวํ มยฺห ตีหํ อคาเร กตานิ กิจฺจานิ ฆเรสุ มยฺหํ อนุสาสิตา ปุตฺตทารา มยา จ กโรมิ กิจฺจานิ ๕ ยถามตินฺเต ฯ #๑-๒-๓ ม. ทาสิสตฺตสตานิ จ ฯ ๔ ยุ. สุหชฺเช ฯ ๕ ม. กโรม กจฺจาน ฯ
สเจ หิ กตฺเต อนุสาสิตา เต ปุตฺตา จ ทารา อนุชีวิโน จ หนฺเทหิทานิ ตรมานรูโป ทีโฆ หิ อทฺธาปิ อยํ ปุรตฺถา ฯ อสมฺภีโตว ๑ คณฺหาหิ อาชานียสฺส ๒ วาลธึ อิทํ ปจฺฉิมกํ ตุยฺหํ ชีวโลกสฺส ทสฺสนํ ฯ
โสหํ กิสฺสานุภายิสฺสํ ๓ ยสฺส เม นตฺถิ ทุกฺกฏํ กาเยน วาจา มนสา เยน คจฺเฉยฺย ทุคฺคตึ ฯ
โส อสฺสราชา วิธุรํ วหนฺโต ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข สาขาสุ เสเลสุ อสชฺชมาโน กาฬาคิรึ ขิปฺปมุปาคมาสิ ฯ
อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ #๑ ม. อฉมฺภิโตว ฯ ๒ ม. อาชาเนยฺยสฺส ฯ ๓ ม. ...กิสฺส นุ ภายิสฺสํ ฯ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ
สเจ โส สตฺตรตฺเตน ปณฺฑิโต นาคมิสฺสติ สพฺเพ อคฺคึ ปวิสฺสาม ๑ นตฺถตฺโถ ชีวิเตน โน ฯ
ปณฺฑิโต จ วิยตฺโต จ วิภาวี จ วิจกฺขโณ ขิปฺปํ โมเจสิ อตฺตานํ มา ภายิตฺถาคมิสฺสติ ๒ ฯ อนฺตรเปยฺยาลํ นาม ฯ
โส ตตฺถ คนฺตฺวาน วิจินฺตยนฺโต อุจฺจาวจา เจตนกา ภวนฺติ นยิมสฺส ชีเวน มมตฺถิ กิญฺจิ #๑ ม. ปเวกฺขาม ฯ ๒ สี. ยุ. ขิปฺปํ โมเจสฺสตตฺตานํ มา ภาถ อาคมิสฺสติ ฯ หนฺตฺวานิมํ หทยํ อานยิสฺสํ ๑ ฯ
โส ตตฺถ คนฺตฺวา ปพฺพตมนฺตรสฺมึ ๒ อนฺโต ปวิสิตฺวาน ปทุฏฺฐจิตฺโต อสํวุตสฺมึ ๓ ชคติปฺปเทเส อโธสิรํ ธารยิ กาติยาโน ฯ
โส ลมฺพมาโน นรเก ปปาเต มหพฺภเย โลมหํเส วิทุคฺเค อสนฺตสนฺโต กุรูนํ กตฺตุเสฏฺโฐ อิจฺจพฺรวิ ปุณฺณกํ นาม ยกฺขํ ฯ อริยาวกาโสสิ อนรียรูโป อสญฺญโต สญฺญตสนฺนิกาโส อจฺจาหิตํ กมฺมํ กโรสิ ลุทฺทํ ๔ ภาเว จ เต กุสลํ นตฺถิ กิญฺจิ ฯ ยํ มํ ปปาตสฺมึ ปปาตุมิจฺฉสิ โก นุ ตวตฺโถ มรเณน มยฺหํ อมานุสสฺเสว ตวชฺช วณฺโณ อาจิกฺข เม ตฺวํ กตมาสิ เทวตา ฯ
ยทิ เต สุโต ปุณฺณโก นาม ยกฺโข รญฺโญ กุเวรสฺส หิ โส สชิพฺโพ ๕ #๑ สี. ยุ. อาทิยิสฺสํ ฯ ๒ ม. ปพฺพตนฺตรสฺมึ ฯ ๓ อสมฺผุตสฺมินฺติปิ ปาโฐ ฯ #๔ ม. ลุทฺรํ ฯ ๕ สี. ยุ. สชีโว ฯ ภูมินฺธโร วรุโณ นาม นาโค พฺรหา สุจี วณฺณพลูปปนฺโน ฯ ตสฺสานุชํ ธีตรํ กามยามิ อิรนฺทตี ๑ นาม สา นาคกญฺญา ตสฺสา สุมชฺฌาย ปิยาย เหตุ ปตารยึ ตุยฺหํ วธาย ธีร ฯ
มาเหว เต ๒ ยกฺข อโหสิ โมโห นฏฺฐา พหู ทุคฺคหิเตน โลกา ๓ กินฺเต สุมชฺฌาย ปิยาย กิจฺจํ มรเณน เม อิงฺฆ สุโณมิ ๔ สพฺพํ ฯ
