ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. อุรคชาดก
ชาดกที่ ๑๕๔ · ทุกนิบาตชาดก · ทัฬหวรรค

อุรคชาดก

ว่าด้วยงูผู้มีคุณธรรมสูง

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๕๗ · บรรทัด ๑๐๔๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากอุรคชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันทรงปรารภการผูกเวรของคนมีเวร ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโ ดังนี้.

ได้ยินว่า มหาอํามาตย์สองคนเป็นหัวหน้าทหารเป็น เสวกของพระเจ้าโกศล เห็นกันและกันเข้าก็ทะเลาะกัน. การจองเวรของเขาทั้งสองเป็นที่รู้กันทั่วนคร. พระราชา ญาติและมิตรไม่สามารถจะทำให้เขาทั้งสองสามัคคีกันได้.

อยู่มาวันหนึ่ง ในเวลาใกล้รุ่งพระศาสดาทรงตรวจดูเผ่าพันธุ์สัตว์ที่ควรแนะนำให้ตรัสรู้ ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งโสดาปัตติมรรคของเขาทั้งสอง วันรุ่งขึ้น เสด็จสู่กรุงสาวัตถีเพื่อบิณฑบาตพระองค์เดียวเท่านั้น ประทับยืนที่ประตูเรือนของคนหนึ่ง. เขาออกมารับบาตรแล้วนิมนต์พระศาสดาให้เสด็จเข้าไปภายในเรือนปูอาสนะให้ประทับนั่ง. พระศาสดาประทับนั่งแล้ว ตรัสอานิสงส์แห่งการเจริญเมตตาแก่เขา ทรงทราบว่ามีจิตอ่อนแล้ว จึงทรงประกาคอริยสัจ. เมื่อจบอริยสัจ เขาตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. พระศาสดาทรงทราบว่าเขาบรรลุโสดาแล้ว ให้เขาถือบาตรทรงพาไปประตูเรือนของอีกคนหนึ่ง. อำมาตย์นั้นก็ออกมาถวายบังคมพระศาสดากราบทูลว่า ขอเชิญเสด็จเข้าไปเถิดพระเจ้าข้าแล้วทูลเสด็จเข้าไปยังเรือนอัญเชิญให้ประทับนั่ง. อำมาตย์ที่ตามเสด็จก็ถือบาตรตามเสด็จพระศาสดาเข้าไปพร้อมกับพระศาสดา. พระศาสดาตรัสพรรณนาอานิสงส์เมตตา ๑๑ ประการทรงทราบว่าเขามีจิตสมควรแล้ว จึงทรงประกาศสัจธรรม. เมื่อจบแล้ว อำมาตย์นั้นก็ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. อำมาตย์ทั้งสองบรรลุโสดาบันแล้ว ก็แสดงโทษขอขมากันและกัน มีความสมัครสมานบันเทิงใจ มีอัธยาศัยร่วมกันด้วยประการฉะนี้. วันนั้นเองเขาทั้งสองบริโภคร่วมกัน เฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า.

พระศาสดาเสวยภัตตาหารเสร็จแล้วได้เสด็จกลับพระวิหาร. อำมาตย์สองคนนั้นก็ถือดอกไม้ของหอมเครื่องลูบไล้และเนยใส น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เป็นต้น ออกไปพร้อมกับพระศาสดา. เมื่อหมู่ภิกษุแสดงวัตรแล้ว พระศาสดาทรงประทานสุคโตวาทแล้วเสด็จเข้าพระคันธกุฏี

ในเวลาเย็นภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันถึงกถาแสดงคุณของพระศาสดาในธรรมสภาว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลายพระศาสดาทรงฝึกคนที่ฝึกไม่ได้ พระตถาคตทรงฝึกมหาอำมาตย์ทั้งสองซึ่งวิวาทกันมาช้านาน พระราชาและญาติมิตรเป็นต้นก็ไม่สามารถจะทำให้สามัคคีกันได้ เพียงวันเดียวเท่านั้น. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุเหล่านั้น กราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราได้ ทําให้ชนทั้งสองเหล่านี้สามัคคีกันมิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนเราก็ทำชนเหล่านี้ให้สามัคคีกัน แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสว่า

ในอดีตกาล ครั้งเมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี เมื่อเขาประกาศมีมหรสพในกรุงพาราณสีได้มีการประชุมใหญ่. พวกมนุษย์เป็นอันมากและเทวดา นาคครุฑ เป็นต้น ต่างประชุมกันเพื่อชมมหรสพ. ในสถานที่แห่งหนึ่งที่เมืองพาราณสีนั้น พญานาคจำพญาครุฑไม่ได้ จึงพาดมือลงไว้เหนือจะงอยบ่าพญาครุฑ. พญาครุฑนึกในใจว่า ใครเอามือวางบนจะงอยบ่าของเรา เหลียวไปดูรู้ว่าเป็นพญานาค. พญานาคมองดูก็จำได้ว่าเป็นพญาครุฑ จึงหวาดหวั่นต่อมรณภัย ออกจากพระนครหนีไปทางท่าน้ำ. พญาครุฑก็ติดตามไปด้วยคิดว่า จักจับพญานาคนั้นให้ได้.

