ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. อัมพชาดก
ชาดกที่ ๑๒๔ · เอกกนิบาตชาดก · กุสนาฬิวรรค

อัมพชาดก

ว่าด้วยบัณฑิตควรพยายามร่ำไป

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๒๔ · บรรทัด ๘๒๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากอัมพชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภพราหมณ์ผู้สมบูรณ์ด้วยวัตรคนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า วายเมเถว ปุริโส ดังนี้. ได้ยินว่า พราหมณ์นั้นเป็นกุลบุตรชาวพระนครสาวัตถีบวชถวายชีวิตในพระศาสนา ได้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวัตร กระทำอาจริยวัตร อุปัชฌายวัตร และวัตรมีการตั้งน้ำดื่มสละน้ำใช้ทั้งวัตรในโรงอุโบสถ สละวัตรในเรือนไฟเป็นต้น เป็นอันดีได้เป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในมหาวัตรทั้ง ๑๔ และขันธกวัตรทั้ง ๘๐ กวาดวิหาร บริเวณโรงตึกทางไปวิหาร ให้น้ำดื่มแก่พวกมนุษย์ พวกมนุษย์เลื่อมใสในความสมบูรณ์ด้วยวัตรของท่าน พากันถวายภัตรประจำ ประมาณ ๕๐๐ ราย ลาภและสักการะเป็นอันมากบังเกิดขึ้น การอยู่อย่างผาสุข เกิดแล้วแก่ภิกษุเป็นอันมาก เพราะอาศัยท่าน อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย พากันยกเรื่องขึ้นสนทนากันในโรงธรรมว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุชื่อโน้นยังลาภสักการะอย่างมากมายให้เกิดแก่ตน เพราะถึงพร้อมด้วยวัตร ความอยู่อย่างผาสุขเกิดแก่ภิกษุเป็นอันมาก เพราะอาศัยเธอผู้เดียว พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ก่อนภิกษุทั้งหลายบัดนี้พวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ? เมื่อภิกษุทั้งหลายพากันกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในปางก่อน ภิกษุนี้ก็เคยเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวัตร แม้ในปางก่อน อาศัยเธอผู้เดียว ฤๅษี ๕๐๐ไม่ต้องไปป่าหาผลาผลกันเลย เลี้ยงชีพด้วยผลาผลที่ภิกษุนี้นำมา แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลอุทิจจพราหมณ์เจริญวัยแล้ว บวชเป็นฤาษี มีฤาษี ๕๐๐ เป็นบริวาร อาศัยอยู่ที่เชิงเขา ครั้งนั้น ในป่าหิมพานต์ แห้งแล้ง ร้ายแรง น้ำดื่มในที่นั้น ๆ ก็เหือดแห้ง พวกสัตว์ดิรัจฉานเมื่อไม่ได้น้ำดื่ม ก็พากันลำบาก ครั้งนั้น ในบรรดาพระดาบสเหล่านั้น มีดาบสองค์หนึ่งเห็นความทุกข์เกิดแต่ความกระวนกระวาย ของพวกดิรัจฉานเหล่านั้น จึงตัดต้นไม้ต้นหนึ่งทำราง โพงน้ำใส่ให้เป็นน้ำดื่มแก่พวกดิรัจฉานเหล่านั้น เมื่อพวกสัตว์ดิรัจฉานจำนวนมากมาประชุมดื่มน้ำ พระดาบสเลยไม่มีโอกาสที่จะไปหา แม้ท่านจะอดอาหาร ก็คงให้น้ำดื่มอยู่นั่นเอง ฝูงเนื้อพากันคิดว่า พระดาบสนี้ให้น้ำดื่มแก่พวกเรา ไม่ได้โอกาสไปหาผลาผล ลำบากอย่างยวดยิ่ง เพราะอดอาหาร เอาเถิดพวกเราจงมาทำกติกากันสัตว์เหล่านั้นจึงตั้งกติกาไว้ว่า ตั้งแต่บัดนี้ ผู้มาดื่มน้ำ ต้องคาบผลไม้มาตามสมควรแก่กำลังของตน ตั้งแต่นั้นมาดิรัจฉานตัวหนึ่ง ๆ ก็คาบผลไม้มีมะม่วง และขนุนเป็นต้น ที่อร่อย ๆนำมาตามสมควรแก่กำลังของตนเรื่อยมา ผลาผลที่พวกดิรัจฉานนำมาเพื่อพระดาบสองค์เดียว ได้มีประมาณบรรทุกเต็มสองเล่มเกวียนครึ่ง พระดาบสทั้ง ๕๐๐ พลอยฉันผลาผลนั้นทั่วกัน ยังต้องทิ้งเสียเป็นอันมาก พระโพธิสัตว์เห็นเหตุนั้นแล้วกล่าวว่าอาศัยดาบสผู้ถึงพร้อมด้วยวัตรผู้เดียว ดาบสมีประมาณเท่านี้ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ โดยไม่ต้องไปหาผลาผล ขึ้นชื่อว่าความเพียรเป็นกิจควรกระทำโดยแท้ แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :"บุรุษผู้เป็นบัณฑิต ควรพยายามร่ำไปไม่ควรเบื่อหน่าย จงดูผลแห่งความพยายามผลมะม่วงทั้งหลาย ที่มีให้บริโภคอยู่ ก็ด้วยความพยายามทั้งนั้น ไม่ใช่ของที่มีมาได้เอง" ดังนี้. ในคาถานั้น มีความสังเขปดังนี้ บัณฑิตพึงพยายามเรื่อยไปไม่ควรท้อถอยเสีย ในการงานมีการบำเพ็ญวัตรเป็นต้น ของตนเพราะเหตุไร ? เพราะความพยายามที่ไร้ผล ไม่มีเลย ด้วยเหตุนี้พระมหาสัตว์เมื่อเตือนคณะฤๅษีว่า ธรรมดาความเพียรย่อมมีผลเรื่อยไป จึงกล่าวว่า เชิญดูผลแห่งความพยายามเถิด เช่นอย่างไรเล่า ? เช่นอย่างที่ฤาษีทั้ง ๕๐๐ ฉันผลไม้มีมะม่วงเป็นต้นได้อย่างไม่อั้น ในบรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อัมพ เป็นเพียงยกมาเป็นตัวอย่าง หมายความว่า ก็ผลาผลที่เดียรัจฉานเหล่านั้นนำมามีประการต่าง ๆ แต่กล่าวถึงมะม่วงเป็นต้น ด้วยอำนาจเป็นผลไม้มากมายก่ายกองกว่าผลไม้เหล่านั้น ข้อที่ฤๅษีทั้ง ๕๐๐ ไม่ต้องไปป่าด้วยตนเอง พากันฉันผลมะม่วงทั้งหลาย ซึ่งดิรัจฉานทั้งหลาย นำมาเพื่อประโยชน์แก่ดาบสนั้น นี้เป็นผลแห่งความพยายาม ก็แลการที่ได้ฉันนั้นเล่า รู้กันเองไม่ต้องมีใครบอก หมายความว่า ที่จะต้องถือเอาด้วยการบอกกล่าวว่า นี้ อย่างนี้ ดังนี้เป็นอันไม่มีกันละ เชิญดูผลไม้นั้น อันประจักษ์ชัดกันเถิดพระมหาสัตว์ได้ให้โอวาทแก่ฤาษี ด้วยประการฉะนี้. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า ดาบสผู้ถึงพร้อมด้วยวัตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุนี้ส่วนศาสดาของคณะ ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาอัมพชาดกที่ ๔