มหานุภาวสฺส มโหรคสฺส ธีตุกาโม ญาติภโตหมสฺมิ ๕ ตํ ยาจมานํ สสุโร อโวจ ยถามมญฺญึสุ สุกามนีตํ ฯ ทชฺเชมุ โข เต สุตนน สุเนตฺตํ สุวิมฺหิตํ ๖ จนฺทนลิตฺตคตฺตํ สเจ ตุวํ ทหยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธมาหเรสิ ฯ เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตริ ปตฺถยาม #๑ ม. อิรนฺธตี ฯ ๒ ม. ตฺวํ ฯ ๓ ม. โลเก ฯ ๔ สี. ยุ. สุโณม ฯ ๕ ยุ. #ญาติคโต ฯ ๖ ม. สุจิมฺหิตํ ฯ เอวํ น มุโฬฺหสฺมิ สุโณหิ กตฺเต ฯ น จาปิ เม ทุคฺคหิตตฺถิ กิญฺจิ หทเยน เต ธมฺมลทฺเธน นาคา อิรนฺทตึ ๑ นาคกญฺญํ ททนฺติ ฯ ตสฺมา อหํ ตุยฺหํ วธาย ยุตฺโต เอวํ มมตฺโถ มรเณน ตุยฺหํ อิเธว ตํ นรเก ปาตยิตฺวา หนฺตฺวาน ตํ หทยํ อานยิสฺสํ ฯ
ขิปฺปํ มมํ อุทฺธร กาติยาน หทเยน เม ยทิ เต อตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เม สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เต ปาตุกโรมิ อชฺช ฯ
โส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นคมุทฺธนิ ขิปฺปํ ปติฏฺฐเปตฺวา อสฺสตฺถมาสีนํ สเมกฺขิยาน ปริปุจฺฉิ กตฺตารมโนมปญฺญํ ฯ สมุทฺธโต เมสิ ตุวํ ปปาตา หทเยน เต อชฺช มมตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เต สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เม ปาตุกโรหิ อชฺช ฯ #๑ ม. อิรนฺธตึ ฯ
สมุทฺธโต ตฺยสฺมิ อหํ ปปาตา หทเยน เม ยทิ เต อตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เม สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เต ปาตุกโรมิ อชฺช ฯ
ยาตานุยายี จ ภวาหิ มาณว อลฺลญฺจ ปาณึ ปริวชฺชยสฺสุ มา จสฺสุ มิตฺเตสุ กทาจิ ทุพฺภี มา จ วสํ อสตีนํ นิคจฺเฉ ฯ
กถํ นุ ยาตํ อนุยายี โหติ อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต กถํ โส อสตี จ กา โก ปน มิตฺตทุพฺโภ อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ฯ
อสฺสตฺถตํ ๑ โนปิจ ทิฏฺฐปุพฺพํ โย อาสเนนาปิ นิมนฺตเยยฺย ตสฺเสว อตฺถํ ปุริโส กเรยฺย ยาตานุยายีติ ตมาหุ ปณฺฑิตา ฯ ยสฺเสกรตฺติมฺปิ ฆเร วเสยฺย ยตฺถนฺนปานํ ปุริโส ลเภถ ๒ น ตสฺส ปาปํ มนสาปิ จินฺตเย #๑ อสนฺถุตนฺติปิ ปาโฐ ฯ ๒ ม. ลเภยฺย ฯ อลฺลญฺจ ๑ ปาณึ ทหเต มิตฺตทุพฺโภ ฯ ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ ปุณฺณมฺปิ เจมํ ปฐวึ ธเนน ทชฺชิตฺถิยา ปุริโส สมฺมตาย ลทฺธา ขณํ อติมญฺเญยฺย ตมฺปิ่ ตาสํ วสํ อสตีนํ น คจฺเฉ ฯ เอวํ โข ยาตํ อนุยายี โหติ อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต ปุเนวํ อสตี จ สา โส ปน มิตฺตทุพฺโภ โส ธมฺมิโก โหหิ ชหสฺสุ อธมฺมํ ฯ สาธุนรธมฺมกณฺฑํ นาม ฯ