ในสมัยนั้น พระโพธิสัตว์เป็นดาบสอาศัยอยู่ ณ บรรณศาลาใกล้ฝั่งแม่น้ำนั้น เพื่อระงับความกระวนกระวายในตอนกลางวันจึงนุ่งผ้าอุทกสาฎก (ผ้าอาบน้ำ) วางผ้าเปลือกไม้ไว้ที่นอกฝั่งแล้วลงอาบน้ำ. พญานาคคิดว่า เราจักได้ชีวิตเพราะอาศัยบรรพชิตนี้ จึงแปลงเพศเดิม เนรมิตเพศเป็นก้อนมณีเข้าไปอาศัยอยู่ในผ้าเปลือกไม้. พญาครุฑติดตามไปเห็นพญานาคนั้นเข้าไปอาศัยอยู่ในผ้าเปลือกไม้นั้น ก็ไม่จับต้องผ้าเปลือกไม้เพราะความเคารพ จึงปราศรัยกะพระโพธิสัตว์ว่า ท่านขอรับข้าพเจ้าหิวท่านจงเอาผ้าเปลือกไม้ของท่านไป ข้าพเจ้าจักกินพญานาคนี้ เพื่อประกาศความนี้ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

พญานาคผู้ประเสริฐกว่างูทั้งหลาย ต้อง การจะพ้นไปจากสำนักของข้าพเจ้าจึงแปลงเพศ เป็นก้อนแก้วมณี เข้าไปอยู่ในผ้าเปลือกไม้ นี้ ข้าพเจ้าเคารพยำเกรงเพศของพระคุณเจ้า ซึ่ง เป็นเพศประเสริฐนัก แม้จะหิวก็ไม่อาจจะจับ พญานาคซึ่งเข้าไปอยู่ในผ้าเปลือกไม้นั้นออก มากินได้.

ในบทเหล่านั้นบทว่า อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโ ความว่าพญานาคผู้ประเสริฐกว่างูทั้งหลาย เข้าไปอาศัยอยู่ในผ้าเปลือกไม้นี้. บทว่า เสลสฺส วณฺเณน ความว่า พญานาคแปลงเพศเป็นก้อนแก้วมณี เข้าไปอาศัยอยู่ในผ้าเปลือกไม้. บทว่า ปโมกฺขมิจฺฉํ ความว่า พญานาคต้องการจะพ้นจากสำนักของข้าพเจ้า. บทว่า พฺรหฺมญฺจ วณฺณํ อปจายมาโน ความว่า ข้าพเจ้าบูชาเคารพต่อท่านผู้มีเพศดังพรหม คือมีเพศประเสริฐ. บทว่า พุภุกฺขิโต โน อิสฺหามิ โภตฺตุํ ความว่า ข้าพเจ้าแม้จะหิวก็ไม่อาจจะกินพญานาคนั้นซึ่งเข้าไปอาศัยอยู่ในเปลือกไม้นั้นได้.

พระโพธิสัตว์ทั้ง ๆ ที่ยืนอยู่ในน้ำได้สรรเสริญพญาครุฑแล้วกล่าวคาถาที่สองว่า :-

ท่านเคารพยำเกรงผู้มีเพศอันประเสริฐ แม้จะหิวก็ไม่อาจจะจับนาค ซึ่งเข้าไปอยู่ในผ้า เปลือกไม้นั้นออกมากินได้ ขอท่านจงเป็นผู้อัน พรหมคุ้มครองแล้ว ดำรงชีวิตอยู่สิ้นกาลนาน เถิด อนึ่ง ขอภักษาหารอันเป็นทิพย์จงปรากฏ แก่ท่านเถิด.

ในบทเหล่านั้นบทว่า โส พฺรหฺมคุตฺโต ความว่า ท่านนั้นเป็นผู้อันพรหมคุ้มครองรักษาแล้ว. บทว่า ทิพฺยา จ เต ปาตุภวนฺตุ ภกฺขา ความว่า ขอภักษาหารอันควรแก่การบริโภคของทวยเทพจงปรากฏแก่ท่านเถิด. ท่านอย่าได้ทำปาณาติบาต กินเนื้อนาคเลย.

