วินีลกชาดก
ว่าด้วยการเลือกทำเลผิด
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๖๙ · บรรทัด ๑๑๐๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวันทรงปรารภพระเทวทัต เอาอย่างพระสุคต ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า เอวเมว นูน ราชานํ ดังนี้.
ความพิสดารมีอยู่ว่า เมื่อพระเทวทัตนอนแสดงท่าทางอย่างพระสุคตแก่พระอัครสาวกทั้งสองผู้มาสู่คยาสีสประเทศพระเถระทั้งสองครั้นแสดงธรรมแล้ว ก็พานิสิตของท่านมายังพระวิหารเวฬุวัน. พระศาสดาตรัสถามว่า ดูก่อนสารีบุตรเทวทัตเห็นเธอทั้งสองแล้วได้ทำอย่างไร. กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ พระเทวทัตแสดงท่าทางอย่างพระองค์แล้วถึงความพินาศใหญ่. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนสาริบุตร เทวทัตทำตามอย่างเรา ถึงความพินาศใหญ่มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้แต่ก่อนก็ถึงความพินาศ เมื่อพระเถระกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่า
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าวิเทหะเสวยราชสมบัติในกรุงมิถิลาแคว้นวิเทหะ พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในพระครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระเจ้าวิเทหะนั้น ครั้นเจริญวัยแล้ว ก็ทรงศึกษาศิลปศาสตร์ทุกชนิดในเมืองตักกสิลา เมื่อพระบิดาสวรรคตแล้วจึงทรงดำรงอยู่ในราชสมบัติ.
ในครั้งนั้น พญาหงส์ทองตัวหนึ่งได้อยู่ร่วมกับนางกาในบริเวณที่หาอาหาร. นางกาคลอดลูกออกมาเป็นตัวผู้. มันไม่เหมือนแม่ไม่เหมือนพ่อ. เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงได้ตั้งชื่อว่า วินีลกะเพราะมันมีสีค่อนข้างคล้ำ. พญาหงส์ไปหาลูกบ่อย ๆ. อนึ่งพญาหงส์นั้นมีลูกหงส์น้อยอยู่สองตัว. ลูกหงส์น้อยเห็นพ่อมันไปถิ่นมนุษย์บ่อย ๆ จึงถามว่า พ่อทำไมพ่อจึงไปถิ่นมนุษย์บ่อยนัก. พญาหงส์บอกว่า นี่แน่ะลูก ๆ พ่ออยู่ร่วมกับนางกาตัวหนึ่ง เกิดลูกด้วยกันหนึ่งตัว ชื่อวินีลกะ พ่อไปเยี่ยมมัน. ลูกหงส์ถามว่าก็พวกนั้นอยู่ถึงไหนเล่าพ่อ. พญาหงส์บอกว่า มันอยู่เหนือยอดตาลต้นหนึ่งในที่โน้น ไม่ไกลจากกรุงมิถิลาแคว้นวิเทหะ ลูกหงส์พูดว่า พวกฉันจักไปพาเขามานะพ่อ. พญาหงส์ห้ามว่า ขึ้นชื่อว่าถิ่นมนุษย์น่ารังเกียจ มีภัยรอบด้าน ลูกอย่าไปกันเลย พ่อจักไปพามาเอง. ลูกหงส์หาเชื่อฟังคำพ่อไม่ จึงพากันไป ณ ที่นั้นตามเครื่องหมายที่พ่อบอก ให้วินีลกะจับเหนือคอนไม้อันหนึ่งแล้วช่วยกันเอาจะงอยปากคาบปลายไม้ บินผ่านมาทางกรุงมิถิลา. ขณะนั้นพระเจ้ากรุงวิเทหะประทับบนราชรถ ซึ่งเทียมด้วยม้าสินธพขาวสี่ตัว ทรงทำประทักษิณพระนคร. วินีลกะเห็นดังนั้นนึกในใจว่า เราไม่ต่างอะไรกับพระเจ้าวิเทหะ พระเจ้าวิเทหะ ประทับนั่งบนราชรถอันเทียมด้วยม้าสินธพสี่ตัว เสด็จเลียบพระนคร เราก็นั่งไปในรถอันเทียมด้วยหงส์. วินีลกะเมื่อกำลังไปทางอากาศกล่าวคาถาแรกว่า :-
ม้าอาชาไนยพาพระเจ้าวิเทหะผู้ครอง เมืองมิถิลาให้เสด็จไป เหมือนหงส์สองตัวพาเรา ผู้ชื่อว่าวินีลกะไปฉะนั้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอวเมว คือเหมือนกันนั่นแหละ. บทว่า นูน เป็นนิบาตลงในปริวิตักกะ ย่อมเป็นไปในส่วนเดียว. บทว่า เวเทหํ คือเป็นใหญ่ในแคว้นวิเทหะ. บทว่า มิถิลคฺคหํ ได้แก่ ครอบครองเรือนมิถิลา คือบ้านมิถิลา. บทว่า อาชญฺา ได้แก่ ม้าซึ่งรู้เหตุและมิใช่เหตุ. บทว่า ยถา หํส วินีลกํ ได้แก่ม้าอาชาไนยพาพระเจ้าวิเทหะไป เหมือนหงส์เหล่านี้พาเรา ผู้ชื่อวินีลกะไป ฉะนั้น.
