ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. อุจฉิฏฐภัตตชาดก
ชาดกที่ ๒๑๒ · ทุกนิบาตชาดก · พีรณัตถัมภกวรรค

อุจฉิฏฐภัตตชาดก

ว่าด้วยนางพราหมณีหาชายชู้

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๗๓ · บรรทัด ๑๕๙๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากอุจฉิฏฐภัตตชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการเล้าโลมของภรรยาเก่า ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อญฺโ อุปริโม วณฺโณ ดังนี้.

ความย่อมีว่า พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุได้ยินว่าเธอกระสันจริงหรือ ภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า ตรัสถามว่า ใครทำให้เธอกระสัน กราบทูลว่าภรรยาเก่าพระเจ้าข้า. ลำดับนั้นพระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่าดูก่อนภิกษุ หญิงนี้เป็นผู้ทำความเสื่อมเสียให้เธอ แม้ในครั้งก่อนได้ให้เธอบริโภคอาหารเหลือเดนของชายชู้ตน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลคนฟ้อนรำที่ยากจนเที่ยวขอภิกษาเขาเลี้ยงชีพตระกูลหนึ่ง ครั้นเติบใหญ่ เป็นคนเข็ญใจ รูปชั่วเที่ยวขอภิกษาเลี้ยงชีพ. ในครั้งนั้น พราหมณีของพราหมณ์คนหนึ่งในหมู่บ้านแคว้นกาสี เป็นหญิงทุศีล ลามกประพฤตินอกใจผัว.

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพราหมณ์ไปทำธุระนอกบ้าน ชายชู้ของพราหมณีเห็นได้โอกาสจึงเข้าไปเรือนนั้น. นางประพฤตินอกใจร่วมกับชายชู้แล้วกล่าวว่า เชิญบริโภคอาหารสักครู่หนึ่งจึงค่อยกลับไป จัดแจงหาอาหารคดข้าวร้อน ๆ พร้อมด้วยแกงและกับ ให้ชายชู้นั้น กล่าวเชิญให้บริโภค นางเองยืนที่ประตูคอยดูพราหมณ์กลับมา. พระโพธิสัตว์ยืนคอยขอก้อนข้าวอยู่ในที่ชายชู้ของพราหมณ์บริโภค. ขณะนั้นพราหมณ์เดินตรงมาบ้าน. พราหมณีเห็นพราหมณ์มา จึงรีบเข้าไปบอกว่า ลุกขึ้นเถิดพราหมณ์กำลังมา แล้วให้ชายชู้ลงไปในยุ้งข้าวในเวลาที่พราหมณ์เข้าไปนั่งแล้ว นางจึงเอาแผ่นกระดานไปให้ ให้น้ำล้างมือคดข้าวร้อน ๆ ไว้ข้างบนข้าวเย็นที่เหลือจากชายชู้บริโภคให้พราหมณ์. พราหมณ์เอื้อมมือลงไปในข้าว เห็นข้าวข้างบนร้อน ข้างล่างเย็น จึงคิดว่าข้าวนี้คงเป็นข้าวเหลือเดนจากคนอื่นกิน. พราหมณ์เมื่อจะถามพราหมณี จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

อาการข้าวข้างบนเป็นอย่างหนึ่ง อาการ ข้าวข้างล่างเป็นอย่างหนึ่ง ดูก่อนพราหมณี ฉัน ขอถามเจ้าหน่อยเถิด เหตุไรข้าวข้างล่างจึงเย็น ข้างบนจึงร้อนนิดหน่อย.

ในบทเหล่านั้น บทว่า วณฺโณ คืออาการ. เพราะพราหมณ์เมื่อจะถามความที่ข้าวข้างบนร้อน และข้างล่างเย็น จึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า กึ เหฏฺา กิญฺจ อุปริ ความว่า แน่ะนางธรรมดาข้าวที่คดข้างบนควรจะเย็น ข้างล่างควรจะร้อน แต่นี่ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเหตุนั้นเราจึงถามเจ้าว่า เพราะเหตุไรข้าวข้างบนจึงร้อน ข้างล่างจึงเย็น.