พระโพธิสัตว์ทั้ง ๆที่ยืนอยู่ในน้ำ กระทำอนุโมทนาแล้วขึ้นนุ่งผ้าเปลือกไม้ พาสัตว์ทั้งสองไปอาศรม บทแสดงถึงคุณของการเจริญเมตตา แล้วได้กระทำให้สัตว์ทั้งสองนั้นสามัคคีกัน. ตั้งแต่นั้นมาสัตว์ทั้งสองนั้นก็มีความสมัครสมาน เบิกบานกันอยู่ร่วมกันด้วยความสุข.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วประชุมชาดก. พญานาคและพญาครุฑในครั้งนั้นได้เป็นอำมาตย์ผู้ใหญ่ทั้งสองในบัดนี้. ส่วนดาบสได้เป็นเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาอุรคชาดกที่ ๔

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๒๒–๒๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๒๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๔ อุรคชาตกํ

อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโฐติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เวริพนฺธนํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โกสลรญฺโญ กิร เสวกา เสนิปมุขา เทฺว มหามตฺตา ๑- อญฺญมญฺญํ ทิฏฺฐทิฏฺฐฏฺฐาเน กลหํ กโรนฺติ ฯ เตสํ เวริภาโว สกลนคเร ปากโฏ ชาโต ฯ เต เนว ราชา น ญาติมิตฺตา สมคฺเค กาตุํ สกฺขึสุ ฯ อเถกทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสสมเย โพธเนยฺยพนฺธเว โอโลเกนฺโต เตสํ อุภินฺนมฺปิ โสตาปตฺติมคฺคสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ปุนทิวเส เอกโก ว สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา เตสุ เอกสฺส เคหทฺวาเร อฏฺฐาสิ ฯ โส นิกฺขมิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา สตฺถารํ อนฺโตนิเวสนํ ปเวเสตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา นิสีทาเปสิ ฯ สตฺถา นิสีทิตฺวา

@เชิงอรรถ: ๑ มหามจฺจาติปิ ฯ ตสฺส เมตฺตาภาวนาย อานิสํสํ กเถตฺวา กลฺลจิตฺตตํ ญตฺวา สจฺจานิ ปกาเสสิ ฯ โส สจฺจปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ สตฺถา ตสฺส โสตาปนฺนภาวํ ญตฺวา ตเมว ปตฺตํ คาหาเปตฺวา อาทาย อิตรสฺส เคหทฺวารํ อคมาสิ ฯ โสปิ นิกฺขมิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปวิสถ ภนฺเตติ ฆรํ ปเวเสตฺวา นิสีทาเปสิ ฯ อิตโรปิ ปตฺตํ คเหตฺวา สตฺถารา สทฺธึ เยว ปาวิสิ ฯ สตฺถา ตสฺส เอกาทส เมตฺตานิสํเส วณฺเณตฺวา กลฺลจิตฺตตํ ญตฺวา สจฺจานิ ปกาเสสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน โสปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ อิติ เต อุโภปิ โสตาปนฺนา หุตฺวา อญฺญมญฺญํ อจฺจยํ เทเสตฺวา ขมาเปตฺวา สมคฺคา สมฺโมทมานา เอกชฺฌาสยา อเหสุํ ฯ ตํ ทิวสํ เยว ภควโต สมฺมุขาว เอกโต ภุญฺชึสุ ฯ สตฺถา ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวาว วิหารํ อคมาสิ ฯ เตปิ พหูนิ มาลาคนฺธวิเลปนานิ เจว สปฺปิมธุผาณิตาทีนิ จ อาทาย สตฺถารา สทฺธึ เยว นิกฺขมึสุ ฯ สตฺถา ภิกฺขุสงฺเฆน วตฺเต ทสฺสิเต สุคโตวาทํ ทตฺวา คนฺธกุฏิยํ ปาวิสิ ฯ ภิกฺขู สายณฺหสมเย ธมฺมสภายํ สตฺถุ คุณกถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส สตฺถา อทนฺตทมโก, เยว เทฺว มหามตฺเต ๑- จิรํ วิวาทมาเนปิ เนว ราชา สมคฺเค กาตุํ สกฺขิ, น ญาติมิตฺตาทโย, เต เอกทิวเสเนว ตถาคเตน ทมตาต ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กาย นุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนวาหํ อิเมว เทฺว ชเน สมคฺเค

