ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. คหปติชาดก
ชาดกที่ ๑๙๙ · ทุกนิบาตชาดก · รุหกวรรค

คหปติชาดก

ว่าด้วยการทวงในเวลายังไม่ถึงกำหนด

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๗ · บรรทัด ๑๔๗๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากคหปติชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันเหมือนกัน ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อุภยํ เม น ขมติ ดังนี้.

พระศาสดาเมื่อจะรับสั่ง จึงตรัสว่า ขึ้นชื่อว่ามาตุคามดูแลไม่ไหว ทำความชั่วเข้าแล้ว ย่อมลวงสามีด้วยอุบายอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลคหบดี แคว้นกาสีครั้นเจริญวัยได้ครองฆราวาส. ภรรยาของพระโพธิสัตว์นั้นเป็นหญิงทุศีล ประพฤติอนาจารกับผู้ใหญ่บ้าน. พระโพธิสัตว์ทราบระแคะระคาย จึงเที่ยวสืบ . ก็ในครั้งนั้นในระหว่างฤดูฝนเมื่อข้าวปลูกยังไม่แก่ ก็เกิดความอดหยาก. ถึงเวลาที่ข้าวกล้าตั้งท้อง. ชาวบ้านทั้งหมดร่วมใจกัน ยืมโคแก่ตัวหนึ่งของผู้ใหญ่บ้านมาบริโภคเนื้อ โดยสัญญาว่า จากนี้ไปสองเดือนเราเก็บเกี่ยวแล้วจักให้ข้าวเปลือก.

อยู่มาวันหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านคอยโอกาส จึงเข้าไปยังเรือนในเวลาที่พระโพธิสัตว์ออกไปข้างนอก. ในขณะที่ทั้งสองคนนอนอย่างเป็นสุขนั่นเอง พระโพธิสัตว์ก็เข้าไปทางประตูบ้านหันหน้าไปทางเรือน. หญิงนั้นหันหน้ามาทางประตูบ้าน เห็นพระโพธิสัตว์ คิดว่า นั่นใครหนอ จึงยืนมองดูที่ธรณีประตู ครั้นรู้ว่าพระโพธิสัตว์นั่นเอง จึงบอกแก่ผู้ใหญ่บ้าน. ผู้ใหญ่บ้านกลัวตัวสั่น. หญิงนั้นจึงบอกผู้ใหญ่บ้านว่า อย่ากลัว ฉันมีอุบายอย่างหนึ่ง พวกเรายืมโคของท่านมาบริโภคเนื้อ ท่านจงทำเป็นทวงเรียกค่าเนื้อ ฉันจะขึ้นไปยังฉางข้าวยืนอยู่ที่ประตูฉาง แล้วบอกท่านว่า ข้าวเปลือกไม่มี ท่านยืนอยู่กลางเรือน แล้วทวงบ่อย ๆว่า พวกเด็ก ๆ ในเรือนของเราหิว ท่านจงให้ค่าเนื้อเถิด ว่าแล้วนางก็ขึ้นไปยังฉางนั่งที่ประตูฉาง. ฝ่ายผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่ที่กลางเรือนก็ร้องว่า จงให้ค่าเนื้อเรา. นางนั่งอยู่ที่ประตูฉาง พูดว่าในฉางไม่มีข้าวเปลือก เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วเราจึงจะให้ ไปก่อนเถิด.

พระโพธิสัตว์เข้าไปยังเรือนเห็นกิริยาของคนทั้งสองก็รู้ว่า นั่นคงเป็นอุบายของหญิงชั่วนี้ จึงเรียกผู้ใหญ่บ้านมาพูดว่านี่แน่ะท่านผู้ใหญ่ เมื่อเราจะบริโภคเนื้อโคแก่ของท่านก็บริโภคโดยสัญญาว่า จากนี้ไปสองเดือน เราจึงจักให้ข้าวเปลือก ยังไม่ล่วงไปถึงกึ่งเดือนเลยท่าน เพราะเหตุไรท่านจึงมาทวงในเวลานี้ท่านมิได้มาด้วยเหตุนี้ น่าจะมาด้วยเหตุอื่นกระมัง เราไม่ชอบใจกิริยาของท่านเลย แม้หญิงนี้ก็เลวทรามเหลือหลาย รู้ว่าในฉางไม่มีข้าวเปลือก ก็ยังขึ้นฉางบอกว่า ข้าวเปลือกไม่มี แม้ท่านก็ทวงว่า จงให้เรา เราไม่ชอบการกระทำของท่านทั้งสองเลยเมื่อจะประกาศเนื้อความนี้จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-

