ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. วาโลทกชาดก
ชาดกที่ ๑๘๓ · ทุกนิบาตชาดก · อสทิสวรรค

วาโลทกชาดก

ว่าด้วยน้ำหาง

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๕ · บรรทัด ๑๓๒๔ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากวาโลทกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภคนกินเดน ๕๐๐ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า วาโลทกํ อปฺปรสํ นิหีนํ ดังนี้.

ได้ยินว่าในกรุงสาวัตถีมีอุบาสก ๕๐๐ มอบความห่วงใยในเรือนให้บุตรภรรยา แล้วเดินทางร่วมกันไปฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา. ในอุบาสกเหล่านั้น บางพวกได้เป็นโสดาบันบางพวกได้เป็นสกทาคามี บางพวกได้เป็นอนาคามี ไม่มีเป็นปุถุชนแม้แต่คนเดียว. ประชาชนแม้เมื่อนิมนต์พระศาสดาก็เชิญอุบาสกเหล่านั้นร่วมด้วย. แต่คนรับใช้ ๕๐๐ ทำหน้าที่ให้ไม้สีฟัน น้ำล้างหน้า ผ้า ของหอม และดอกไม้ของพวกเขา เป็นคนกินเดนอาศัยอยู่. คนรับใช้เหล่านั้นบริโภคอาหารเช้าแล้วก็พากันเข้านอน ครั้นตื่นขึ้นพากันไปยังแม่น้ำอจิรวดี โห่ร้องปล้ำกันที่ฝั่งแม่น้ำ. อุบาสก ๕๐๐ เหล่านั้น มีเสียงน้อย มีเอิกเกริกน้อย ขวนขวายแต่ที่หลีกเร้น. พระศาสดาทรงสดับเสียงอื้ออึงของพวกกินเดนเหล่านั้น จึงตรัสถามพระเถระว่าดูก่อนอานนท์ นั่นเสียงอะไร กราบทูลว่า เสียงคนกินเดนพระพุทธเจ้าข้า ตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ คนกินเดนเหล่านี้บริโภคอาหารเดนแล้วพากันเกรียวกราวมิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้แต่ก่อนคนพวกนี้ก็เกรียวกราวเหมือนกัน แม้อุบาสกเหล่านี้ พากันสงบก็มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็พากันสงบเหมือนกัน เมื่อพระเถระกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลอำมาตย์ ครั้นเจริญวัยแล้วก็ได้เป็นผู้ถวายอรรถและธรรมของพระราชา. ครั้นคราวหนึ่ง พระราชานั้นทรงสดับว่า ทางชายแดนเกิดจลาจล จึงรับสั่งให้เตรียมม้าสินธพ ๕๐๐ เสด็จพร้อมด้วยจตุรงคินีเสนา ครั้นปราบชายแดนให้สงบราบคาบแล้ว ก็เสด็จกลับกรุงพาราณสี มีพระราชโองการว่า ม้าสินธพลำบากมากพวกท่านจงให้น้ำผลจันทน์สดแก่ม้าเหล่านั้น. ม้าเหล่านั้นครั้นดื่มน้ำจันทน์หอมแล้วก็กลับโรงม้า พักผ่อนในที่ของตน ๆ. ก็กากผลจันทน์ที่เหลือจากคั้นให้ม้าเหล่านั้น มีน้ำจันทน์ติดอยู่เล็กน้อย. พวกมนุษย์จึงทูลถามพระราชาว่า บัดนี้พวกข้าพระองค์จะทำอย่างไร. พระราชารับสั่งว่า เจ้าจงขยำเข้ากับน้ำ แล้วกรองด้วยผ้าเปลือกปอ พวกเธอจงให้แก่ลาที่นำอาหารมาให้ม้าสินธพ. ลาทั้งหลายครั้นดื่มน้ำกากแล้วก็มึนเมา เที่ยววิ่งร้องอยู่แถวพระลานหลวง. พระราชาทรงเผยช่องพระแกล ทอดพระเนตรไป ณ พระลานหลวง ตรัสเรียกพระโพธิสัตว์ ซึ่งเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ เมื่อจะตรัสถามว่า จงดูเถิด ลาเหล่านี้ดื่มน้ำกากเข้าไปมึนเมาแล้ว พากันร้องโดดโลดเต้นไปมา ส่วนม้าสินธพซึ่งเกิดในตระกูลสินธพ แม้ดื่มน้ำจันทน์หอมก็ไม่มีเสียง สงบเงียบ ไม่เอะอะ อะไรเป็นเหตุหนอ จึงตรัสคาถาแรกว่า :-

ความเมาย่อมเกิดแก่ลาทั้งหลาย เพราะ ดื่มกินน้ำหางมีรสน้อย เป็นน้ำเลว แต่ความเมา ย่อมไม่เกิดแก่ม้าสินธพ เพราะดื่มกินน้ำมีรส อร่อยประณีต.