พราหมณีแม้เมื่อพราหมณ์ถามอยู่บ่อย ๆ ก็ยังนิ่งเฉยเพราะเกรงว่ากรรมที่ตนทำไว้จะเปิดเผยขึ้น. ในขณะนั้น บุตรคนฟ้อนมีความคิดว่า บุรุษที่ถูกให้นั่งในยุ้งคงจะเป็นชายชู้บุรุษผู้นี้คงเป็นเจ้าของบ้าน. ส่วนพราหมณีไม่พูดอะไร ๆเพราะเกรงว่ากรรมที่ตนทำจะปรากฏ เอาเถิดเราจะประกาศกรรมของหญิงนี้ จักบอกถึงความที่ชายชู้ถูกซ่อนไว้ในยุ้งแก่พราหมณ์. บุตรคนฟ้อนจึงบอกพฤติกรรมทั้งหมด ตั้งแต่พราหมณ์ออกจากเรือนไป ชายชู้เข้าไปในเรือน ประพฤติล่วงเกินบริโภคอาหารอย่างดี พราหมณียืนคอยดูทางที่ประตู จนถึงชายชู้ถูกให้ลงยุ้ง แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ดูก่อนท่านผู้เจริญ ฉันเป็นคนฟ้อนรำ เที่ยวขอมาจนถึงที่นี่ ก็ชายชู้ของพราหมณีนี้ ลงไปซ่อนอยู่ในยุ้ง ท่านเสาะหาผู้ใด ผู้นั้นคือ ชายชู้ผู้นี้เอง.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อหํ นโฏสฺมิ ภทฺทนฺเต ความว่านาย ข้าพเจ้าเป็นนักฟ้อนเป็นคนกำพร้า. บทว่า ภิกฺขโกสฺมิ อิธาคโต ความว่า ข้าพเจ้าเที่ยวขอมาถึงที่นี่. บทว่า อยํ หิ โกฏฺโมติณฺโณ ความว่า ก็ชายชู้ของหญิงนี้กำลังบริโภคอาหารอยู่ ลงไปเพราะกลัวท่าน จึงลงไปซ่อนอยู่ในยุ้ง. บทว่า อยํ โส คเวสติ ความว่า เขาผู้นั้นแหละคือผู้ที่ท่านค้นหาอยู่ว่า ข้าวเหลือเดนนี้เป็นของใครหนอ. ท่านจงจับมวยผมของชายชู้ผู้นั้นแล้วโบยนำออกจากยุ้ง จงสั่งสอนเขาไม่ให้กระทำอย่างนี้อีกพระโพธิสัตว์กล่าวแล้วก็หลีกไป. พราหมณ์ก็สั่งสอนคนทั้งสองไม่ให้ทำความชั่วเช่นนี้อีกด้วยการขู่และตบตี เสร็จแล้วก็ไปตามยถากรรม.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ทรงประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุกระสันตั้งอยู่ในโสดาบัน พราหมณีในครั้งนั้นได้เป็นภรรยาเก่าในครั้งนี้พราหมณ์ได้เป็นภิกษุผู้กระสัน ส่วนบุตรคนฟ้อนรำคือ เราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาอุจฉิฏฐภัตตชาดกที่ ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๓๒๖–๓๓๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๕ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๕ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๒ อุจฺฉิฏฺฐภตฺตชาตกํ

