สีหโกตถุกชาดก
ว่าด้วยตัวเหมือนราชสีห์แต่เสียงไม่เหมือน
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๒๕ · บรรทัด ๑๓๖๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระโกกาลิกะตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สีหงฺคุลี สีหนโข ดังนี้.
ได้ยินว่าวันหนึ่งพระโกกาลิกะ เมื่อพระผู้เป็นพหูสูตหลายรูปกำลังสนทนาธรรมกันอยู่ ตนเองประสงค์จะกล่าวบ้าง. เรื่องทั้งหมดพึงพิสดารโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล.
พระศาสดาครั้นทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว จึงรับสั่งว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โกกาลิกะเปิดเผยด้วยเสียงของตนมิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้แต่ก่อนก็เปิดเผย แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นราชสีห์อยู่อาศัยในหิมวันตประเทศ สมจรกับนางสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งจึงได้ลูก. ลูกตัวนั้นเหมือนกับพ่อด้วยอาการเหล่านี้คือ นิ้ว เล็บสร้อยคอ สี และสัณฐาน แต่เสียงเหมือนแม่. อยู่มาวันหนึ่งเมื่อฝนตกขาดเม็ดแล้ว พวกราชสีห์. เมื่อเหล่าราชสีห์บรรลือสีหนาทเล่นหยอกกันอยู่ มันก็ต้องการบรรลือสีหนาทในระหว่างเหล่าราชสีห์นั้นบ้าง จึงเปล่งเสียงเหมือนแม่สุนัขจิ้งจอก. ครั้นฝูงราชสีห์ได้ฟังเสียงของมัน จึงพากันนิ่ง. ลูกราชสีห์ร่วมชาติของพระโพธิสัตว์อีกตัวหนึ่ง ได้ยินเสียงของมันแล้ว จึงพูดว่าพ่อราชสีห์ตัวนี้เหมือนเราด้วยสีเป็นต้น แต่เสียงของมัน ไม่ยักเหมือน มันเป็นสัตว์ประเภทไหน เมื่อจะถามจึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
ราชสีห์ตัวนั้น นิ้วก็นิ้วราชสีห์ เล็บก็เล็บ ราชสีห์ ยืนก็ยืนด้วยเท้าราชสีห์ มีอยู่ตัวเดียว ในหมู่ราชสีห์ ย่อมบรรลือด้วยเสียงอีกอย่างหนึ่ง.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สีหปาทปติฏฺิโต ได้แก่ ยืนด้วยเท้าของราชสีห์นั่นเอง. บทว่า เอโก นทติ อญฺถา ความว่าตัวเดียวเท่านั้น ออกเสียงเหมือนสุนัขจิ้งจอก ไม่เหมือนพวกราชสีห์เหล่าอื่น ชื่อว่าบรรลือด้วยเสียงอีกอย่างหนึ่ง.
พระโพธิสัตว์ได้สดับคำนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า ดูก่อนลูกสัตว์นี้เป็นพี่น้องของลูก เป็นลูกของนางสุนัขจิ้งจอก มีรูปเหมือนเรามีเสียงเหมือนแม่ แล้วจึงเรียกลูกนางสุนัขจิ้งจอกมาสั่งสอนว่านี่แน่ลูก ตั้งแต่นี้ไป เมื่อเจ้าจะอยู่ในที่นี้ จงอยู่เงียบ ๆ ถ้าเจ้าเปล่งเสียงอีก ราชสีห์ทั้งหลายจะรู้ว่าเจ้าเป็นสุนัขจิ้งจอก จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ดูก่อนเจ้าผู้เป็นบุตรราชสีห์ เจ้าอย่า บรรลือเสียงอีกเลย จงมีเสียงเบา ๆ อยู่ในป่า เขาทั้งหลายพึงรู้จักเจ้าด้วยเสียงนั้นแหละ เพราะ เสียงของเจ้าไม่เหมือนกับเสียงราชสีห์ผู้เป็นพ่อ.