ในบทเหล่านั้น บทว่า วาโลทกํ ได้แก่ น้ำที่กรองด้วยเส้นปอ. ปาฐะว่า วาลุทกํ บ้าง. บทว่า นิหีนํ คือ เลวตามสภาพของน้ำมีรสเลว. บทว่า น สญฺชายติ ได้แก่ ความเมาย่อมไม่เกิดแก่ม้าสินธพทั้งหลาย. พระราชาตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า อะไรเป็นเหตุหนอ. พระโพธิสัตว์เมื่อจะกราบทูลเหตุแด่พระราชาจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมชน สัตว์ผู้มีชาติ อันเลวทราม ดื่มกินน้ำมีรสน้อย อันรสนั้นถูก ต้องแล้วย่อมเมา ส่วนสัตว์ผู้มีธุระให้สำเร็จได้ เกิดในตระกูลสูง ดื่มกินรสอันเลิศแล้ว ก็ไม่เมา.

ในบทเหล่านั้น บทว่า เตน ชนินฺท ผุฏฺโ ความว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นจอมชน คือ ข้าแต่กษัตริย์ผู้สูงศักดิ์ ลานั้นมีเลวเป็นสภาพ เมื่อถูกความมีชาติเลวถูกต้องย่อมเมา. บทว่า โธรยฺหสีลี ได้แก่มีธุระให้สำเร็จ คือ ชาติม้าสินธพ ถึงพร้อมด้วยมารยาทมักนำธุระไป. บทว่า อคฺครสํ ความว่า ม้าสินธพแม้ดื่มรสน้ำผลจันทน์ที่กลั่นกรองไว้แต่แรก ก็ไม่เมา.

พระราชาทรงสดับคำของพระโพธิสัตว์แล้ว รับสั่งให้ไล่ลาออกจากพระลานหลวง ทรงตั้งอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ทรงกระทำบุญมีทานเป็นต้นแล้วเสด็จไปตามยถากรรม.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. ลา ๕๐๐ ในครั้งนั้น ได้เป็นคนกินเดนในครั้งนี้ ม้าสินธพ๕๐๐ ได้เป็นอุบาสก พระราชาได้เป็นอานนท์ ส่วนอำมาตย์บัณฑิต คือ เราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาวาโลทกชาดกที่ ๓

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๑๘๗–๑๙๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๓ วาโลทกชาตกํ

วาโลทกํ อปฺปรสํ นิหีนนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺจสเต วิฆาสาเท อารพฺภ กเถสิ ฯ

