ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. โคธชาดก
ชาดกที่ ๑๓๘ · เอกกนิบาตชาดก · อสัมปทานวรรค

โคธชาดก

ว่าด้วยฤาษีหลอกกินเหี้ย

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๓๘ · บรรทัด ๙๑๓ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากโคธชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภภิกษุผู้หลอกลวงรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่า กินฺเต ชฏาหิ ทุมฺเมธ ดังนี้. เรื่องปัจจุบัน เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วในหนหลังนั่นแล. ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธสัตว์ถือปฏิสนธิในกำเนิดเหี้ย ครั้งนั้นดาบสรูปหนึ่ง ได้อภิญญา ๕ มีตะบะกล้า อาศัยปัจจันตคามตำบลหนึ่ง อยู่ ณ บรรณศาลาชายป่า พวกชาวบ้านช่วยกันบำรุงพระดาบสด้วยความเคารพ พระโพธิสัตว์ ก็ได้อยู่ในจอมปลวกแห่งหนึ่ง ณ ที่สุดที่จงกรมของท่าน ก็แลเมื่ออยู่นั้น ได้ไปหาพระดาบสวันละ ๓ ครั้งทุก ๆ วัน ฟังคำอันประกอบด้วยเหตุประกอบด้วยผลแล้ว ไหว้พระดาบสแล้วกลับไปสู่ที่อยู่ของตนต่อมาพระดาบสก็อำลาพวกชาวบ้านหลีกไป ก็แลเมื่อพระดาบสผู้สมบูรณ์ด้วยศีลและวัตรนั้นหลีกไปแล้ว มีดาบสโกงอื่น มาพำนักอยู่ในอาศรมบทนั้น พระโพธิสัตว์กำหนดว่า แม้ท่านผู้นี้ก็มีศีล จึงได้ไปสู่สำนักของเขาโดยนัยก่อนนั่นแล อยู่มาวันหนึ่งเมื่อเมฆตั้งขึ้นในสมัยใช่กาล ยังฝนให้ตกลงมาในฤดูแล้ง ฝูงแมลงเม่าพากันออกจากจอมปลวกทั้งหลาย ฝูงเหี้ยก็พากันออกเที่ยวหากินแมลงเม่าเหล่านั้น พวกชาวบ้านก็พากันออกจับเหี้ยที่กินแมลงเม่าได้เป็นอันมาก แล้วจัดทำเป็นเนื้อส้ม ปรุงด้วยเครื่องปรุงอันอร่อย ถวายพระดาบส ดาบสฉันเนื้อล้มแล้วติดใจในรส จึงถามว่า เนื้อนี้อร่อยยิ่งนัก เนื้อนั้นเป็นเนื้อของสัตว์ประเภทไหน ? ครั้นได้ยินเขาบอกว่าเนื้อเหี้ย ก็ดำริว่า เหี้ยตัวใหญ่มาในสำนักของเรา จักฆ่ามันกินเนื้อเสีย แล้วให้คนขนภาชนะสำหรับต้มแกง และวัตถุมีเนยใสและเกลือเป็นต้น วางไว้ข้างหนึ่ง ถือไม้ค้อนซ่อนไว้ด้วยผ้าห่ม คอยการมาของพระโพธิสัตว์อยู่ที่ประตูบรรณศาลา นั่งวางท่าทำเป็นเหมือนสงบเสงี่ยม. ในเวลาเย็น พระโพธิสัตว์ คิดว่า เราจักไปหาดาบสแล้วออกเดิน ขณะที่กำลังเข้าไปใกล้นั่นเอง ได้เห็นข้อผิดแผกแห่งอินทรีย์ของเขา จึงคิดว่า ดาบสนี้มิได้นั่งด้วยท่าทางที่เคยนั่งในวันอื่น ๆ แม้จะมองดูเราในวันนี้เล่า ก็ชำเลืองเป็นที่เคลือบแฝงต้องคอยจับตาดูให้ดี ดังนี้ พระโพธิสัตว์จึงไปยืนใต้ทิศทางลมของดาบส ได้กลิ่นเนื้อเหี้ย จึงคิดว่า วันนี้ ดาบสโกงนี้คงฉันเนื้อเหี้ย ติดใจในรสแล้ว คราวนี้มุ่งจะตี ราผู้เข้าไปหาด้วยไม้ค้อนแล้วเอาเนื้อไปต้มแกงกินเป็นแน่ ก็ไม่ยอมเข้าไปใกล้เขา ถอยกลับวิ่งไป ดาบสรู้ความที่พระโพธิสัตว์ไม่ยอมมา ก็คิดว่า เหี้ยตัวนี้คงจะรู้ตัวว่าเรามุ่งจะฆ่ามัน ด้วยเหตุนั้น จึงไม่เข้ามา แม้ถึงเมื่อมันจะไม่เข้ามา ก็ไม่พันมือไปได้ แล้วเอาไม้ค้อนออกขว้างไปไม้ค้อนนั้นกระทบเพียงปลายหางของพระโพธิสัตว์เท่านั้น พระโพธิสัตว์เข้าจอมปลวกไปโดยเร็ว โผล่ศีรษะออกมาทางช่องอื่นกล่าวว่า เหวยชฎิลเจ้าเล่ห์ เมื่อเราเข้าไปหาเจ้า ก็เข้าไปหาด้วยสำคัญว่าเป็นผู้มีศีล แต่เดี๋ยวนี้ความเจ้าเล่ห์ของเจ้า เรารู้เสียแล้ว มหาโจรอย่างเจ้าบวชไปทำไมกัน เมื่อจะติเตียนดาบสจึงกล่าวคาถานี้ว่า :" เหวยชฎิลปัญญาทราม เจ้ามุ่นชฎาทำไมนุ่งหนังเสือทำไม ข้างในของเจ้ารุงรัง เจ้ามัวขัดสีแต่ภายนอก" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กินฺเตหิ ชฏาหิ ทุมฺเมธ ความว่าเหวยชฏิล ปัญญาทราม ไร้ความรอบรู้ การมุ่นชฏานี้ อันผู้เว้นจากการเบียดเบียน จึงควรธำรงไว้ อธิบายว่า เจ้าปราศจากคุณคือการเว้นจากความเบียดเบียนเสียแล้ว จะมุ่นชฎานั้นไว้ทำไมเล่า ? บทว่า กินฺเต อชินิสาฏิยา ความว่า จำเดิมแต่เวลาที่เจ้าไม่มีสังวรคุณ อันคูควรกัน เจ้าจะนุ่งหนังเสือทำไมเล่า ? บทว่า อพฺภนฺตรนฺเต คหนํ ความว่า ภายในคือหัวใจของเจ้า รุงรัง หนาแน่นด้วยเครื่องรุงรัง คือราคะ โทสะ โมหะ. บทว่า พาหิรมฺปริมชฺชสิ ความว่า เจ้านั้นเมื่อภายในยังรุงรัง ยังมัวขัดสีข้างนอกด้วยการอาบน้ำเป็นต้น และด้วยการถือเพศ เมื่อมัวแต่ขัดข้างนอก เจ้าก็เป็นเหมือนกระโหลกน้ำเต้าที่เต็มด้วยรัง เป็นเหมือนตุ่มเต็มด้วยยาพิษ เป็นเหมือนจอมปลวกที่เต็มด้วยอสรพิษ และเป็นเหมือนหม้อที่วิจิตรเต็มด้วยคูถ ซึ่งเกลี้ยงเกลาแต่ข้างนอกเท่านั้น เจ้าเป็นโจร จะอยู่ที่นี่ทำไมรีบหนีไปเสียโดยเร็วเถิด ถ้าเจ้าไม่หนีไป เราจักบอกชาวบ้านให้ทำการขับไล่ข่มขื่นชี่เจ้า. พระโพธิสัตว์คุกคามดาบสเจ้าเล่ห์อย่างนี้แล้ว ก็เข้าลู่จอมปลวก แม้ดาบสเจ้าเล่ห์ก็หลบไปจากที่นั้น. พระศาลดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า ดาบสโกงในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุหลอกลวงนี้ ดาบผู้มีศีลองค์นั้นได้มาเป็นพระสารีบุตร ส่วนโคธบัณฑิตได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาโคธชาดกที่ ๘