ลูกหงส์น้อยฟังคำของวินีลกะแล้วก็โกรธแม้ตั้งใจว่า จักให้มันตกไปเสียในที่นี้ ก็เกรงจะถูกตำหนิเอาว่า เมื่อเราทำลงไปอย่างนี้ พ่อของเราจะว่าอย่างไร จึงพามันไปหาพ่อแล้วเล่าให้พ่อฟังถึงกิริยาที่มันกระทำ. พ่อหงส์โกรธมากตวาดว่า เจ้าวิเศษกว่าลูกเราเทียวหรือ ข่มขี่ลูกเราเปรียบลูกเราเหมือนม้าเทียมรถ เจ้าไม่รู้ประมาณตน ที่นี่ไม่ใช่พื้นเพของเจ้า เจ้าจงไปหาแม่เจ้าเถิด แล้วกล่าวคาถาที่สองว่า :-
แน่เจ้าวินีลกะ เจ้ามาคบมาเสพภูเขาอัน มิใช่ภูมิภาคทำเลของเจ้า เจ้าจงไปเสพอาศัย สถานที่ใกล้บ้านเถิด นั่นเป็นที่อยู่อาศัยของ แม่เจ้า.
ในบทเหล่านั้น บทว่า วินีลกะ เป็นคำเรียกนกวินีลกะ. บทว่า ทุคฺคํ ภชสิ ได้แก่ ท่านคบแต่ซอกเขาอันเป็นที่อยู่ของนกเหล่านี้. บทว่า อภูมึ ตาต เสวสิ ความว่า เจ้าเสพคือเข้าไปอาศัยภูเขาอันมิใช่พื้นเพของเจ้าซึ่งชื่อว่าซอกเขา. บทว่า เอตํ มาตาลยนฺตุวํ ความว่า ที่ทิ้งหยักเยื่อ และที่ป่าช้าผีดิบชายบ้านนั่นเป็นที่อยู่คือเป็นเรือน เป็นที่พักของแม่เจ้า เจ้าจงไปในที่นั้นเถิด. ครั้นพญาหงส์คุกคามวินีลกะอย่างนี้แล้ว ก็สั่งลูกหงส์ว่า เจ้าจงไปปล่อยมันไว้ที่พื้นเพหยักเยื่อแห่งกรุงมิถิลา. ลูกหงส์ได้ทำตามสั่ง.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วทรงประชุมชาดก. นกวินีลกะในครั้งนั้นได้เป็นเทวทัตในครั้งนี้. ลูกหงส์สองตัวได้เป็นอัครสาวกทั้งสอง. พ่อหงส์ได้เป็นอานนท์. ส่วนพระเจ้าวิเทหะได้เป็นเราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาวีนิลกะชาดกที่ ๑๐
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ราโชวาทชาดก ๒. สิคาลชาดก ๓. สูกรชาดก๔. อุรคชาดก ๕. ภัคคชาดก ๖. อลีนจิตตชาดก ๗. คุณชาดก๘. สุหนุชาดก ๙. โมรชาดก ๑๐. วินีลกชาดก และอรรถกถา.
จบ ทัฬหวรรคที่ ๑ ๒. สันถววรรค
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๗๑–๗๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๑๗ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
10 Vinīlakajātakaṃ
evameva nūna rājānanti idaṃ satthā veḷuvane viharanto devadattassa sugatālayaṃ ārabbha kathesi.
Devadatte hi gayāsīsaṃ āgatānaṃ dvinnaṃ aggasāvakānaṃ sugatālayaṃ dassetvā nipanne ubhopi therā dhammaṃ desetvā attano nissitake ādāya veḷuvanaṃ āgamiṃsu. Te satthārā sāriputta devadatto tumhe disvā kiṃ akāsīti puṭṭhā bhante sugatālayaṃ dassetvā mahāvināsaṃ pāpuṇīti ārocesuṃ. Satthā na kho sāriputta devadatto idāneva mama anukiriyaṃ karonto mahāvināsaṃ pāpuṇi, pubbepi patto yevāti vatvā therena yācito atītaṃ āhari.