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๔๘๐–๔๘๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๔ อมฺพชาตกํ

วายเมเถว ปุริโสติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ วตฺตสมฺปนฺนํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส กิร สาวตฺถีวาสิกุลปุตฺโต สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิโต วตฺตสมฺปนฺโน อโหสิ อาจริยุปชฺฌายวตฺตานิ ปานียปริโภชนีย- อุโปสถาคารชนฺตาฆราทีนิ วตฺตานิ จ สาธุกํ กโรติ จุทฺทสสุ มหาวตฺเตสุ อสีติกฺขนฺธกวตฺเตสุ จ ปริปูริการีเยว อโหสิ วิหารํ สมฺมชฺชติ ปริเวณํ วิตกฺกมาลกํ วิหารมคฺคํ สมฺมชฺชติ มนุสฺสานํ ปานียํ เทติ ฯ มนุสฺสา ตสฺส วตฺตสมฺปตฺติยํ ปสีทิตฺวา ปญฺจสตมตฺตานิ ธุวภตฺตานิ อทํสุ ฯ มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ ฯ ตํ นิสฺสาย พหุนฺนํ ผาสุวิหาโร ชาโต ฯ อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส อสุโก นาม ภิกฺขุ อตฺตโน วตฺตสมฺปตฺติยา มหนฺตํ ลาภสกฺการํ นิพฺพตฺเตสิ เอตํ เอกํ นิสฺสาย พหุนฺนํ ผาสุวิหาโร ชาโตติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กาย นุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปายํ ภิกฺขุ วตฺตสมฺปนฺโน ปุพฺเพเปตํ เอกํ นิสฺสาย ปญฺจ อิสิสตานิ ผลาผลตฺถาย อรญฺญํ อคนฺตฺวา เอเตเนว อานีตผลาผเลหิ ยาเปสุนฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อุทิจฺจพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ปญฺจสตอิสิปริวาโร ปพฺพตปาเท วิหาสิ ฯ ตทา หิมวนฺเต จณฺโฑ นิทาโฆ อโหสิ ฯ ตตฺถ ตตฺถ ปานียานิ ฉิชฺชึสุ ฯ ติรจฺฉานา ปานียํ อลภมานา กิลมนฺติ ฯ อถ เตสุ ตาปเสสุ เอโก ตาปโส เตสํ ปิปาสทุกฺขํ ทิสฺวา เอกํ รุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา โทณึ กตฺวา ปานียํ อุสฺสิญฺจิตฺวา เตสํ ปานียํ อทาสิ ฯ พหูสุ สนฺนิปติตฺวา ปานียํ ปิวนฺเตสุ ตาปสสฺส ผลาผลตฺถาย คมโนกาโส น โหติ ฯ โส นิราหาโรปิ ปานียํ เทติเยว ฯ มิคคณา จินฺเตสุํ อยํ อมฺหากํ ปานียํ เทนฺโต ผลาผลตฺถาย คนฺตุํ โอกาสํ น ลภติ นีราหารตาย อติวิย กิลมติ หนฺท มยํ กติกํ กโรมาติ ฯ เต กติกํ อกํสุ อิโต ปฏฺฐาย ปานียํ ปิวนตฺถาย อาคจฺฉนฺเตน อตฺตโน พลานุรูเปน ผลํ คเหตฺวา อาคนฺตพฺพนฺติ ฯ ตโต ปฏฺฐาย เอเกโก ติรจฺฉาโน อตฺตโน พลานุรูเปน มธุรมธุรานิ อมฺพชมฺพูปนสาทีนิ คเหตฺวาว อาคจฺฉติ ฯ เอกสฺส อตฺถาย อาภตํ ผลาผลํ อฑฺฒเตยฺยสกฏภารปฺปมาณํ อโหสิ ฯ ปญฺจสตา ตาปสา ตเทว ปริภุญฺชนฺติ ฯ อติเรกํ ฉฑฺฑิยิตฺถ ฯ โพธิสตฺโต ตํ ทิสฺวา เอกํ วตฺตสมฺปนฺนํ นิสฺสาย เอตฺตกานํ ตาปสานํ ผลาผลตฺถาย อคนฺตฺวา ยาปนํ อุปฺปนฺนํ วิริยนฺนาม กาตพฺพเมวาติ วตฺวา อิมํ คาถมาห

วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต

วายามสฺส ผลํ ปสฺส ภุตฺตา อมฺพา อนีติหนฺติ ฯ

ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ ปณฺฑิโต อตฺตโน วตฺตปูรณาทิเก กมฺมมฺหิ วายเมเถว น อุกฺกณฺเฐยฺย ฯ กึการณา ฯ วายามสฺส นิปฺผลตาย อภาวโต ฯ อิติ มหาสตฺโต วายาโม นาม สผโลว โหตีติ อิสิคณํ อาลปนฺโต วายามสฺส ผลํ ปสฺสาติ อาห ฯ กีทิสํ ฯ ภุตฺตา อมฺพา อนีติหนฺติ ฯ ตตฺถ อมฺพาติ เทสนามตฺตํ ฯ เตหิ ปน นานปฺปการานิ ผลาผลานิ อาภตานิ เตสํ สมฺปนฺนตรานํ วา อุสฺสนฺนตรานํ วา วเสน อมฺพาติ วุตฺตํ ฯ เย อิเม ปญฺจหิ อิสิสเตหิ สยํ อรญฺญํ อคนฺตฺวา เอตสฺส อตฺถาย อานีตา อมฺพา ภุตฺตา อิทํ วายามสฺส ผลํ ฯ ตญฺจ โข ปน อนีติหํ อิติห อิติ อาหาติ เอวํ อิติหอิติเหน คเหตพฺพํ น โหติ ปจฺจกฺขเมว ตํ ผลํ ปสฺสาติ ฯ เอวํ มหาสตฺโต อิสิคณสฺส โอวาทํ อทาสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา วตฺตสมฺปนฺโน ตาปโส อยํ ภิกฺขุ อโหสิ คณสตฺถา ปน อหเมวาติ ฯ

อมฺพชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๒๓. นังคลีสชาดกชาดกถัดไป๑๒๕. กฏาหกชาดก