เวริชาดก
ว่าด้วยการอยู่ร่วมกับมีเวรกัน
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๐๓ · บรรทัด ๖๘๓ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่า ยตฺถ เวรี นิวีสติ ดังนี้. ได้ยินว่าท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ไปสู่หมู่บ้านส่วยแล้วกำลังเดินมา พบพวกโจรในระหว่างทาง คิดว่า ไม่ควรพักแรมในระหว่างทาง ต้องไปให้ถึงพระนครสาวัตถีทีเดียว แล้วขับฝูงโคมาถึงพระนครสาวัตถีโดยรวดเร็ว รุ่งขึ้นไปสู่พระวิหารกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระศาสดา พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี แม้ในปางก่อน บัณฑิตพบโจรในระหว่างทาง ไม่ค้างแรมในระหว่างทาง ไปจนถึงที่อยู่ของตนทีเดียว ท่านอนาถบิณฑิกะกราบทูลอาราธนา ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นเศรษฐี มีสมบัติมาก ไปสู่ที่รับเชิญในหมู่บ้าน เพื่อการบริโภค เมื่อเดินทางกลับ พบพวกโจรในระหว่างทาง ไม่หยุดในระหว่างทางเลยรีบขับโคทั้งหลาย มาสู่เรือนของตนทีเดียว บริโภคอาหารด้วยรสอันเลิศ นั่งเหนือที่นอนอันมีราคามาก ดำริว่า เราพ้นจากเงื้อมมือโจร มาสู่เรือนตนอันเป็นที่ปลอดภัย แล้วกล่าวคาถานี้ด้วยสามารถแห่งอุทานว่า :" ไพรีอาศัยอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่พึงอยู่ในที่นั้น บุคคลอยู่ในพวกไพรี คืนหนึ่งหรือสองคืน ย่อมอยู่เป็นทุกข์" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวรี ได้แก่บุคคลผู้เพียบพร้อมด้วยเจตนาคิดก่อเวร. บทว่า นิวีสติ แปลว่า ย่อมพำนักอยู่บทว่า น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโต ความว่า บุคคลผู้เป็นไพรีนั้นพำนัก คืออาศัยอยู่ในที่ใด บัณฑิตคือท่านผู้ประกอบด้วยคุณเครื่องความเป็นบัณฑิต ไม่ควรอยู่ในที่นั้น. เพราะเหตุไร ? เพราะบุคคลอยู่ในกลุ่มไพรี คืนหนึ่งหรือสองคืน ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ขยายความว่า บุคคลเมื่ออยู่ในกลุ่มของไพรี แม้วันเดียวสองวัน ก็ชื่อว่าอยู่เป็นทุกข์ทั้งนั้น. พระโพธิสัตว์ เปล่งอุทานด้วยประการฉะนี้ กระทำบุญมีให้ทานเป็นต้น แล้วไปตามยถากรรม. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า ในครั้งนั้น เราตถาคตแล ได้เป็นเศรษฐีเมืองพาราณสีฉะนี้แล. จบ อรรถกถาเวริชาดกที่ ๓
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๓๙๖–๓๙๘ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เอกกนิบาตชาดก ๑๐ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
3 Verijātakaṃ
yattha verī nivīsatīti idaṃ satthā jetavane viharanto anāthapiṇḍikaṃ ārabbha kathesi.
Anāthapiṇḍiko kira bhogagāmakaṃ gantvā āgacchanto antarāmagge core disvā antaramagge vasituṃ na yuttaṃ sāvatthimeva gamissāmīti vegena goṇe pājetvā sāvatthimeva āgantvā punadivase vihāraṃ gato satthu etamatthaṃ ārocesi. Satthā pubbepi gahapati paṇḍitā antarāmagge core disvā antarāmagge avilambamānā attano vasanaṭṭhānameva gamiṃsūti vatvā tena yācito atītaṃ āhari.
Atīte barāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto mahāvibhavo seṭṭhī hutvā ekaṃ gāmakanimantanaṃ bhuñjanatthāya gantvā paccāgacchanto antarāmagge core disvā antarāmagge avasitvāva vegena goṇe pājento attano gehameva āgantvā nānaggarasehi paribhuñjitvā mahāsayane nisinno corānaṃ hatthato muccitvā nibbhayaṭṭhānaṃ attano gehaṃ āgatomhīti udānavasena imaṃ gāthamāha
Yattha verī nivīsati na vase tattha paṇḍito
ekarattiṃ dvirattiṃ vā dukkhaṃ vasati verisūti.
Tattha verīti veracetanāsamaṅgipuggalo. Nivīsatīti patiṭṭhāti. Na vase tattha paṇḍitoti so veripuggalo yasmiṃ ṭhāne patiṭṭhito hutvā vasati tattha paṇḍito paṇḍiccena samannāgato na vaseyya. Kiṃkāraṇā. Ekarattiṃ dvirattiṃ vā dukkhaṃ vasati verisūti verīnañhi antare vasanto ekāhampi dvīhampi dukkhameva vasatīti attho.
Evaṃ bodhisatto udānaṃ udānetvā dānādīni puññāni katvā yathākammaṃ gato.
Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi tadā ahameva bārāṇasīseṭṭhī ahosinti.
Verijātakaṃ tatiyaṃ.
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๖
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