อายาจิตภัตตชาดก
ว่าด้วยการเปลื้องตน
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๙ · บรรทัด ๑๒๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับ อยู่ในพระวิหารเชตวัน ทรงปรารภพลีกรรมอ้อนวอนเทวดาทั้งหลาย จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สเจ มุญฺเจ ดังนี้
ได้ยินว่า ในกาลนั้น มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะไปค้าขาย ได้ฆ่าสัตว์ทำพลีกรรมแก่เทวดาทั้งหลาย อ้อนวอนว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายถึงความสำเร็จประโยชน์โดยไม่ขัดข้องมาแล้ว จักกระทำพลีกรรมแก่ท่านทั้งหลายอีก ดังนี้แล้ว จึงพากันไป. ในกาลนั้นพวกมนุษย์ได้ถึงความสำเร็จประโยชน์โดยไม่มีอันตรายมาแล้ว สำคัญว่า ผลนี้เกิดด้วยอานิภาพของเทวดา จึงฆ่าสัตว์เป็นอันมากกระทำพลีกรรมเพื่อปลดเปลื้องการอ้อนวอน ภิกษุทั้งหลายเห็นดังนั้น จึงทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ประโยชน์ในการอ้อนวอนนี้มีอยู่หรือ ? พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงนำอดีตนิทานมา ดังต่อไปนี้
ในอดีตกาล มีกุฎุมพีคนหนึ่งในบ้านแห่งหนึ่งในแคว้นกาสี ปฏิญญาการพลีกรรมแก่เทวดา ผู้สิงอยู่ที่ต้นไทรซึ่งตั้งอยู่ใกล้ประตูบ้าน แล้วกลับมาโดยไม่มีอันตราย จึงฆ่าสัตว์เป็นอันมาก แล้วไปยังโคนต้นไทรด้วยตั้งใจว่าจักเปลื้องการอ้อนวอน รุกขเทวดายืนอยู่ที่ค่าคบของต้นไม้กล่าวคาถานี้ว่า
ถ้าท่านปรารถนาจะเปลื้องตนให้พ้น ท่านละ โลกนี้ไปแล้วก็จะพ้นได้ ก็ท่านเปลื้องตนอยู่อย่างนี้ กลับจะติดหนักเข้า เพราะนักปราชญ์หาได้เปลื้องตน ด้วยอาการอย่างนี้ไม่การเปลื้องตนอย่างนี้ เป็นเครื่อง ติดของคนพาล.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สเจ มุญฺเจ เปจฺจ มุญฺเจ ความว่าดูก่อนบุรุษผู้เจริญ ถ้าท่านจะเปลื้องตน คือท่านปรารถนาจะเปลื้องตน ท่านละโลกนี้ไปแล้วก็จะพ้นได้ คือจงพ้นโดยประการที่ติดพ้นโลกหน้า. บทว่า มุจฺจมาโน หิ พชฺฌสิ ความว่า ก็ท่านเมื่อปลดเปลื้องโดยประการที่ปรารถนาเพื่อฆ่าสัตว์ปลดเปลื้อง ชื่อว่ายังติดพ้นด้วยกรรมอันลามก เพราะเหตุไร ? เพราะนักปราชญ์ทั้งหลาย หาได้เปลื้องคนด้วยอาการอย่างนี้ไม่ อธิบายว่า ก็บุรุษผู้เป็นบัณฑิตเหล่านั้น ย่อมไม่ปลดเปลื้องตนด้วยคำมั่นสัญญาอย่างนี้เพราะเหตุไร ? เพราะการเปลื้องตนเห็นปานนี้ เป็นเหตุติดพ้นของคนพาลคือธรรมดาการเปลื้องคนเพราะกระทำปาณาติบาตนี้ ย่อมเป็นเหตุติดหนักของคนพาล. รุกขเทวดาแสดงธรรมด้วยประการดังกล่าวนี้.
