ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ฆตาสนชาดก
ชาดกที่ ๑๓๓ · เอกกนิบาตชาดก · อสัมปทานวรรค

ฆตาสนชาดก

ว่าด้วยภัยเกิดจากที่พึ่ง

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๓๓ · บรรทัด ๘๘๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากฆตาสนชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเขตวันมหาวิหารทรงปรารภภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทคนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า เขมํ ยหึ ดังนี้. ความพิสดารว่า ภิกษุนั้นเรียนพระกรรมฐานจากสำนักของพระศาสดา แล้วไปสู่บ้านชายแดนตำบลหนึ่ง อาศัยหมู่บ้านหมู่หนึ่งจำพรรษาในเสนาสนะป่า ในเดือนแรกนั้นเองเมื่อเธอเข้าไปบิณฑบาต บรรณศาลาถูกไฟไหม้ เธอลำบากด้วยไม่มีที่อยู่ จึงบอกพวกอุปัฏฐาก คนเหล่านั้น พากันพูดว่า ไม่เป็นไรดอกพระคุณเจ้า พวกกระผมจักสร้างบรรณศาลาถวาย รอให้พวกกระผมไถนาเสียก่อน หว่านข้าวเสียก่อนเถิดขอรับ จนเวลา๓ เดือนผ่านไป เธอไม่อาจบำเพ็ญพระกรรมฐานให้ถึงที่สุดได้เพราะไม่มีเสนาสนะเป็นที่สบาย แม้เพียงนิมิตก็ให้เกิดขึ้นไม่ได้พอออกพรรษาเธอจึงไปสู่พระเชตวันวิหาร ถวายบังคมพระศาสดาแล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง พระศาสดาทรงทำปฏิสันถารกับเธอแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุ กรรมฐานของเธอเป็นสัปปายะหรือไม่เล่า ? เธอจึงกราบทูลความไม่สะดวกจำเดิมแต่ต้นพระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ในกาลก่อนโน้น แม้สัตว์ดิรัจฉานทั้งหลาย ก็ยังรู้จักสัปปายะ และอสัปปายะของตน พากันอยู่อาศัยในเวลาสบาย ในเวลาไม่สบายก็พากันทิ้งที่อยู่เสียไปในที่อื่นเหตุไรเธอจึงไม่รู้สัปปายะ และอสัปปายะของตนเล่า เธอกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดนก บรรลุความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว ถึงความงามเป็นเลิศ ได้เป็นพระยานก อาศัยต้นไม้ใหญ่ สมบูรณ์ด้วยกิ่งก้าน สาขา และค่าคบ มีใบหนาแน่นอยู่ใกล้ฝั่งสระเกิดเอง ในแนวป่าตำบลหนึ่ง อยู่เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งบริวาร นกเป็นจำนวนมาก เมื่ออยู่ที่กิ่งอันยื่นไปเหนือน้ำของต้นไม้นั้น ก็พากันถ่ายคูถลงในน้ำ และในชาตสระนั่นเล่าก็มีนาคราช ผู้ดุร้ายอาศัยอยู่ นาคราชนั้นมีวิตกว่า นกเหล่านี้พากันขี้ลงในสระอันเกิดเอง อันเป็นที่อยู่ของเรา เห็นจะต้องให้ไฟลุกขึ้นจากน้ำเผาต้นไม้เสีย ให้พวกมันหนีไป พญานาคนั้นมีใจโกรธ ตอนกลางคืน เวลาที่พวกนกทั้งหมดมาประชุมกันนอนที่กิ่งไม้ทั้งหลาย ก็เริ่มทำให้น้ำเดือดพล่าน เหมือนกับยกเอาสระขึ้นตั้งบนเตาไฟฉะนั้น เป็นชั้นแรก ชั้นที่สองก็ทำให้ควันพุ่งขึ้น ชั้นที่สามทำให้เปลวไฟลุกขึ้นสูงชั่วลำตาล พระโพธิสัตว์เห็นไฟลุกขึ้นจากน้ำ ก็กล่าวว่า ดูก่อนชาวเราฝูงนกทั้งหลายธรรมดาไฟติดขึ้นเขาก็พากันเอาน้ำดับ แต่บัดนี้ น้ำนั่นแหละกลับลุกเป็นไฟขึ้น พวกเราไม่อาจอยู่ในที่นี้ได้ ต้องพากันไปที่อื่น แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :"ความเกษมมีอยู่บนหลังน้ำใด บนหลังน้ำนั้น มีข้าศึกมารบกวน ไฟลุกโพลงอยู่กลางน้ำ

วันนี้จะอยู่บนต้นไม้ เหนือแผ่นดินไม่ได้แล้วพวกเจ้าจงพากันบินไปตามทิศทางกันเถิด วันนี้ที่พึ่งของพวกเราเป็นภัยเสียแล้ว" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เขมํ ยหึ ตตฺถ อรี อุทีริโตความว่า ความเกษมคือความปลอดภัย มีอยู่เหนือน้ำใด บนเหนือน้ำนั้น มีข้าศึกศัตรูประชิดแล้ว. บทว่า ทกสฺส เท่ากับ อุทกสฺส แปลว่า แห่งน้ำ. ไฟ ชื่อว่า ฆตาสนะ อธิบายว่า ไฟนั้นย่อมคนเปรียงเพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า ฆตาสนะ. บทว่า น อชฺช วาโส ความว่า วันนี้ที่อยู่ของพวกเราไม่มีแล้ว. ในบทว่า มหิยา มหีรุโห นี้ ต้นไม้ท่านเรียกว่า มหีรุกฺโข บนต้นไม้นั้น อธิบายว่า ได้แก่ต้นไม้ที่เกิดบนแผ่นดินนี้. บทว่า ทิสา ภชวฺโห ความว่า ท่านทั้งหลายจงคบ คือพากันบินไปตามทิศทาง. บทว่า สรณชฺช โน ภยํ ความว่า วันนี้ ภัยเกิดแต่ที่พึ่งของพวกเราแล้ว คือ ที่พำนักของพวกเรา เกิดเป็นภัยขึ้นแล้ว. พระโพธิสัตว์ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็พาฝูงนกที่เชื่อฟังคำบินไปในที่อื่น ฝูงนกที่ไม่เชื่อฟังคำของพระโพธิสัตว์ ต่างพากันเกาะอยู่ ถึงความสิ้นชีวิตแล้ว. พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสประกาศสัจจะ ในเวลาจบสัจจะภิกษุนั้นดำรงอยู่ในพระอรหัตผลแล้วทรงประชุมชาดกว่า ฝูงนกที่กระทำตามคำของพระโพธิสัตว์ในครั้งนั้น ได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพระยาหก ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาฆตาสนชาดกที่ ๓

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๕๒๗–๕๓๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๑๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๓. ฆตาสนชาตกํ