อวสึ อหํ ตุยฺหํ ตีหํ อคาเร อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐิโตสฺมิ มิตฺโต มมาสิ วิสชฺชามหํ ตํ กามํ ฆรํ อุตฺตมปญฺญ คจฺฉ ฯ อปิ หายตุ นาคกุลสฺส ๓ อตฺโถ อลมฺปิ เม นาคกญฺญาย เหตุ ๔ โส ตฺวํ สเกเนว สุภาสิเตน มุตฺโตสิ เม อชฺช วธาย ปญฺญ ฯ #๑ ม. อทุพฺภี ฯ ๒ ม. นาคกุลา ฯ ๓ ม. โหตุ ฯ
หนฺท ตุวํ ยกฺข มมมฺปิ เนหิ สสฺสุรํ นุ เต ๑ อตฺถํ มยี จรสฺสุ อหมฺปิ นาคาธิปตีวิมานํ ๒ ทกฺเขมิ ๓ นาคสฺส อทิฏฺฐปุพฺพํ ฯ
ยํ เว นรสฺส อหิตาย อสฺส น ตํ ปญฺโญ อรหติ ทสฺสนาย อถ เกน วณฺเณน อมิตฺตคามํ ตุวมิจฺฉสิ อุตฺตมปญฺญ คนฺตุํ ฯ
อทฺธา ปชานามิ อหมฺปิ เอตํ น ตํ ปญฺโญ อรหติ ทสฺสนาย ปาปญฺจ เม นตฺถิ กตํ กุหิญฺจิ ตสฺมา น สงฺเก มรณาคมาย ฯ
หนฺท จ ฐานํ อตุลานุภาวํ มยา สห ทกฺขสิ เอหิ กตฺเต ยถจฺฉติ ๔ นจฺจคีเตหิ นาโค ราชา ยถา เวสฺสวโณ นิฬิญฺญํ ๕ ฯ ตํ นาคกญฺญา จริตํ คเณน นิกีฬิตํ นิจฺจมโห จ รตฺตึ ปหุตมาลฺยํ พหุปุปฺผฉนฺนํ #๑ สสุรนฺติเกติปิ ปาโฐ ฯ ม. สสุรํ เต ฯ ๒ ม. มยํ จ นาคาธิปตึ วิมานํ ฯ #๓ ม. ทกฺเขมุ ฯ ๔ ม. ยตฺถจฺฉติ ฯ ๕ ม. นฬิญฺญํ ฯ โอภาสติ วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ๔ อนฺเนน ปาเนน อุเปตรูปํ นจฺเจหิ คีเตหิ จ วาทิเตหิ ปริปูรํ กญฺญาหิ อลงฺกตาหิ อุปโสภติ วตฺถปิลนฺธเนน ฯ
โส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นิสีทยิ ปจฺฉโต อาสนสฺมึ อาทาย กตฺตารมโนมปญฺญํ อุปานยิ ภวนํ นาครญฺโญ ฯ ปตฺวาน ฐานํ อตุลานุภาวํ อฏฺฐาสิ กตฺตา ปจฺฉโต ปุณฺณกสฺส สามคฺคิเปกฺขี ปน ๑ นาคราชา ปุพฺเพว ชามาตรมชฺฌภาสถ ฯ
ยํ นุ ตฺวํ อคมา มนุสฺสโลกํ อเนฺวสมาโน หทยํ ปณฺฑิตสฺส กจฺจิ สมิทฺเธน อิธานุปตฺโต อาทาย กตฺตารมโนมปญฺญํ ฯ
อยํ หิ โส อาคโต ยํ ตฺวมิจฺฉสิ ธมฺเมน ลทฺโธ มม ธมฺมปาโล ตํ ปสฺสถ สมฺมุขา ภาสมานํ #๑ ม. สามคฺคิ เปกฺขมาโน ฯ สุโข หเว ๑ สปฺปุริเสหิ สงฺคโม ฯ กาลาคิริกณฺฑํ นาม ฯ
อทิฏฺฐปุพฺพํ ทิสฺวาน มจฺโจ มจฺจุภยฏฺฏิโต ๒ พฺยมฺหิโต นาภิวาเทสิ น อิทํ ปญฺญวตามิว ฯ
น จมฺหิ พฺยมฺหิโต นาค น จ มจฺจุภยฏฺฏิโต ๓ น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ กถํ นุ ๔ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ
เอวเมตํ ยถา พฺรูสิ สจฺจํ ภาสสิ ปณฺฑิต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย กถํ นุ ๕ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ
อสสฺสตํ สสฺสตํ นุ ตวยิทํ วิมานํ ๖ อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเชตมตฺถํ กถํ นุ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ อธิจฺจลทฺธํ ปริณามชนฺเต สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ อกฺขาหิ เม นาคราเชตมตฺถํ ยเถว เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ #๑ ยุ. ภเว ฯ ๒-๓ สี. ยุ. ภยทฺทิโต ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๔-๕ ม. โน ฯ #๖ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
นาธิจฺจลทฺธํ น ปริณามชมฺเม น สยํ กตํ นาปิ เทเวหิ ทินฺนํ สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ
กินฺเต วตํ กิมฺปน พฺรหฺมจริยํ กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เต นาค มหาวิมานํ ฯ
อหญฺจ ภริยา จ มนุสฺสโลเก สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ ฯ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปทีปิยํ เสยฺยมุปสฺสยญฺจ อจฺฉาทนํ สายนมนฺนปานํ สกฺกจฺจ ทานานิ อทมฺห ตตฺถ ฯ ตํ เม วตํ ตมฺปน พฺรหฺมจริยํ ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เม ธีร มหาวิมานํ ฯ
เอวญฺจ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ชานาสิ ปุญฺญาน ผลูปปตฺตึ ตสฺมา หิ ธมฺมญฺจร อปฺปมตฺโต ยถา วิมานํ ปุน มาวเสสิ ฯ
นยีธ สนฺติ สมณพฺราหฺมณา จ เยสนฺนปานานิ ทเทมุ กตฺเต อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ยถา วิมานํ ปุน มาวเสม ฯ
โภคี หิ เต สนฺติ อิธูปปนฺนา ปุตฺตา จ ทารา อนุชีวิโน จ เตลุ ตุวํ วจสา กมฺมุนา จ อสมฺปทุฏฺโฐ จ ภวาหิ นิจฺจํ ฯ เอวํ ตุวํ นาค อสมฺปโทสํ อนุปาลย วจสา กมฺมุนา จ ฐตฺวา อิธ ยาวตายุกํ วิมาเน อุทฺธํ อิโต คจฺฉสิ เทวโลกํ ฯ
อทฺธา หิ โส โสจติ ราชเสฏฺโฐ ตยา วินา ยสฺส ตุวํ สชิพฺโพ ทุกฺขูปนีโตปิ ตยา สเมจฺจ วินฺเทยฺย โปโส สุขมาตุโรปิ ฯ
อทฺธา สตํ ภาสสิ นาค ธมฺมํ อนุตฺตรํ อตฺถปทํ สุจิณฺณํ เอตาทิสิยาสุ หิ อาปทาสุ ปญฺญายเต มาทิสานํ วิเสโส ฯ
อกฺขาหิ โน ตายํ มุธา นุ ลทฺโธ อกฺเขหิ โน ตายํ อเชสิ ชูเต ธมฺเมน ลทฺโธ อิติมายมาห กถํ [๒] ตุวํ หตฺถมิมสฺสมาคโต ฯ
โย มิสฺสโร ตตฺถ อโหสิ ราชา ตมายมกฺเขหิ อเชสิ ชูเต โส มํ ชิโต ราชา อิมสฺสทาสิ ธมฺเมน ลทฺโธสฺมิ อสาหเสน ฯ