@เชิงอรรถ: ๑ มหามจฺเจติปิ ฯ อกาสึ, ปุพฺเพเปเต มยา สมคฺคา กตา เยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พาราณสิยํ อุสฺสเว โฆสิเต มหาสมชฺชา อโหสิ ฯ พหู มนุสฺสา จ เทวนาคสุปณฺณาทโย จ สมชฺชทสฺสนตฺถํ สนฺนิปตึสุ ฯ ตตฺเถกสฺมึ ฐาเน นาโค สุปณฺณสฺส สุปณฺณภาวํ อชานนฺโต อํเส หตฺถํ ฐเปสิ ฯ สุปณฺโณ เกน เม อํเส หตฺโถ ฐปิโตติ นิวตฺติตฺวา โอโลเกตฺวา นาคํ สญฺชานิ ฯ นาโคปิ โอโลเกนฺโต สุปณฺณํ สญฺชานิตฺวา มรณภยตชฺชิโต นครา นิกฺขมิตฺวา นทีติตฺเถน ๑- ปลายิ ฯ สุปณฺโณปิ ตํ คเหสฺสามีติ อนุพนฺธิ ฯ ตสฺมึ สมเย โพธิสตฺโต ตาปโส หุตฺวา ตสฺสา นทิยา ตีเร ปณฺณสาลายํ วสมาโน ทิวาทรถํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนตฺถํ อุทกสาฏกํ นิวาเสตฺวา วกฺกลํ พหิตีเร ฐเปตฺวา นทึ โอตริตฺวา นฺหายติ ฯ นาโค อิมํ ปพฺพชิตํ นิสฺสาย ชีวิตํ ลภิสฺสามีติ ปกติวณฺณํ วิชหิตฺวา มณิกฺขนฺธวณฺณํ มาเปตฺวา วกฺกลนฺตรํ ปาวิสิ ฯ สุปณฺโณ อนุพนฺธยมาโน ตํ ตตฺถ ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา วกฺกลํ ครุภาเวน อคเหตฺวา โพธิสตฺตํ อามนฺเตตฺวา ภนฺเต อหํ ฉาโต ตุมฺหากํ วกฺกลํ คณฺหถ, อิมํ นาคํ ขาทิสฺสามีติ อิมมตฺถํ ปกาเสตุํ ปฐมํ คาถมาห

อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโฐ

เสลสฺส วณฺเณน ปโมกฺขมิจฺฉํ,

พฺรหฺมญฺจ วณฺณํ อปจายมาโน

พุภุกฺขิโต โน วิสหามิ ๒- โกตฺตุนฺติ ฯ

@เชิงอรรถ: ๑ นทีปิฏฺเฐนาติปิ ฯ ๒ วิตรามีติปิ ฯ

ตตฺถ อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโฐติ อิมสฺมึ วกฺกเล อุรคานํ ปวโร นาคราชา ปวิฏฺโฐ ฯ เสลสฺส วณฺเณนาติ มณิวณฺเณน มณิขนฺโธ หุตฺวา ปวิฏฺโฐติ อตฺโถ ฯ ปโมกฺขมิจฺฉนฺติ มม สนฺติกา โมกฺขํ อิจฺฉมาโน ฯ พฺรหฺมญฺจ วณฺณํ อปจายมาโนติ อหํ ปน ตุมฺหากํ พฺรหฺมวณฺณํ เสฏฺฐวณฺณํ ปูเชนฺโต ครุกโรนฺโต ฯ พุภุกฺขิโต โน วิสหามิ โภตฺตุนฺติ เอตํ นาคํ วกฺกลนฺตเร ปวิฏฺฐํ ฉาโตปิ สมาโน พุภุกฺขิตุํ น สกฺโกมิ ฯ

โพธิสตฺโต อุทเก ฐิโต เยว สุปณฺณราชสฺส ถูตึ กตฺวา ทุติยํ คาถมาห

โส พฺรหฺมคุตฺโต จิรเมว ชีว,

ทิพฺยา ๑- จ เต ปาตุภวนฺตุ ภกฺขา,

โส พฺรหฺมวณฺณํ อปจายมาโน

พุภุกฺขิโต โน วิตราสิ โภตฺตุนฺติ

ตตฺถ โส พฺรหฺมคุตฺโตติ โส ตฺวํ พฺรหฺมโคปิโต พฺรหฺมรกฺขิโต หุตฺวา ฯ ทิพฺยา จ เต ปาตุภวนฺตุ ภกฺขาติ เทวตานํ ปริโภครหา ภกฺขา จ ตว ปาตุภวนฺตุ, มา ปาณาติปาตํ กตฺวา นาคมํสขาทโก อโหสีติ ฯ

อิติ โพธิสตฺโต อุทเก ฐิโตว อนุโมทนํ กตฺวา อุตฺตริตฺวา วกฺกลํ นิวาเสตฺวา เต อุโภปิ คเหตฺวา อสฺสมปทํ คนฺตฺวา เมตฺตาภาวนาย วณฺณํ กเถตฺวา เทฺวปิ ชเน สมคฺเค อกาสิ ฯ เต ตโต

@เชิงอรรถ: ๑ ทิพฺพาติปิ ฯ ปฏฺฐาย สมคฺคา สมฺโมทมานา สุขสํวาสํ วสึสุ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา นาโค จ สุปณฺโณ จ อิเม เทฺว มหามตฺตา อเหสุํ, ตาปโส ปน อหเมวาติ ฯ

อุรคชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๕๓. สูกรชาดกชาดกถัดไป๑๕๕. ภัคคชาดก