ตั้งแต่นั้น มนุษย์ทั้งหลายงดเว้นจากกรรมคือปาณาติบาตเห็นปานนั้นพากันประพฤติธรรม ยังเทพนครให้เต็มแล้ว.
พระศาสดาครั้น ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาสืบต่ออนุสนธิแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า สมัยนั้นเราได้เป็นรุกขเทวดาแล.
จบอายาจิตชาดกที่ ๙
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๕ หน้า ๒๗๒–๒๗๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เอกกนิบาตชาดก ๑๐ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๙ อายาจิตภตฺตชาตกํ
สเจ มุญฺเจติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวตานํ อายาจนพลิกมฺมํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
ตทา กิร มนุสฺสา วณิชฺชาย คจฺฉนฺตา ปาเณ วธิตฺวา เทวตานํ พลิกมฺมํ กตฺวา มยํ อนนฺตราเยน อตฺถสิทฺธึ ปตฺวา อาคนฺตฺวา ปุน ตุมฺหากํ พลิกมฺมํ กริสฺสามาติ อายาจิตฺวา คจฺฉนฺติ ฯ ตตฺถ อนนฺตราเยน อตฺถสิทฺธึ ปตฺวา อาคนฺตฺวา เทวตานุภาเวน อิทํ ชาตนฺติ มญฺญมานา พหู ปาเณ วธิตฺวา อายาจนโต มุจฺจิตุํ พลิกมฺมํ กโรนฺติ ฯ ตํ ทิสฺวา ภิกฺขู อตฺถิ นุ โข ภนฺเต เอตฺถ อตฺโถติ ภควนฺตํ ปุจฺฉึสุ ฯ ภควา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต กาสิรฏฺเฐ เอกสฺมึ คามเก เอโก กุฏุมฺพิโก คามทฺวาเร ฐิเต นิโคฺรธรุกฺเข อธิวตฺถาย เทวตาย พลิกมฺมํ ปฏิชานิตฺวา อนนฺตราเยน อาคนฺตฺวา พหู ปาเณ วธิตฺวา อายาจนโต มุจฺจิสฺสามีติ รุกฺขมูลํ คโต ฯ รุกฺขเทวตา ขนฺธวิฏเป ฐตฺวา อิทํ คาถมาห
สเจ มุญฺเจ เปจฺจ มุญฺเจ มุจฺจมาโน หิ พชฺฌสิ
น เหวํ ธีรา มุจฺจนฺติ มุตฺติ พาลสฺส พนฺธนนฺติ ฯ
ตตฺถ สเจ มุญฺเจ เปจฺจ มุญฺเจติ โภ ปุริส ตฺวํ สเจ มุญฺเจ ยทิ มุจฺจิตุกาโมสิ เปจฺจ มุญฺเจ ยถา ปรโลเกน พชฺฌสิ เอวํ มุญฺจ ฯ มุจฺจมาโน หิ พชฺฌสีติ ยถา ปน ตฺวํ ปาณํ วธิตฺวา มุจฺจิตุํ อิจฺฉสิ เอวํ มุจฺจมาโน หิ ปาเปน กมฺเมน พชฺฌสิ ฯ กสฺมา ฯ น เหวํ ธีรา มุจฺจนฺตีติ เย ปน ปณฺฑิตา ปุริสา เต เอวํ ปฏิสฺสวโต น มุจฺจนฺตีติ ฯ กึการณา เอวรูปา หิ มุตฺติ พาลสฺส พนฺธนํ เอสา ปาณาติปาตํ กตฺวา มุตฺติ นาม พาลสฺส พนฺธนเมว โหตีติ ธมฺมํ เทเสสิ ฯ
ตโต ปฏฺฐาย มนุสฺสา เอวรูปา ปาณาติปาตกมฺมา วิรตา ธมฺมํ จริตฺวา เทวนครํ ปูรยึสุ ฯ
สตฺถา อิทํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ อหํ เตน สมเยน รุกฺขเทวตา อโหสินฺติ ฯ
อายาจิตชาตกํ นวมํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๕
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