Atīte videharaṭṭhe mithilāyaṃ videhe rajjaṃ kārente bodhisatto tassa aggamahesiyā kucchismiṃ nibbatto vayappatto takkasilāyaṃ sabbasippāni uggaṇhitvā pitu accayena rajje patiṭṭhāsi. Tadā ekassa suvaṇṇarājahaṃsassa gocarabhūmiyaṃ kākiyā saddhiṃ saṃvāso ahosi. Sā puttaṃ vijāyi. So neva mātu paṭirūpako ahosi na pitu. Athassa vinīlakadhātukattā vinīlakotveva nāmaṃ akaṃsu. Haṃsarājā abhiṇhaṃ gantvā puttaṃ passati. Apare panassa dve haṃsapotakā puttā ahesuṃ. Te pitaraṃ abhiṇhaṃ manussapathaṃ gacchantaṃ disvā pucchiṃsu tāta tumhe kasmā abhiṇhaṃ manussapathaṃ gacchathāti. Tāta ekāya Me kākiyā saddhiṃ saṃvāsamanvāya eko putto jāto, vinīlakotissa nāmaṃ, tamahaṃ daṭṭhuṃ gacchāmīti. Kahaṃ panete vasantīti. Videharaṭṭhe mithilāyaṃ avidūre amukasmiṃ nāma ṭhāne ekasmiṃ tālagge vasantīti. Tāta mayaṃ gantvā ānessāmāti āhaṃsu. Tāta manussapatho nāma sāsaṅko sappaṭibhayo, tumhe mā gacchatha, mayaṃ gantvā taṃ ānessāmāti āha. Dve haṃsapotakā pitu vacanaṃ anādayitvā pitarā ācikkhitasaññāya tattha gantvā taṃ vinīlakaṃ ekasmiṃ daṇḍake nisīdāpetvā mukhatuṇḍakena daṇḍakakoṭiyaṃ ḍaṃsitvā mithilanagaramatthakena pāyiṃsu. Tasmiṃ khaṇe videharājā sabbasetacatusindhavayuttarathavare nisīditvā nagaraṃ padakkhiṇaṃ karoti. Vinīlako taṃ disvā cintesi mayhaṃ videharaññā saddhiṃ kiṃ nānākaraṇaṃ, eso catusindhavayutte rathe nisīditvā nagaraṃ anusañcarati, ahaṃ pana haṃsayutte rathe nisīditvā gacchāmīti. So ākāsena gacchanto paṭhamaṃ gāthamāha
evameva nūna rājānaṃ vedehaṃ mithilaggahaṃ
assā vahanti ājaññā yathā haṃsā vinīlakanti.
Tattha evamevāti evameva. Nūnāti parivitakke nipāto ekaṃsepi vattatiyeva. Vedehanti videharaṭṭhissaraṃ. Mithilaggahanti mithilaggehaṃ mithilāya gharaṃ pariggahetvā vasamānanti attho. Ājaññāti kāraṇākāraṇaṃ jānanakā. Yathā haṃsā vinīlakanti yathā ime haṃsā maṃ vinīlakaṃ vahanti evameva vahantīti.
Haṃsapotakā tassa vacanaṃ sutvā kujjhitvā idheva naṃ pātetvā Gamissāmāti cittaṃ uppādetvāpi evaṃ katepi pitā no kiṃ vakkhatīti garahabhayena pitu santikaṃ netvā tena katakiriyaṃ pitu ācikkhiṃsu. Atha naṃ pitā kujjhitvā kiṃ tvaṃ mama puttehi adhikatarosi yo mama putte abhibhavitvā rathe yuttasindhave viya karosi, attano pamāṇaṃ na jānāsi, imaṃ ṭhānaṃ tava agocaro, attano mātu vasanaṭṭhānameva gacchāhīti tajjetvā dutiyaṃ gāthamāha
vinīla duggaṃ bhajasi, abhūmiṃ tāta sevasi,
gāmantakāni sevassu etaṃ mātālayantuvanti.
Tattha vinīlāti taṃ nāmena ālapati. Duggaṃ bhajasīti imesaṃ vasanaṃ giriduggaṃ bhajasi. Abhūmiṃ tāta sevasīti tāta girivisamaṃ nāma tava abhūmiṃ taṃ sevasi upagacchasi. Etaṃ mātālayantuvanti etaṃ gāmantaṃ ukkāraṭṭhānaṃ āmakasusānaṭṭhānañca tava mātu ālayaṃ gehaṃ vasanaṭṭhānaṃ, tattha gacchāti.
Evantaṃ tajjetvā gacchatha naṃ mithilanagarassa ukkārabhūmiyaññeva otāretvā ethāti putte āṇāpesi. Te tathā akaṃsu.
Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi. Tadā vinīlako devadatto ahosi, dve haṃsapotakā dve aggasāvakā, pitā ānando, videharājā pana ahamevāti.
Vinīlakajātakaṃ dasamaṃ.
Daḷhavaggo paṭhamo.
@Footnote:
@*** hanṛ´ānīṛ´ā´mḗmīkhṛ´amūla ***
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