กรรมทั้งสองไม่ควรแก่เรา เราไม่ชอบใจ ก็หญิงคนนี้ ลงไปในฉางข้าวแล้วพูดว่า เรายัง ใช้หนี้ให้ไม่ได้. ดูก่อนผู้ใหญ่บ้าน เพราะเหตุนี้เราจึงพูด กะท่าน ท่านมาทวงค่าเนื้อวัวแก่ ซูบผอม ซึ่งเรา ได้ผลัดไว้ถึงสองเดือน ในคราวเมื่อชีวิตของเรา น้อยลำบากยากเข็ญ ในกาลยังไม่ถึงกำหนด สัญญา กรรมทั้งสองนั้นไม่ชอบใจเราเสียเลย.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ตํ ตํ คามปติ พฺรูมิ ความว่า ท่านผู้ใหญ่บ้าน เราพูดกะท่านด้วยเหตุนั้น. บทว่า กทเร อปฺปสฺมึ ชีวิเต ความว่า ชื่อว่าชีวิตของเรายากจน คือ ค่นแค้น เศร้าหมองฝืดเคือง กำลังน้อย ซูบผอม เมื่อชีวิตของ. เราเป็นถึงเช่นนี้. บทว่า เทฺว มาเส สงฺครํ กตฺวา มํสํ ชรคฺควํ กิสํ ความว่า เมื่อพวกเราจะรับเนื้อ ท่านก็ให้โคแก่ คือ โคชรา ซูบผอม ทุพพลภาพ แล้วผลัดเพี้ยน คือกำหนดสองเดือนอย่างนี้ว่า สองเดือนล่วงแล้ว ท่านควรชำระค่าเนื้อ. บทว่า อปฺปตฺตกาเล โจเทสิ ความว่า เมื่อยังไม่ถึงเวลานั้นท่านก็มาทวงเสียแล้ว. บทว่า ตมฺปิ มยฺหํ น รุจฺจติ ความว่า และหญิงชั่วช้าทุศีลผู้นี้รู้อยู่ว่า ภายในฉางข้าวไม่มีข้าวเปลือกทำเป็นไม่รู้ขึ้นไปบนฉางข้าว ยืนที่ประตูฉางพูดว่า เรายังใช้หนี้ให้ไม่ได้ อนึ่ง ท่านก็มาทวงเมื่อยังไม่ถึงเวลา ทั้งสองอย่างนี้เราไม่ชอบใจเลย.

เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวซ้ำซากอยู่อย่างนี้ จึงจิกผมผู้ใหญ่บ้านกระชากให้ล้มลงท่ามกลางเรือน แล้วด่าว่าด้วยคำเป็นต้นว่าเจ้าทำร้ายของที่คนอื่นเรารักษาหวงแหนโดยถือว่า ฉันเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วทุบตีจนบอบช้ำ จับคอไสออกจากเรือน แล้วคว้าผมหญิงชั่วร้ายนั้นให้ลงมาจากฉางตบตีขู่ว่าหากเจ้าทำเช่นนี้อีกจักได้รู้กัน. ตั้งแต่นั้นมาผู้ใหญ่บ้านก็ไม่กล้ามองดูเรือนนั้น. แม้หญิงชั่วนั้นก็ไม่อาจประพฤตินอกใจอีก.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ทรงประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุกระสันตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. คหบดีผู้ลงโทษผู้ใหญ่บ้าน คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาคหปติชาดกที่ ๙

