อัคคิกชาดก
ว่าด้วยท่านอัคคิกะ
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๒๙ · บรรทัด ๘๔๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภภิกษุผู้หลอกลวงนั่นแหละ ตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่า นายํ สิขา ปุญฺเหตุ ดังนี้ เรื่องปัจจุบัน เช่นเดียวกับเรื่องที่กล่าวแล้วในหนหลัง. ความย่อว่า ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติ อยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระยาหนูอยู่ในป่า ครั้งนั้นเมื่อเกิดไฟไหม้ป่า หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งไม่สามารถจะหนีไปได้ทัน ก็ยืนเอาหัวยันไว้ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ขนทั้งตัวของมันถูกไฟไหม้ เหลือแต่ขนตรงที่มันเอาหัวไปยันต้นไม้ไว้หน่อยหนึ่ง เป็นเหมือนจุกบนกระหม่อม วันหนึ่งมันดื่มน้ำในตระพัง มองดูเงาเห็นจุกแล้วคิดว่า บัดนี้ สิ่งที่เป็นรากฐานแห่งภัณฑะเกิดแก่เราแล้ว เมื่ออยู่ในป่า เห็นฝูงหนูนั้นคิดว่า เราจักลวงกินหนูเหล่านี้ ได้ยืนอยู่ในที่ไม่ไกลตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นเทียว ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เที่ยวหากิน เห็นมันแล้วเข้าไปหา ด้วยสำคัญว่า ผู้นี้มีศีล แล้วถามว่า ท่านชื่อว่าอย่างไร ? สุนัขจิ้งจอกตอบว่า เราชื่ออัคคิกภารทวาชะ ถามว่าท่านมาทำอะไรเล่า ? ตอบว่า มาเพื่อช่วยคุ้มครองพวกเจ้าถามว่า ท่านทำอย่างไร จึงจะคุ้มครองพวกเราได้ ตอบว่า เรารู้วิธีคำนวณที่เรียกกันว่านับด้วยหาง ในเวลาที่พวกเจ้าพากันออกไปหากินแต่เช้า เราก็นับไว้ว่ามีจำนวนเท่านี้ ในเวลากลับก็ต้องนับดู เมื่อเราตรวจนับอยู่ทั้งเช้าทั้งเย็นอย่างนี้ ก็จักคุ้มครองพวกเจ้าได้ พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นก็จงคุ้มครองเถิดลุงมันรับคำแล้ว ในเวลาที่พวกหนูออกไป ก็นับ หนึ่ง-สอง-สามเป็นต้น แม้ในเวลาที่กลับมาก็นับโดยทำนองเดียวกัน แล้วตะครุบเอาตัวหลังเพื่อนกินเสีย เรื่องที่เหลือก็เหมือนกับเรื่องก่อนนั่นแหละแต่ว่าในชาดกนี้ พระยาหนูหันกลับมายืนแล้วกล่าวว่าเจ้าหมาอัคคิกภารทวาชะเจ้าเล่ห์ จุกบนหัวของเจ้า มิได้มีไว้เพื่อความซึ่งสัตย์สุจริตยุติธรรม แต่มีไว้เพราะเหตุแห่งปากท้องแล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :"แหยมนี้ มิใช่มีไว้เพราะเหตุแห่งบุญมีไว้เป็นเลสอ้างของการหากิน ฝูงหนูไม่ครบ
จำนวน เพราะการนับด้วยหาง พอกันทีเถอะ
ท่านอัคคิกะเจ้าเล่ห์" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นงฺคฏฺคณนํ ยาติ ท่านกล่าวไว้หมายถึงการนับด้วยหาง อธิบายว่า ฝูงหนูนี้ไม่ถึง ไม่ใกล้เคียงไม่ครบจำนวน ได้แก่พร่องไป. บทว่า อลนฺเต โหตุ อคฺคิก ความว่า พระยาหนู เมื่อจะพูดถึงสุนัขจิ้งจอก เรียกโดยชื่อว่า อัคคิกะ. อธิบายว่า อัคคิกะเจ้าเล่ห์เอ๋ย สำหรับเจ้าพอกันเพียงเท่านี้ทีเถิดนะ เบื้องหน้าแต่นี้ต่อไป เจ้าจักกัดหนูกินอีกไม่ได้ เราหรือเจ้าเป็นอันเลิกอยู่ร่วมกันอธิบายว่า บัดนี้พวกเราจักไม่อยู่ร่วมกับเจ้าต่อไป ข้อความที่เหลือเช่นเดียวกับเรื่องก่อนนั่นแหละ. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า หมาจิ้งจอกในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุนี้ในบัดนี้ ส่วนพระยาหนูได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาอัคคิกชาดกที่ ๙
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๕๐๕–๕๐๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เอกกนิบาตชาดก ๙ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
9 Aggikajātakaṃ
nāyaṃ sikhā puññahetūti idaṃ satthā jetavane viharanto kuhakaññeva bhikkhuṃ ārabbha kathesi. Paccuppannavatthu heṭṭhāvuttasadisaṃ.