มโหรโค อตฺตมโน อุทคฺโค สุตฺวาน ธีรสฺส สุภาสิตานิ หตฺเถ คเหตฺวาน อโนมปญฺญํ ปาเวกฺขิ ภริยาย ตทา สกาเส ฯ เยน ตฺวํ วิมเล ปณฺฑุ เยน ภตฺตํ น รุจฺจติ น จ เม ตาทิโส วณฺโณ อยเมโส ตโมนุโท ฯ ยสฺส เต หทเยนตฺโถ อาคโตยํ ปภงฺกโร ตสฺส วากฺยํ นิสาเมหิ ทุลฺลภํ ทสฺสนํ ปุน ฯ #๑ ม. อิติ ตายมาห ฯ ๒ ม. นุ ฯ
ทิสฺวาน ตํ วิมลา ภูริปญฺญํ ทสงฺคุลึ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา หฏฺเฐน ภาเวน ปตีตรูปา อิจฺจพฺรวิ กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ ฯ อทิฏฺฐปุพฺพํ ทิสฺวาน มจฺโจ มจฺจุภยฏฺฏิโต พฺยมฺหิโต นาภิวาเทสิ น อิทํ ปญฺญวตามิว ฯ
น จมฺหิ พฺยมฺหิโต นาคิ น จ มจฺจุภยฏฺฏิโต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ กถํ นุ ๑ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ
เอวเมตํ ยถา พฺรูสิ สจฺจํ ภาสสิ ปณฺฑิต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ กถํ นุ ๒ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ
อสสฺสตํ สสฺสตํ นุ ตวยิทํ วิมานํ อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ ปุจฺฉามิ ตํ นาคกญฺเญตมตฺถํ กถํ นุ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ อธิจฺจลทฺธํ ปริณามชนฺเต สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ #๑-๒ ม. โน ฯ อกฺขาหิ เม นาคกญฺเญตมตฺถํ ยเถว เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ
นาธิจฺจลทฺธํ น ปริณามชมฺเม น สยํ กตํ นาปิ เทเวหิ ทินฺนํ สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ
กินฺเต วตํ กิมฺปน พฺรหฺมจริยํ กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เต นาคิ มหาวิมานํ ฯ
อหญฺจ โข สามิโก จาปิ มยฺหํ สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ ฯ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปทีปิยํ เสยฺยมุปสฺสยญฺจ อจฺฉาทนํ สายนมนฺนปานํ สกฺกจฺจ ทานานิ อทมฺห ตตฺถ ฯ ตํ เม วตํ ตมฺปน พฺรหฺมจริยํ ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เม ธีร มหาวิมานํ ฯ
เอวญฺจ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ชานาสิ ปุญฺญาน ผลูปปตฺตึ ตสฺมาหิ ธมฺมญฺจร อปฺปมตฺตา ยถา วิมานํ ปุน มาวเสสิ ฯ
นยีธ สนฺติ สมณพฺราหฺมณา จ เยสนฺนปานานิ ทเทมุ กตฺเต อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ยถา วิมานํ ปุน มาวเสม ฯ