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ราชปุตฺต คือ ลูกพญาสีหมฤค. ก็และลูกสุนัขจิ้งจอกนั้นครั้นฟังคำสอนนี้แล้วก็ไม่กล้าเปล่งเสียงอีกต่อไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. สุนัขจิ้งจอกในครั้งนั้นได้เป็น โกกาลิกะ ในครั้งนี้. ลูกราชสีห์ร่วมชาติได้เป็นราหุล ส่วนพญามฤค คือเราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาสีหโกฏฐุกชาดกที่ ๘
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๒๑๓–๒๑๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๑๖ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๘ สีหโกฏฺฐุกชาตกํ
สีหงฺคุลี สีหนโขติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกกาลิกํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
เอกทิวสํ กิร โกกาลิโก อญฺเญสุ พหุสฺสุเตสุ ธมฺมกถํ กเถนฺเตสุ สยมฺปิ กเถตุกาโม อโหสิ ฯ สพฺพํ เหฏฺฐาวุตฺตนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
ตํ ปน ปวตฺตึ สุตฺวา สตฺถา น ภิกฺขเว โกกาลิโก อิทาเนว อตฺตโน สทฺเทน ปากโฏ ชาโต, ปุพฺเพปิ ปากโฏ อโหสิ เยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต ตทา โพธิสตฺโต หิมวนฺตปฺปเทเส สีโห หุตฺวา เอกาย สิคาลิยา สทฺธึ สํวาสมนฺวาย ปุตฺตํ ปฏลภติ ฯ โส องฺคุลีหิ นเขหิ เกสเรน วณฺณสณฺฐาเนนาติ อิเมหิ อากาเรหิ ปิตุสทิโส อโหสิ, สทฺเทน มาตุสทิโส ฯ อเถกทิวสํ เทเว วสฺสิตฺวา วิคเต สีเหสุ นทิตฺวา สีหกีฬํ กีฬนฺเตสุ โสปิ เตสํ อนฺตเร นทิตุกาโม หุตฺวา สิคาลิกํ นาทํ นทิ ฯ อถสฺส สทฺทํ สุตฺวา สีหา ตุณฺหี อเหสุํ ฯ ตสฺส สทฺทํ สุตฺวา อปโร โพธิสตฺตสฺส สชาติปุตฺโต ตาต อยํ สีโห วณฺณาทีหิ อมฺเหหิ สมาโน, สทฺโท ปนสฺส อญฺญสทิโส, ๑- โก นาเมโสติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห
สีหงฺคุลี สีหนโข สีหปาทปติฏฺฐิโต
โส สีโห สีหสงฺฆมฺหิ เอโก นทติ อญฺญถาติ ฯ
ตตฺถ สีหปาทปติฏฺฐิโตติ สีหปาเทเหว ปติฏฺฐิโต ฯ เอโก นทติ อญฺญถาติ เอโก ว อวเสสสีเหหิ อสทิเสน สิคาลสทฺเทน นทนฺโต อญฺญถา นทติ ฯ
ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ตาต เอส ตว ภาตา สิคาลิยา ปุตฺโต รูเปน มยา สทิโส สทฺเทน มาตรา สทิโสติ วตฺวา สิคาลิปุตฺตํ อามนฺเตตฺวา ตาต ตฺวํ อิโต ปฏฺฐาย อิธ วสนฺโต อปฺปสทฺโท วส, สเจ ปุน นทิสฺสสิ, สิคาลภาวํ เต ชานิสฺสนฺตีติ โอวทนฺโต ทุติยํ คาถมาห
@เชิงอรรถ: ๑ อญฺญาทิโสติปิ ฯ
มา ตฺวํ นทิ ราชปุตฺต อปฺปสทฺโท วเน วสิ,
สเรน โข ตํ ชาเนยฺยุํ น หิ เต เปตฺติโก สโรติ ฯ
ตตฺถ ราชปุตฺตาติ สีหมิครญฺโญ ปุตฺโต ฯ
อิทญฺจ ปน โอวาทํ สุตฺวา ปุน โส นทิตุํ น อุสฺสหิ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา สิคาโล โกกาลิโก อโหสิ, สชาติปุตฺโต ราหุโล, มิคราชา ปน อหเมวาติ ฯ
สีหโกฏฺฐุกชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