Atītasmiñhi bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto mūsikarājā hutvā araññe vasati. Atheko sigālo vanaḍāhe uṭṭhite palāyituṃ asakkonto ekasmiṃ rukkhe sīsaṃ āhacca aṭṭhāsi. Tassa sakalasarīre lomāni jhāyiṃsu. Rukkhaṃ āhacca ṭhitaṭṭhāne pana matthake cūḷā viya thokāni lomāni aṭṭhaṃsu. So ekadivasaṃ soṇḍiyaṃ pānīyaṃ pivanto chāyaṃ olokento cūḷaṃ disvā uppannaṃdāni me bhaṇḍamūlanti araññe viharanto taṃ mūsikādariṃ disvā imā mūsikā vañcetvā khādissāmīti heṭṭhā vuttanayeneva avidūre Aṭṭhāsi. Atha naṃ bodhisatto gocarāya caranto disvā sīlavā ayanti saññāya upasaṅkamitvā tvaṃ kinnāmosīti pucchi. Ahaṃ aggikabhāradvājo nāmāti. Atha kasmā āgatosīti. Tumhākaṃ rakkhanatthāyāti. Kinti katvā amhe rakkhissasīti. Ahaṃ naṅguṭṭhagaṇanannāma jānāmi tumhākaṃ pāto nikkhamitvā gocarāya gamanakāle ettakāti gaṇetvā paccāgamanakālepi gaṇessāmi evaṃ sāyaṃ pātaṃ gaṇento rakkhissāmīti. Tenahi rakkha mātulāti. So sādhūti sampaṭicchitvā nikkhamanakāle eko dve tayoti gaṇetvā paccāgamanakālepi tatheva gaṇetvā sabbapacchimaṃ gahetvā khādati. Sesaṃ purimasadisameva. Idha pana mūsikarājā nivattitvā ṭhito bho aggikabhāradvāja nāyaṃ tava dhammasudhammatāya matthake cūḷā ṭhapitā kucchikāraṇā pana ṭhapitāti vatvā imaṃ gāthamāha
nāyaṃ sikhā puññahetu ghāsahetu ayaṃ sikhā
naṅguṭṭhagaṇanaṃ yāti alante hotu aggikāti.
Tattha naṅguṭṭhagaṇanaṃ yātīti aṅguṭṭhagaṇanā vuccati. Ayaṃ mūsikagaṇo aṅguṭṭhagaṇanaṃ na gacchati na upeti na pūrati parikkhayaṃ gacchatīti attho. Alante hotu aggikāti sigālaṃ nāmena ālapanto āha. Ettāvatā te alaṃ hotu na ito paraṃ mūsikā khādissasi amhehi vā tayā vā saddhiṃ saṃvāso alaṃ hotu na mayaṃ idāni tayā saddhiṃ vasissāmātipi attho. Sesaṃ purimasadisamevāti.
Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi tadā sigālo ayaṃ bhikkhu ahosi mūsikarājā pana ahamevāti.
Aggikajātakaṃ navamaṃ.
------
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๖
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