โภคี หิ เต สนฺติ อิธูปปนฺนา ปุตฺตา จ สามี ๑ อนุชีวิโน จ เตสุ ตุวํ วจสา กมฺมุนา จ อสมฺปทุฏฺฐา จ ภวาหิ นิจฺจํ ฯ เอวํ ตุวํ นาคิ อสมฺปโทสํ อนุปาลย วจสา กมฺมุนา จ ฐตฺวา อิธ ยาวตายุกํ วิมาเน อุทฺธํ อิโต คจฺฉสิ เทวโลกํ ฯ
อทฺธา หิ โส โสจติ ราชเสฏฺโฐ ตยา วินา ยสฺส ตุวํ สชิพฺโพ #๑ ม. ทารา ฯ ทุกฺขูปนีโตปิ ตยา สเมจฺจ วินฺเทยฺย โปโส สุขมาตุโรปิ ฯ
อทฺธา สตํ ภาสสิ นาคิ ธมฺมํ อนุตฺตรํ อตฺถปทํ สุจิณฺณํ เอตาทิสิยาสุ หิ อาปทาสุ ปญฺญายเต มาทิสานํ วิเสโส ฯ
อกฺขาหิ โน ตายํ มุธา นุ ลทฺโธ อกฺเขหิ โน ตายํ อเชสิ ชูเต ธมฺเมน ลทฺโธ อิติมายมาห ๑ กถํ [๒] ตุวํ หตฺถมิมสฺสมาคโต ฯ
โย มิสฺสโร ตตฺถ อโหสิ ราชา ตมายมกฺเขหิ อเชสิ ชูเต โส มํ ชิโต ราชา อิมสฺสทาสิ ธมฺเมน ลทฺโธสฺมิ อสาหเสน ฯ
ยเถว วรุโณ นาโค ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ ปณฺฑิตํ ตเถว นาคกญฺญาปิ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ ปณฺฑิตํ ฯ ยเถว วรุณํ นาคํ ธีโร โตเสสิ ปุจฺฉิโต ตเถว นาคกญฺญมฺปิ ธีโร โตเสสิ ปุจฺฉิโต ฯ อุโภปิ เต อตฺตมเน วิทิตฺวา มโหรคํ นาคกญฺญญฺจ ธีโร #๑ ม. อิติ ตายมาห ฯ ๒ ม. นุ ฯ อจฺฉมฺภี อพฺภีโต อโลมหฏฺโฐ อิจฺจพฺรวิ วรุณํ นาคราชํ ฯ มา โรธยิ ๑ นาค อายาหมสฺมิ เยน ตว อตฺโถ อิทํ สรีรํ หทเยน มํเสน กโรหิ กิจฺจํ สยํ กริสฺสามิ ยถามตินฺเต ฯ
ปญฺญา หเว หทยํ ปณฺฑิตานํ เต ตฺยมฺห ปญฺญาย มยํ สุตุฏฺฐา อนูนนาโม ลภตชฺช ทารํ อชฺเชว ตํ กุรุโย ปาปยาตุ ฯ
ส ปุณฺณโก อตฺตมโน อุทคฺโค อิรนฺทตึ ๒ นาคกญฺญํ ลภิตฺวา หฏฺเฐน ภาเวน ปตีตรูโป อิจฺจพฺรวิ กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ ฯ ภริยาย มํ ตฺวํ อกรี สมงฺคึ อหญฺจ เต วิธุร กโรมิ กิจฺจํ อิทญฺจ เต มณิรตนํ ททามิ อชฺเชว ตํ กุรุโย ปาปยามิ ฯ
อเชยฺยเมสา ตว โหตุ มิตฺตี ๓ #๑ สี. ยุ. มา เหฐยิ ฯ ๒ ม. อิรนฺธตึ ฯ ๓ ม เมตฺติ ฯ ภริยาย กจฺจาน ปิยาย สทฺธึ อานนฺทจิตฺโต ๑ สุมโน ปตีโต ทตฺวา มณึ มญฺจ นยินฺทปตฺตํ ฯ
ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นิสีทยิ ปุรโต อาสนสฺมึ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺณํ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ๒ ฯ มโน มนุสฺสสฺส ยถาปิ คจฺเฉ ตโตปิสฺส ขิปฺปตรํ อโหสิ ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ อุปานยิ นครํ อินฺทปตฺตํ ฯ