เขมํ ยหินฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส หิ ภิกฺขุ สตฺถุ สนฺติกา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เอกํ ปจฺจนฺตคามํ คนฺตฺวา เอกํ คามกํ นิสฺสาย อรญฺญเสนาสเน วสฺสํ อุปคจฺฉิ ฯ ตสฺส ปฐมมาเสเยว ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐสฺส ปณฺณสาลา ฌายิตฺถ ฯ โส วสนฏฺฐานาภาเวน กิลมนฺโต อุปฏฺฐากานํ อาจิกฺขิ ฯ เต โหตุ ภนฺเต ปณฺณสาลํ กริสฺสาม กสาม ตาว วปาม ตาวาติ อาทีนิ วทนฺตา เตมาสํ วีตินาเมสุํ ฯ โส เสนาสนสปฺปายาภาเวน กมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปตุํ นาสกฺขิ ฯ โส นิมิตฺตมตฺตมฺปิ อนุปฺปาเทตฺวา วุฏฺฐวสฺโส เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ สตฺถา เตน สทฺธึ ปฏิสณฺฐารํ กตฺวา กินฺนุ โข เต ภิกฺขุ กมฺมฏฺฐานํ สปฺปายํ ชาตนฺติ ปุจฺฉิ ฯ โส อาทิโต ปฏฺฐาย อสปฺปายภาวํ กเถสิ ฯ สตฺถา ปุพฺเพ โข ภิกฺขุ ติรจฺฉานาปิ อตฺตโน สปฺปายาสปฺปายํ ญตฺวา สปฺปายกาเล วสิตฺวา อสปฺปายกาเล วสนฏฺฐานํ ปหาย อญฺญตฺถ อคมํสุ กสฺมา อตฺตโน สปฺปายาสปฺปายํ น อญฺญาสีติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สกุณโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา โสภคฺคปฺปตฺโต สกุณราชา หุตฺวา เอกสฺมึ อรญฺญายตเน ชาตสฺสรตีเร สาขาวิฏปสมฺปนฺนํ พหลปตฺตปลาสํ มหารุกฺขํ อุปนิสฺสาย สปริวาโร วาสํ กปฺเปสิ ฯ พหู สกุณา ตสฺส รุกฺขสฺส อุทกมตฺถเก ปฏฺฐฏสาขาสุ วสนฺตา สรีรวลญฺชํ อุทเก ปาเตนฺติ ฯ ตสฺมิญฺจ ชาตสฺสเร จณฺโฑ นาคราชา วสติ ฯ ตสฺส เอตทโหสิ อิเม สกุณา มยฺหํ นิวาสชาตสฺสเร สรีรวลญฺชํ ปาเตนฺติ ยนฺนูนาหํ อุทกโต อคฺคึ อุฏฺฐาเปตฺวา รุกฺขํ ฌาเปตฺวา เอเต ปลาเปยฺยนฺติ ฯ โส กุทฺธมานโส รตฺติภาเค สพฺพสกุณานํ สนฺนิปติตฺวา รุกฺขสาขาสุ นิปนฺนกาเล ปฐมํ ตาว อุทฺธนาโรปิตํ วิย อุทกํ ปกฺกุฏฺฐาเปตฺวา ทุติยวาเร ธูมํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ตติยวาเร ตาลกฺขนฺธปฺปมาณํ ชาลํ อุฏฺฐาเปสิ ฯ โพธิสตฺโต อุทกโต ชาลํ อุฏฺฐหมานํ ทิสฺวา โภ สกุณา อคฺคินา อาทิตฺตํ นาม อุทเกน นิพฺพาเปนฺติ อิทานิ ปน อุทกเมว อาทิตฺตํ น สกฺกา อมฺเหหิ อิธ วสิตุํ อญฺญตฺถ คมิสฺสามาติ วตฺวา อิมํ คาถมาห

เขมํ ยหึ ตตฺถ อรี อุทีริโต

ทกสฺส มชฺเฌ ชลเต ฆตาสโน

น อชฺช วาโส มหิยา มหีรุเห

ทิสา ภชวฺโห สรณชฺช โน ภยนฺติ ฯ

ตตฺถ เขมํ ยหึ ตตฺถ อรี อุทีริโตติ ยสฺมึ อุทกปิฏฺเฐ เขมภาโว นิพฺภยภาโว ตสฺมึ สตฺตุ ปจฺจตฺถิโก สมฺปตฺโต ฯ ทกสฺสาติ อุทกสฺส ฯ ฆตาสโนติ อคฺคิ โส หิ ฆตํ อสนาติ ตสฺมา ฆตาสโนติ วุจฺจติ ฯ น อชฺช วาโสติ อชฺช โน วาโส นตฺถิ ฯ มหิยา มหีรุเหติ มหิรุโหติ วุจฺจติ รุกฺโข ฯ ตสฺมึ ฯ อิมิสฺสา มหิยา ชาเต รุกฺเขติ อตฺโถ ฯ ทิสา ภชวฺโหติ ทิสา ภชถ คจฺฉถ ฯ สรณชฺช โน ภยนฺติ อชฺช อมฺหากํ สรณโตว ภยํ ชาตํ ปฏิสรณฏฺฐานโต ภยํ อุปฺปนฺนนฺติ อตฺโถ ฯ

เอวํ วตฺวา โพธิสตฺโต อตฺตโน วจนกเร สกุเณ อาทาย อุปฺปติตฺวา อญฺญตฺถ คโต ฯ โพธิสตฺตสฺส วจนํ อคเหตฺวา ฐิตสกุณา ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ ฯ ตทา โพธิสตฺตสฺส วจนกรา สกุณา พุทฺธปริสา อเหสุํ สกุณราชา ปน อหเมวาติ ฯ

ฆตาสนชาตกํ ตติยํ ฯ

-------

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๓๒. ปัญจภีรุกชาดกชาดกถัดไป๑๓๔. ฌานโสธนชาดก