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๒๖๖–๒๗๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๙ คหปติชาตกํ

อุภยํ เม น ขมตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฐิตเมว ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ กเถนฺโต จ, มาตุคาโม นาม อรกฺขิโย ๑- ปาปํ กตฺวา เยน เกนจิ อุปาเยน สามิกํ วญฺเจติ เยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิกรฏฺเฐ คหปติกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ฆราวาสํ คณฺหิ ฯ ตสฺส ภริยา ทุสฺสีลา คามโภชเกน สทฺธึ อนาจารํ จรติ ฯ โพธิสตฺโต ตํ ญตฺวา ปริคฺคณฺหนฺโต จรติ ฯ ตทา ปน อนฺโตวสฺเส วปฺปพีเชสุ น ปาเกสุ ฉาตกํ อโหสิ ฯ สสฺสานํ คพฺภคหณกาโล ชาโต ฯ สกลคามวาสิโน อิโต มาสทฺวยจฺจเยน สสฺสานิ อุทฺธริตฺวา วีหึ ทสฺสามาติ เอกโต หุตฺวา คามโภชกสฺส หตฺถโต เอกํ ชรโคณํ คเหตฺวา มํสํ ขาทึสุ ฯ อเถกทิวสํ คามโภชโก ขณํ โอโลเกตฺวา โพธิสตฺตสฺส พหิคตเวลาย เคหํ ปาวิสิ ฯ เตสํ สุขนิปนฺนกฺขเณเยว โพธิสตฺโต คามทฺวาเรน อนุปวิสิตฺวา

@เชิงอรรถ: ๑ อรกฺขิโกติปิ ฯ เคหาภิมุโข อโหสิ ฯ สา อิตฺถี คามทฺวาราภิมุขี ตํ ทิสฺวา โก นุ โข เอโสติ อุมฺมาเร ฐตฺวา โอโลเกนฺตี โส เยวาติ ญตฺวา คามโภชกสฺส อาจิกฺขิ ฯ คามโภชโก ภีโต ปกมฺปิ ฯ อถ นํ สา มา ภายิ, อตฺเถโก อุปาโย, อมฺเหหิ ตว หตฺถโต โคมํสํ ขาทิตํ, ตฺวํ มํสมูลํ โสเธนฺโต วิย โหหิ, อหํ โกฏฺฐํ อารุยฺห โกฏฺฐทฺวาเร ฐตฺวา วีหิ นตฺถีติ วกฺขามิ, ตฺวํ เคหมชฺเฌ ฐตฺวา อมฺหากํ ฆเร ทารกา ฉาตา, มํสมูลํ เทหีติ ปุนปฺปุนํ โจเทยฺยาสีติ วตฺวา โกฏฺฐํ อภิรุยฺห โกฏฺฐทฺวาเร นิสีทิ ฯ อิตโร เคหมชฺเฌ ฐตฺวา มํสมูลํ เทหีติ วทติ ฯ สา โกฏฺฐทฺวาเร นิสินฺนา โกฏฺเฐ วีหิ นตฺถิ, สสฺเส อุทฺธเต ทสฺสามิ, คจฺฉาติ อาห ฯ โพธิสตฺโต เคหํ ปวิสิตฺวา เตสํ กิริยํ ทิสฺวา อิมาย ปาปาย กตอุปาโย เอส ภวิสฺสตีติ ญตฺวา คามโภชกํ อามนฺเตตฺวา โภ คามโภชก อมฺเห ชรโคณสฺส มํสํ ขาทนฺตา อิโต มาสทฺวยจฺจเยน วีหึ ทสฺสามาติ ขาทิมฺหา, ตฺวํ อฑฺฒมาสมฺปิ อนติกฺกมิตฺวา อิทาเนว กสฺมา อาหราเปสิ, น ตฺวํ อิมินา การเณน อาคโต อญฺเญน การเณน อาคโต ภวิสฺสสิ, มยฺหํ ตว กิริยา น รุจฺจติ, อยมฺปิ อนาจารา ปาปธมฺมา โกฏฺเฐ วีหีนํ อภาวํ ชานาติ, สาทานิ โกฏฺฐํ อารุยฺห วีหิ นตฺถีติ วทติ, ตฺวมฺปิ เทหีติ, อุภินฺนมฺปิ โว การณํ มยฺหํ น รุจฺจตีติ เอตมตฺถํ ปกาเสนฺโต อิมา คาถา อโวจ