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๕๔๗–๕๕๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๑๑ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๘. โคธชาตกํ

กินฺเต ชฏาหิ ทุมฺเมธาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุหกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุํ เหฏฺฐา กถิตสทิสเมว ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต โคธโยนิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ ฯ ตทา เอโก ปญฺจาภิญฺโญ อุคฺคตโป ตาปโส เอกํ ปจฺจนฺตคามํ นิสฺสาย อรญฺญายตเน ปณฺณสาลายํ วสติ ฯ คามวาสิโน ตาปสํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหนฺติ ฯ โพธิสตฺโต ตสฺส จงฺกมนโกฏิยํ เอกสฺมึ วมฺมิเก วสติ วสนฺโต จ ปน ทิวเส ทิวเส ตโย วาเร ตาปสํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมูปสญฺหิตํ อตฺถูปสญฺหิตํ วจนํ สุตฺวา ตาปสํ วนฺทิตฺวา วสนฏฺฐานเมว คจฺฉติ ฯ อปรภาเค ตาปโส คามวาสิโน อาปุจฺฉิตฺวา ปกฺกามิ ฯ ปกฺกมนฺเต จ ปน ตสฺมึ สีลวตฺตสมฺปนฺเน ตาปเส อญฺโญ กูฏตาปโส อาคนฺตฺวา ตสฺมึ อสฺสมปเท วาสํ กปฺเปสิ ฯ โพธิสตฺโต อยมฺปิ สีลวาติ สลฺลกฺเขตฺวา ปุริมนเยเนว ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ ฯ อเถกทิวสํ นิทาฆสมเย อกาลเมเฆ วุฏฺเฐ วมฺมิเกหิ มกฺขิกา นิกฺขมึสุ ฯ ตาสํ ขาทนตฺถํ โคธา อาหิณฺฑึสุ ฯ คามวาสิโน นิกฺขมิตฺวา มกฺขิกขาทเก พหู โคเธ คเหตฺวา สินิทฺธสมฺภารสํยุตฺตํ อมฺพิลมฺพิลโคธมํสํ สมฺปาเทตฺวา ตาปสสฺส อทํสุ ฯ ตาปโส โคธมํสํ ขาทิตฺวา รสตณฺหาย พทฺโธ อิทํ มํสํ อติมธุรํ กิสฺส มํสํ นาเมตนฺติ ปุจฺฉิตฺวา โคธมํสนฺติ สุตฺวา มม สนฺติเก มหาโคโธ อาคจฺฉติ ตํ มาเรตฺวา มํสํ ขาทิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ปจนภาชนญฺจ สปฺปิโลณาทีนิ จ อาหราเปตฺวา เอกมนฺเต ฐเปตฺวา มุคฺครํ อาทาย กาสาเยน ปฏิจฺฉาเทตฺวา ปณฺณสาลาทฺวาเร โพธิสตฺตสฺส อาคมนํ โอโลกยมาโน อุปสนฺตุปสนฺโต วิย หุตฺวา นิสีทิ ฯ

