ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ทุพพจชาดก
ชาดกที่ ๑๑๖ · เอกกนิบาตชาดก · หังสิวรรค

ทุพพจชาดก

ว่าด้วยได้รับโทษเพราะทำเกินไป

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๑๖ · บรรทัด ๗๖๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากทุพพจชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อติกรมกราจริย ดังนี้. เรื่องของภิกษุนั้น จักแจ่มแจ้งในคิชฌชาดก นวกนิบาต. (แต่ในชาดกนี้) พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุนั้นมาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่เธอเป็นผู้ว่ายาก แม้ในกาลก่อนก็เป็นผู้ว่ายาก เพราะความที่เป็นผู้ว่ายาก ไม่กระทำตามโอวาทแห่งบัณฑิต จึงถูกหอกแทงถึงสิ้นชีวิต ดังนี้แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ ถือปฏิสนธิในกำเนิดนักฟ้อนทางกระโดด เจริญวัยแล้ว ได้เป็นผู้มีปัญญา ฉลาดในอุบายท่านศึกษาศิลปะในทางกระโดดข้ามหอก ในสำนักแห่งนักโดดผู้หนึ่ง เที่ยวแสดงศิลปะไปกับอาจารย์ แต่อาจารย์ของท่านรู้ศิลปะในการโดดข้ามหอก สี่เล่มเท่านั้น ไม่ได้ถึง ๕ เล่ม วันหนึ่งอาจารย์แสดงศิลปะในหมู่บ้านตำบลหนึ่ง เมาเหล้า แล้วพูดว่าเราจักโดดข้ามหอก ๕ เล่ม ปักหอกเรียงรายไว้ ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์จึงกล่าวกะอาจารย์ว่า ท่านอาจารย์ครับ ท่านไม่ทราบศิลปะการโดดข้ามหอก ๕ เล่ม เอาหอกออกเสียเล่มหนึ่งเถิดครับ ถ้าท่านขึ้นโดดจักถูกหอกเล่มที่ ๕ แทงตายแน่นอน แต่เพราะเมาสุรา อาจารย์จึงกล่าวว่า ถึงตัวเจ้าก็หารู้ขีดความสามารถของเราไม่ มิได้ยึดถือถ้อยคำของพระโพธิสัตว์ โดยข้ามไปได้ ๔ เล่ม ถูกเล่มที่ ๕ เสียบเหมือนคนเสียบดอกมะทรางในไม้กลัดฉะนั้น นอนคร่ำครวญอยู่ ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์กล่าวกะท่านอาจารย์ว่า ท่านไม่เชื่อคำของบัณฑิต จึงถึงความฉิบหายนี้ ดังนี้แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :"ท่านอาจารย์ ท่านกระทำการเกินกว่าที่ทำได้ เรื่องนี้ไม่ถูกใจกระผมเลย ท่านโดดพ้น

หอกเล่มที่ ๔ แล้ว ถูกหอกเล่มที่ ๕ เสียบเข้า

แล้ว" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อติกรมกราจริย ความว่าข้าแต่ท่านอาจารย์ ท่านได้กระทำการที่ล้ำหน้า อธิบายว่าได้กระทำการเกินกว่าที่ตนเคยกระทำได้. ด้วยบทว่า มยฺหมฺเปตํ น รุจฺจติ นี้ พระโพธิสัตว์แสดงความว่า การกระทำของท่านนี้ไม่ชอบใจข้าพเจ้าผู้เป็นอันเตวาสิกด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงได้บอกท่านไว้ก่อนทีเดียว. บทว่า จตุตฺเถ ลิงฺฆยิตฺวาน ความว่า ท่านไม่ตกลงบนใบหอกเล่มที่ ๔ คือถีบตนข้ามได้. บทว่า ปญฺจมายสิ อาวุโต ความว่า ท่านไม่เชื่อถ้อยคำของบัณฑิต บัดนี้จึงถูกหอกเล่มที่ ๕ เสียบไว้แล้ว. พระโพธิสัตว์ครั้นกล่าวคำนี้แล้ว ก็นำอาจารย์ออกจากหอก กระทำกิจที่ควรทำให้แล้ว พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานนี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า อาจารย์ในครั้งนั้นได้มาเป็นภิกษุผู้ว่ายากนี้ ส่วนอันเตวาสิก ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาทุพพจชาดกที่ ๖

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๔๓๙–๔๔๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๑๐ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

6 Dubbacajātakaṃ

atikaramakarācariyāti idaṃ satthā jetavane viharanto ekaṃ dubbacaṃ bhikkhuṃ ārabbha kathesi.

Tassa vatthuṃ navanipāte gijjhajātake āvibhavissati. Satthā pana taṃ bhikkhuṃ āmantetvā bhikkhu na tvaṃ idāneva dubbaco pubbepi dubbaco dubbacabhāvena paṇḍitānaṃ ovādaṃ akaronto sattippahārena jīvitakkhayaṃ pattosīti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto laṅghananaṭakayoniyaṃ paṭisandhiṃ gahetvā vayappatto paññavā upāyakusalo ahosi. So ekassa laṅghanakassa santike sattilaṅghanasippaṃ sikkhitvā ācariyena saddhiṃ sippaṃ dassento vicarati. Ācariyo panassa catunnaññeva sattīnaṃ laṅghanasippaṃ jānāti na pañcannaṃ. So ekadivasaṃ ekasmiṃ gāmake sippaṃ dassento surāmadamatto pañca sattiyo laṅghissāmīti paṭipāṭiyā ṭhapesi. Atha naṃ bodhisatto āha ācariya tvaṃ pañcasattilaṅghanasippaṃ na jānāsi ekaṃ sattiṃ hara sace laṅghissasi pañcamāya sattiyā viddho marissasīti. So pana surāmadamattatāya tvampi mayhaṃ pamāṇaṃ na jānāsīti tassa vacanaṃ anādiyitvā catasso laṅghitvā pañcamāya sattiyā daṇḍake madhukapupphaṃ viya āvuto paridevamāno nipajji. Atha naṃ bodhisatto paṇḍitānaṃ vacanaṃ akatvā imaṃ byasanaṃ pattosīti vatvā imaṃ gāthamāha

Atikaramakarācariya mayhampetaṃ na ruccati

catutthe laṅghayitvāna pañcamāyasi āvutoti.

Tattha atikaramakarācariyāti ācariya ajja tvaṃ atikaraṃ akari attano karaṇato atirekakaraṇaṃ akarīti attho. Mayhampetaṃ na ruccatīti mayhaṃ antevāsikassa samānassa etaṃ tava karaṇaṃ na ruccati tena te ahaṃ paṭhamameva kathesinti dīpeti. Catutthe laṅghayitvānāti catutthe sattiphale apatitvā attānaṃ laṅghitvā. Pañcamāyasi āvutoti paṇḍitānaṃ vacanaṃ agaṇhanto idāni pañcamāya sattiyā āvutosīti.

Idaṃ vatvā ācariyaṃ sattito apanetvā kattabbayuttakaṃ akāsi. Satthā imaṃ atītaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi tadā ācariyo ayaṃ dubbaco ahosi antevāsiko pana ahamevāti.

Dubbacajātakaṃ chaṭṭhaṃ.

-------

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๑๕. อนุสาสิกชาดกชาดกถัดไป๑๑๗. ติตติรชาดก