อุภยํ เม น ขมติ, อุภยํ เม น รุจฺจติ,

ยา จายํ โกฏฺฐโมติณฺณา น ทสฺสํ อิติ ภาสติ,

ตํ ตํ คามปติ พฺรูมิ กทเร อปฺปสฺมึ ชีวิเต

เทฺว มาเส สงฺครํ กตฺวา มํสํ ชรคฺควํ กิสํ

อปฺปตฺตกาเล โจเทสิ, ตมฺปิ มยฺหํ น รุจฺจตีติ ฯ

ตตฺถ ตํ ตํ คามปติ พฺรูมีติ อมฺโภ คามเชฏฺฐก เตน การเณน ตํ วทามิ ฯ กทเร อปฺปสฺมึ ชีวิเตติ อมฺหากํ ชีวิตํ นาม กทรญฺเจว ถทฺธํ ลูขํ กสิรํ อปฺปญฺจ มนฺทํ ปริตฺตํ, ตสฺมึ โน เอวรูเป ชีวิเต วตฺตมาเน ฯ เทฺว มาเส สงฺครํ กตฺวา มํสํ ชรคฺควํ กิสนฺติ อมฺหากํ มํสํ คณฺหนฺตานํ ชรคฺควํ กิสํ ทุพฺพลํ ชรโคณํ ททมาโน ตฺวํ ทฺวีหิ มาเสหิ มูลํ ทาตพฺพนฺติ เอวํ เทฺว มาเส สงฺครํ ปริจฺเฉทํ กตฺวา ฯ อปฺปตฺตกาเล โจเทสีติ ตสฺมึ กาเล อสมฺปตฺเต อนฺตรา ว โจเทสิ ฯ ตมฺปิ มยฺหํ น รุจฺจตีติ ยา จายํ ปาปธมฺมา ทุสฺสีลา อนฺโตโกฏฺเฐ วีหีนํ นตฺถิภาวํ ชานมานา ว อชานนฺตี วิย หุตฺวา โกฏฺฐโมติณฺณา โกฏฺฐทฺวาเร ฐตฺวา น ทสฺสํ อิติ ภาสติ, ยญฺจ ตฺวมฺปิ อกาเล โจเทสิ, ตมฺปิ อุภยํ มม น รุจฺจตีติ ฯ

เอวํ โส กเถนฺโต กเถนฺโต ว คามโภชกํ จุฬาย คเหตฺวา กฑฺฒิตฺวา เคหมชฺเฌ ปาเตตฺวา คามโภชโกมฺหีติ ปรสฺส รกฺขิตโคปิเต ภณฺเฑ อปรชฺฌสีติ อาทีหิ ปริภาสิตฺวา โปเถตฺวา ทุพฺพลํ กตฺวา คีวายํ คเหตฺวา เคหา นิกฺกฑฺฒิตฺวา ตมฺปิ ทุฏฺฐอิตฺถึ เกเสสุ คเหตฺวา โกฏฺฐา โอตาเรตฺวา โปเถตฺวา สเจ ปุน เอวรูปํ กโรสิ, ชานิสฺสามีติ สนฺตชฺเชสิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย คามโภชโก ตํ เคหํ โอโลเกตุํ น วิสหิ ฯ สาปิ ปาปา ปุนปิ อติจริตุํ นาสกฺขิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ ตทา คามโภชกสฺส นิคฺคหณการโก คหปติ อหเมว อโหสีติ ฯ

คหปติชาตกํ นวมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๙๘. ราธชาดกชาดกถัดไป๒๐๐. สาธุสีลชาดก