โพธิสตฺโต สายณฺหสมเย ตาปสสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามีติ นิกฺขมิตฺวา อุปสงฺกมนฺโตว ตสฺส อินฺทฺริยวิการํ ทิสฺวา จินฺเตสิ นายํ ตาปโส อญฺเญสุ ทิวเสสุ นิสินฺนากาเรน นิสินฺโน อชฺเชเวส มํ โอโลเกนฺโตปิ ทุฏฺฐินฺทฺริโย หุตฺวา โอโลเกติ ปริคฺคณฺหิสฺสามิ นนฺติ ฯ โส ตาปสสฺส เหฏฺฐาวาเต ฐตฺวา โพธมํสคนฺธํ ฆายิตฺวา อิมินา กูฏตาปเสน อชฺช โคธมํสํ ขาทิตํ ภวิสฺสติ เตเนส รสตณฺหาย พทฺโธ อชฺช มํ อตฺตโน สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺตํ มุคฺคเรน ปหริตฺวา มํสํ ปจิตฺวา ขาทิตุกาโม ภวิสฺสตีติ ตสฺส สนฺติกํ อนุปคนฺตฺวาว ปฏิกฺกมิตฺวา วิจรติ ฯ ตาปโส โพธิสตฺตสฺส อนาคมนภาวํ ญตฺวา อิมินา อยํ มํ มาเรตุกาโมติ ญาตํ ภวิสฺสติ เตน การเณน นาคจฺฉติ อนาคจฺฉนฺตสฺสาปิสฺส กุโต มุตฺตีติ มุคฺครํ นีหริตฺวา ขิปิ ฯ โส ตสฺส อคฺคนงฺคุฏฺฐเมว อาสาเทสิ ฯ โพธิสตฺโต เวเคน วมฺมิกํ ปวิสิตฺวา อญฺเญน ฉิทฺเทน สีสํ อุกฺขิปิตฺวา อมฺโภ กูฏชฏิล อหํ ตว สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺโต สีลวาติ สญฺญาย อุปสงฺกมึ อิทานิ ปน เต มยา กูฏภาโว ญาโต ตาทิสสฺส มหาโจรสฺส กึ อิมินา ปพฺพชฺชาลิงฺเคนาติ วตฺวา ตํ ครหนฺโต อิมํ คาถมาห

กินฺเต ชฏาหิ ทุมฺเมธ กินฺเต อชินสาฏิยา

อพฺภนฺตรนฺเต คหนํ พาหิรมฺปริมชฺชสีติ ฯ

ตตฺถ กินฺเต ชฏาหิ ทุมฺเมธาติ อมฺโภ ทุมฺเมธ นิปฺปญฺญ เอตา ปพฺพชิเตน ธาเรตพฺพา ชฏา ปพฺพชฺชาคุณรหิตสฺส กินฺเต ตาหิ ชฏาหีติ อตฺโถ ฯ กินฺเต อชินสาฏิยาติ อนุจฺฉวิกสฺส สํวรสฺส อภาวกาลโต ปฏฺฐาย กินฺเต อชินสาฏิยา ฯ อพฺภนฺตรนฺเต คหนนฺติ ตว อพฺภนฺตรํ หทยํ ราคโทสโมหคหเนน คหนํ ปฏิจฺฉนฺนํ ฯ พาหิรมฺปริมชฺชสีติ โส ตฺวํ อพฺภนฺตเร คหเน นฺหานาทีหิ เจว ลิงฺคคหเณน จ พาหิรํ ปริมชฺชสิ ตํ ปริมชฺชนฺโต กญฺชิกปูริตลาพุ วิย วิสปูริตจาฏิ วิย อาสีวิสปูริตวมฺมิโก วิย คูธปูริตจิตฺตฆโฏ วิย จ พหิมฏฺโฐว อโหสิ กึ ตยา โจเรน อิธ วสนฺเตน สีฆํ อิโต ปลายาหิ โน เจ ปลายสิ คามวาสีนํ เต อาจิกฺขิตฺวา นิคฺคหํ การาเปสฺสามีติ ฯ

เอวํ โพธิสตฺโต กูฏตาปสํ ตชฺเชตฺวา วมฺมิกเมว ปาวิสิ ฯ กูฏตาปโสปิ ตโต ปกฺกามิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา กูฏตาปโส อยํ กุหโก อโหสิ ปุริโม สีลวนฺตตาปโส สารีปุตฺโต โคธปณฺฑิโต ปน อหเมวาติ ฯ

โคธชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

------

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๓๗. พัพพุชาดกชาดกถัดไป๑๓๙. อุภโตภัฏฐชาดก