สาวตฺถิยํ กิร ปญฺจสตา อุปาสกา ฆรปลิโพธํ ปุตฺตทารสฺส นิยฺยาเทตฺวา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺตา เอกโต ว วิจรนฺติ ฯ เตสุ เกจิ โสตาปนฺนา เกจิ สกทาคามิโน เกจิ อนาคามิโน เอโกปิ ปุถุชฺชโน นตฺถิ ฯ สตฺถารํ นิมนฺเตนฺตาปิ เต อุปาสเก อนฺโตกริตฺวา นิมนฺเตสุํ ฯ เตสํ ปน ทนฺตกฏฺฐมุโขทกวตฺถคนฺธมาลทายกา ปญฺจสตา จุลุปฏฺฐากา วิฆาสาทา หุตฺวา วสนฺติ ฯ เต ภุตฺตปาตราสา นิทฺทายิตฺวา อุฏฺฐาย อจิรวตึ คนฺตฺวา นทีตีเร อุนฺนทนฺตา มลฺลยุทฺธํ ยุชฺฌนฺติ ฯ เต ปญฺจสตา อุปาสกา อปฺปสทฺทา อปฺปนิโฆสา ปฏิสลฺลานํ อนุยุญฺชนฺติ ฯ สตฺถา เตสํ วิฆาสาทานํ ตํ อุจฺจาสทฺทํ สุตฺวา กึสทฺโท เอส อานนฺทาติ เถรํ ปุจฺฉิตฺวา วิฆาสาทานํ สทฺโท ภนฺเตติ วุตฺเต น โข อานนฺท อิเม วิฆาสาทา อิทาเนว วิฆาสํ ขาทิตฺวา อุนฺนทนฺติ ปุพฺเพปิ อุนฺนทนฺติ เยว, อิเมปิ อุปาสกา น อิทาเนว สนฺนิสินฺนา ปุพฺเพปิ สนฺนิสินฺนาติ วตฺวา เถเรน ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อมจฺจกุเล นิพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต รญฺโญ อตฺถธมฺมานุสาสโก อโหสิ ฯ อเถกสฺมึ กาเล โส ราชา ปจฺจนฺโต กุปฺปิโตติ สุตฺวา ปญฺจสเต สินฺธเว กปฺปาเปตฺวา จตุรงฺคินิยา เสนาย คนฺตฺวา ปจฺจนฺตํ วูปสเมตฺวา พาราณสิเมว ปจฺจาคนฺตฺวา สินฺธวา กิลนฺตา อลฺลรสเมว เตสํ มุทฺทิกปานํ เทถาติ อาณาเปสิ ฯ อถ เต สินฺธวา คนฺธปานํ ปิวิตฺวา อสฺสสาลํ ปตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ฐาเนสุ อฏฺฐํสุ ฯ เตสํ ปน ทินฺนาวสิฏฺฐกสฏํ อปฺปรสํ อโหสิ ฯ มนุสฺสา อิทานิ กึ กโรมาติ ราชานํ ปุจฺฉึสุ ฯ ราชา อุทเกน มทฺทิตฺวา มกจิปิโลติกาหิ ปริสฺสาเวตฺวา เย คทฺรภา สินฺธวานํ นิวาปํ วหึสุ, เตสํ ทาเปถาติ อาณาเปสิ ฯ คทฺรภา กสฏอุทกํ ปิวิตฺวา มตฺตา หุตฺวา วิจรมานา ราชงฺคเณ วิรวึสุ ฯ ราชา มหาวาตปานํ วิวริตฺวา ราชงฺคเณ โอโลกยมาโน สมีเป ฐิตํ โพธิสตฺตํ อามนฺเตตฺวา ปสฺส อิเม คทฺรภา กสโฏทกํ ปิวิตฺวา มตฺตา หุตฺวา วิรวนฺตา อุปฺปติตฺวา วิจรนฺติ, สินฺธวกุเล ชาตา สินฺธวา ปน คนฺธปานํ ปิวิตฺวา นิสฺสทฺทา สนฺนิสินฺนา น อุปฺปลปนฺติ, ๑- กินฺนุ โข การณนฺติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห

วาโลทกํ อปฺปรสํ นิหีนํ

ปิตฺวา มโท ชายติ คทฺรภานํ,

อิมญฺจ ปิตฺวาน รสํ ปณีตํ

มโท น สญฺชายติ สินฺธวานนฺติ ฯ

ตตฺถ วาโลทกนฺติ มกจิวาเลหิ ปริสฺสาวิตํ อุทกํ ฯ วาลุทกนฺติปิ ปาโฐ ฯ นิหีนนฺติ นิหีนรสภาเวเนว นิหีนํ ฯ น สญฺชายตีติ สินฺธวานํ มโท น สญฺชายติ ฯ กินฺนุ โข การณนฺติ ปุจฺฉิ ฯ

อถสฺส การณํ อาจิกฺขนฺโต โพธิสตฺโต ทุติยํ คาถมาห

อปฺปมฺปิวิตฺวาน นิหีนชจฺโจ

โส มชฺชตี เตน ชนินฺท ผุฏฺโฐ,

โธรยฺหสีลี จ กุลมฺหิ ชาโต

น มชฺชตี อคฺครสํ ปิวิตฺวาติ ฯ

ตตฺถ เตน ชนินฺท ผุฏฺโฐติ ชนินฺท อุตฺตมราช โส นิหีนชจฺโจ เตน นิหีนชจฺจภาเวน ผุฏฺโฐ มชฺชติ ฯ โธรยฺหสีลีติ โธรยฺหสีโล ธุรวหนกอาจาเรน สมฺปนฺโน ชาติสินฺธโว ฯ อคฺครสนฺติ สพฺพปฐมํ คหิตํ มุทฺทิกรสํ ปิวิตฺวาปิ น มชฺชตีติ ฯ

ราชา โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา คทฺรเภ ราชงฺคณา นีหราเปตฺวา ตสฺเสว โอวาเท ฐิโต ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต ฯ

@เชิงอรรถ: ๑ อุปฺปิลีลวนฺติปิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา ปญฺจสตา คทฺรภา อิเม วิฆาสาทา อเหสุํ, ปญฺจสตา สินฺธวา อิเม อุปาสกา, ราชา อานนฺโท, อมจฺจปณฺฑิโต ปน อหเมวาติ ฯ

วาโลทกชาตกํ ตติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๘๒. สังคามาวจรชาดกชาดกถัดไป๑๘๔. คิริทัตตชาดก