เอตินฺทปตฺตํ นครํ ปทิสฺสติซ รมฺมานิ จ อมฺพวนานิ ภาคโส อหญฺจ ภริยาย สมงฺคิภูโต ตุวญฺจ ปตฺโตสิ สกํ นิเกตํ ฯ
ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ โอโรปยิตฺวา ธมฺมสภาย มชฺเฌ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺโณ #๑ ม. อนนฺทิ วิตฺโต ฯ ๒ อิทํ ปาททฺวยํ สี. ม. โปตฺถเกสุ น ทิสฺสติ ฯ อาทาย #กตฺตารมโนมปญฺญํ อุปานยิ นครํ อินฺทปตฺตนฺติ ตตฺเถว ทิสฺสติ ฯ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ ตํ ทิสฺวา ราชา ปรมปฺปตีโต อุฏฺฐาย พาหาหิ ปลิสฺสชิตฺวา อวิกมฺปยํ ธมฺมสภาย มชฺเฌ นิสีทยิ ปมุขํ อาสนสฺมึ ฯ
ตฺวํ โน วิเนตาสิ รถํว นฏฺฐํ ๑ นนฺทนฺติ ตํ กุรุโย ทสฺสเนน อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ กถํ ปโมกฺโข อหุ มาณวสฺส ฯ
ยํ มาณโวตฺยาภิวทิ ชนินฺท น โส มนุสฺโส นรวีรเสฏฺฐ ยทิ เต สุโต ปุณฺณโก นาม ยกฺโข รญฺโญ กุเวรสฺส หิ โส สชิพฺโพ ฯ ภูมินฺธโร วรุโณ นาม นาโค พฺรหา สุจี วณฺณพลูปปนฺโน ตสฺสานุชํ ธีตรํ กามยาโน อิรนฺทตี นาม สา นาคกญฺญา ฯ ตสฺสา สุมชฺฌาย ปิยาย เหตุ ปตารยิตฺถ มรณาย มยฺหํ โส เจว ภริยาย สมงฺคิภูโต #๑ ม. นทฺธํ ฯ อหญฺจานุญฺญาโต มณิ จ ลทฺโธ ฯ
รุกฺโข หิ มยฺหํ ฆรทฺวาเร ชาโต ๑ ปญฺญากฺขนฺโธ สีลมยสฺส สาขา อตฺเถ จ ธมฺเม จ ฐิโต นิปาโก ควปฺผโล หตฺถิควสฺสฉนฺโน ฯ นจฺจคีตตุริยาภินาทิเต อุจฺฉิชฺช เสนํ ๒ ปุริโส อโหสิ โส โน อยํ อาคโต สนฺนิเกตํ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯ เยเกจิ วิตฺตา มม ปจฺจเยน สพฺเพว เต ปาตุกโรนฺตุ อชฺช ติพฺพานิ กตฺวาน อุปายนานิ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯ เยเกจิ พนฺธา ๓ มม อตฺถิ รฏฺเฐ สพฺเพว เต พนฺธนา โมจยนฺตุ ยเถวยํ พนฺธนสฺมา ปมุตฺโต เอวเมเต มุญฺจเร พนฺธนสฺมา ฯ อุนฺนงฺคลา มาสมิมํ กโรนฺตุ มํโสทนํ พฺราหฺมณา ภกฺขยนฺตุ อมชฺชปา มชฺชรหา ปิวนฺตุ #๑ ม. ปทฺวาเร สุชาโต ฯ ๒ สี. ยุ. เมนํ ฯ ๓ ม. พทฺธา ฯ ปุณฺณาหิ ถาลาหิ ปลิสฺสุตาหิ ฯ มหาปถํ นิจฺจ สมวฺหยนฺตุ ติพฺพญฺจ รกฺขํ วิทหนฺตุ รฏฺเฐ ยถาญฺญมญฺญํ น วิเหฐเยยฺยุํ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯพ
โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ พหุชฺชโน ปสนฺโนสิ ทิสฺวา ปณฺฑิตมาคเต ปณฺฑิตมฺหิ อนุปฺปตฺเต เจลุกฺเขโป ปวตฺตถาติ ฯ วิธุรชาตกํ นวมํ ฯ
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๘ ข้อ ๘๙๓
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