ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ปัณณิกชาดก
ชาดกที่ ๑๐๒ · เอกกนิบาตชาดก · ปโรสตวรรค

ปัณณิกชาดก

ว่าด้วยที่พึ่งให้โทษ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๐๒ · บรรทัด ๖๗๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากปัณณิกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภอุบาสกพ่อค้าผักผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณํ ดังนี้. ได้ยินว่า อุบาสกชาวเมืองสาวัตถีนั้น ขายผักต่าง ๆ มีฝักข้าวเป็นต้น และผักผลมีน้ำเต้า และผักเป็นต้นเลี้ยงชีวิตเขามีธิดาคนหนึ่ง รูปร่างงดงาม แจ่มใส สมบูรณ์ด้วยมารยาทและความประพฤติ ประกอบด้วยหิริโอตตัปปะ เสียอย่างเดียวที่ชอบหัวเราะหน้ารื่นอยู่เสมอ เมื่อสกุลที่คู่ควรพากันมาสู่ขอนางเขาคิดว่า การสู่ขอรายนี้กำลังดำเนินไป ส่วนลูกสาวเราคนนี้หัวเราะหน้ารื่นอยู่เป็นประจำ ก็เมื่อนางกุมารียังไม่มีสมบัติลูกผู้หญิง ไปสู่ตระกูลผัว ย่อมเป็นที่ครหาถึงมารดาบิดาได้เราต้องทดลองลูกเราดูว่า มีกุมาริกาธรรมหรือยังไม่มี วันหนึ่งเขาให้ธิดาถือกระเช้า ไปป่าเพื่อเก็บผักในป่า แล้วทำเป็นถูกกิเลสรัดรึงด้วยมุ่งจะทดลอง พลางกล่าวถ้อยคำเล้าโลม แล้วจับมือนางไว้ พอนางถูกจับมือเท่านั้น ก็ร้องไห้คร่ำครวญกล่าวว่าพ่อจ๋าเรื่องนี้ไม่มีควรเลย เป็นเช่นกับความปรากฏขึ้นแห่งไฟจากน้ำ พ่ออย่าทำอย่างนี้เลย เขากล่าวว่า ลูกรัก พ่อจับมือเจ้าเพื่อจะลองดู จงบอกพ่อซิลูกว่า เดี๋ยวนี้เจ้ามีกุมาริกาธรรมแล้วนางตอบว่า มีจ้ะพ่อ เพราะฉันไม่เคยมองผู้ชายคนไหน ด้วยคิดอยากจะได้เลย เขาปลอบธิดาแล้วทำการมงคล ส่งตัวไปสู่ตระกูลผัว คิดว่า เราจักถวายบังคมพระศาสดา ถือของหอมและดอกไม้เป็นต้น ไปพระเชตวันมหาวิหาร ถวายบังคมพระศาสดา บูชาแล้ว นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อมีพระพุทธดำรัสว่านานอยู่นะที่ท่านมา จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระศาสดาตรัสว่า อุบาสก กุมาริกาถึงพร้อมด้วยมารยาทและศีลมานานแล้วเทียว อนึ่งท่านมิใช่เพิ่งจะทดลองนางอย่างนี้ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในครั้งก่อนก็เคยทดลองมาแล้วเหมือนกัน เขากราบทูลอาราธนา ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดาในป่า เรื่องราวมีว่า ครั้งนั้นในพระนครพาราณสี มีพ่อค้าผักคนหนึ่ง ดังนี้ต่อนี้ไป เช่นเดียวกันกับเรื่องปัจจุบันนั่นแหละ ผิดกันแต่ตอนที่นางพอถูกเขาจับมือ เพื่อลองใจ ก็ร่ำไห้กล่าวคาถานี้ว่า "ยามเมื่อฉันมีทุกข์ ท่านผู้ใดเล่าเป็นที่พึ่งท่านผู้นั้นคือบิดาของฉัน กำลังประทุษร้ายฉันในป่า ฉันจะร่ำร้องหาใครในกลางป่า ท่านผู้จะช่วยได้กลับทำกรรมอันสาหัสเสียเอง" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า. โย ทุกฺขผุฏฺาย ภเวยฺย ตาณํ ความว่า ในยามเมื่อทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจมาพ้องพาน ท่านผู้ใดพึงเป็นผู้ต้านทาน คือเป็นที่พำนัก. บทว่า โส เม ปิตา ทุพฺภิ วเน กโรติ ความว่า ท่านผู้นั้นคือบิดาของฉัน คอยช่วยป้องกันต้านทุกข์ให้ กำลังกระทำกรรมอันตัดเยื่อใยไมตรี อันน่าบัดสีเช่นนี้ในป่านี้เสียเอง คือกำลังคิดเพื่อจะกระทำการล่วงเกินธิดาที่ตนให้กำเนิดเกิดมา. ด้วยบทว่า กสฺส กนฺทามิ นี้ นางแสดงความว่า ฉันจะร้องไห้หาใคร คือใครจักมาเป็นที่พึ่งให้ฉัน. บทว่า โย ตายิตา โส สหสา กโรติ ความว่า ท่านผู้ใดเล่าที่จะปกป้องคุ้มครองฉัน ควรจะเป็นที่พึ่งพำนักได้ ท่านผู้นั้นคือบิดาคนเดียว กำลังการทำกรรมอันน่าบัดสี. ครั้งนั้นผู้เป็นบิดา จึงปลอบนาง แล้วถามว่า แม่คุณ เจ้ารักษาตนได้แล้วหรือ ? นางตอบว่า จ้ะพ่อ ฉันรักษาตนเองได้เขาก็พานางมาเรือน ประดับตกแต่ง ทำการมงคลแล้วส่งไปสู่สกุลผัว. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ เวลาจบสัจจะ อุบาสกดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า บิดาในครั้งนั้นได้มาเป็นบิดาในครั้งนี้ ธิดาก็คงมาเป็นธิดา ส่วนรุกขเทวดาผู้เห็นเหตุการณ์นั้นโดยประจักษ์ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาปัณณิกชาดกที่ ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๓๙๒–๓๙๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๑๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๒ ปณฺณิกชาตกํ

โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ปณฺณิกํ อุปาสกํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส กิร สาวตฺถีวาสี อุปาสโก นานปฺปการานิ มูลปณฺณาทีนิ จ ลาวุกุมฺภณฺฑาทีนิ จ วิกฺกิณิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปติ ฯ ตสฺเสกา ธีตา อภิรูปา ปาสาทิกา อาจารสีลสมฺปนฺนา หิโรตฺตปฺปสมนฺนาคตา เกวลํ นิจฺจปฺปหํสิตมุขา ฯ ตสฺสา สมานกุเลสุ วาเรยฺยตฺถาย อาคเตสุ โส จินฺเตสิ อิมิสฺสา วาเรยฺยํ วตฺตติ อยญฺจ นิจฺจปฺปหํสิตมุขา กุมาริกาธมฺเม ปน อสติ กุมาริกาย ปรกุลํ คตาย มาตาปิตูนํ ครหา โหติ อตฺถิ นุ โข อิมิสฺสา กุมาริกาย ธมฺโม นตฺถีติ วีมํสิสฺสามิ นนฺติ ฯ โส เอกทิวสํ ธีตรํ ปจฺฉึ คาหาเปตฺวา อรญฺเญ ปณฺณตฺถาย อรญฺญํ คนฺตฺวา วีมํสนวเสน กิเลสสนฺนิสฺสิโต วิย หุตฺวา รหสฺสํ กถํ กเถตฺวา ตํ หตฺเถ คณฺหิ ฯ สา คหิตมตฺตาว ปโรทนฺตี กนฺทนฺตี อยุตฺตํ เอตํ ตาต อุทกโต อคฺคิปาตุภาวสทิสํ มา เอวรูปํ กโรหีติ อาห ฯ อมฺม มยา วีมํสนตฺถาย ตฺวํ หตฺเถ คหิตา วเทหิ อตฺถิทานิ เต กุมาริกาธมฺโมติ ฯ อาม ตาต อตฺถิ มยา หิ โลภวเสน โกจิ ปุริโส น โอโลกิตปุพฺโพติ ฯ โส ธีตรํ อสฺสาเสตฺวา มงฺคลํ กตฺวา ปรกุลํ เปเสตฺวา สตฺถารํ วนฺทิสฺสามีติ คนฺธมาลาทิหตฺโถ เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปูเชตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ จิรสฺสํ อาคโตสีติ วุตฺเต ตมตฺถํ ภควโต อาโรเจสิ ฯ สตฺถา อุปาสก กุมาริกา จิรํ ปฏฺฐาย อาจารสีลสมฺปนฺนาว ตฺวํ ปน น อิมํ อิทาเนว เอวํ วีมํสสิ ปุพฺเพปิ วีมํสิเยวาติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺเญ รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ อเถโก พาราณสิยํ ปณฺณิกอุปาสโกติ วตฺถุํ ปจฺจุปฺปนฺนสทิสเมว ฯ เตน ปน สา วีมํสนตฺถาย หตฺเถ คหิตมตฺตา ปริเทวมานา อิมํ คาถมาห

โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณํ

โส เม ปิตา ทุพฺภิ วเน กโรติ

สา กสฺส กนฺทามิ วนสฺส มชฺเฌ

โย ตายิตา โส สหสา กโรตีติ ฯ

ตตฺถ โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณนฺติ กายิกเจตสิเกหิ ทุกฺเขหิ ผุฏฺฐาย ตายิตา ปติฏฺฐา ภเวยฺย ฯ โส เม ปิตา ทุพฺภิ วเน กโรตีติ โส มยฺหํ ทุกฺขปริตฺตายโก ปิตา อิมสฺมึ วเน เอวรูปํ มิตฺตทุพฺภิกมฺมํ กโรติ อตฺตโน ชาตาย ธีตริ วีติกฺกมํ กาตุํ มญฺญตีติ อตฺโถ ฯ กสฺส กนฺทามีติ กสฺส โรทามิ โก เม ปติฏฺฐา ภวิสฺสตีติ ทีเปติ ฯ โย ตายิตา โส สหสา กโรตีติ โย มยฺหํ ตายิตา รกฺขิตา อวสฺสโย ภวิตุํ อรหติ โส ปิตาเยว สาหสิกกมฺมํ กโรตีติ อตฺโถ ฯ

อถ นํ ปิตา อสฺสาเสตฺวา อมฺม รกฺขิตตฺตาสีติ ปุจฺฉิตฺวา อาม ตาต รกฺขิโต เม อตฺตาติ ฯ โส ตํ ฆรํ เนตฺวา มณฺเฑตฺวา มงฺคลํ กตฺวา ปรกุลํ เปเสสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน อุปาสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ ตทา ปิตา เอตรหิ ปิตาว ธีตา ธีตาว ตํ การณํ ปจฺจกฺขโต ทิฏฺฐรุกฺขเทวตา ปน อหเมวาติ ฯ

ปณฺณิกชาตกํ ทุติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๐๑. ปโรสตชาดกชาดกถัดไป๑๐๓. เวริชาดก