อญฺโญ อุปริโม วณฺโณติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุราณทุติยิกปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส หิ ภิกฺขุ สตฺถารา สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโตติ ปุฏฺโฐ สจฺจนฺติ วตฺวา โก ตํ อุกฺกณฺฐาเปสีติ วุตฺเต ปุราณทุติยิกาติ อาห ฯ อถ นํ สตฺถา ภิกฺขุ อยนฺเต อิตฺถี อนตฺถการิกา ปุพฺเพปิ อตฺตโน ชารสฺส อุจฺฉิฏฺฐกํ โภเชสีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ ภิกฺขํ จริตฺวา ชีวิตกปฺปเก กปเณ นฏกกุเล นิพฺพตฺเตตฺวา วยปฺปตฺโต ทุคฺคโต ทุรูปโก หุตฺวา ภิกฺขํ จริตฺวา ชีวิตํ กปฺเปสิ ฯ ตทา กาสิกรฏฺเฐ เอกสฺมึ คามเก เอกสฺส พฺราหฺมณสฺส พฺราหฺมณี ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา อติจารํ จรติ ฯ อเถกทิวสํ เกนจิเทว กรณีเยน พฺราหฺมเณ พหิคเต ตสฺสา ชาโร ตํ ขณํ โอโลเกตฺวา ตํ เคหํ ปาวิสิ ฯ สา เตน สทฺธึ อติจริตฺวา มุหุตฺตํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ว คมิสฺสสีติ ๑- ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา สูปพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ อุณฺหํ ภตฺตํ วฑฺฒิตฺวา ภุญฺชาหีติ ตสฺส ทตฺวา สยํ พฺราหฺมณสฺส อาคมนํ โอโลกยมานา ทฺวาเร อฏฺฐาสิ ฯ โพธิสตฺโต พฺราหฺมณิยา ชารสฺส ภุญฺชนฏฺฐาเน ปิณฺฑํ ปจฺจาสึสนฺโต อฏฺฐาสิ ฯ ตสฺมึ ขเณ พฺราหฺมโณ เคหาภิมุโข อาคจฺฉติ ฯ พฺราหฺมณี ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา เวเคน ปวิสิตฺวา อุฏฺเฐหิ, พฺราหฺมโณ อาคจฺฉตีติ ชารํ โกฏฺเฐ โอตาเรตฺวา พฺราหฺมณสฺส ปวิสิตฺวา นิสินฺนกาเล ผลกํ อุปเนตฺวา หตฺถโธวนํ ทตฺวา อิตเรน ภุตฺตาวสิฏฺฐสฺส สีตภตฺตสฺส อุปริ อุณฺหภตฺตํ วฑฺฒิตฺวา พฺราหฺมณสฺส อทาสิ ฯ โส ภตฺเต หตฺถํ โอตาเรตฺวา อุปริ อุณฺหํ เหฏฺฐา ภตฺตํ สีตลํ ทิสฺวา จินฺเตสิ อิมินา อญฺญสฺส ภุตฺตาธิเกน อุจฺฉิฏฺฐภตฺเตน ภวิตพฺพนฺติ ฯ โส พฺราหฺมณึ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห

อญฺโญ อุปริโม วณฺโณ, อญฺโญ วณฺโณ จ เหฏฺฐิโม,

พฺราหฺมณิ เตฺวว ปุจฺฉามิ กึ เหฏฺฐา กิญฺจ อูปรีติ ฯ

ตตฺถ วณฺโณติ อากาโร ฯ อยํ หิ อุปริมสฺส อุณฺหภาวํ เหฏฺฐิมสฺส จ สีตลภาวํ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห ฯ กึ เหฏฺฐา กิญฺจ อูปรีติ ภทฺเท วฑฺฒิตภตฺเตน นาม อุปริ สีตเลน เหฏฺฐา อุณฺเหน

@เชิงอรรถ: ๑ คมิสฺสามีติ วุตฺเตติปิ ฯ ภวิตพฺพํ, อิทญฺจ น ตาทิสํ, เตน ตํ ปุจฺฉามิ เกน การเณน อุปริภตฺตํ อุณฺหํ เหฏฺฐิมํ สีตลนฺติ ฯ

พฺราหฺมณี อตฺตนา กตกมฺมสฺส อุตฺตานภาวภเยน พฺราหฺมเณ ปุนปฺปุนํ กเถนฺเตปิ ตุณฺหี เยว อโหสิ ฯ ตสฺมึ ขเณ นฏปุตฺตสฺส เอตทโหสิ โกฏฺเฐ นิสีทาปิตปุริเสน ชาเรน ภวิตพฺพํ, อิมินา เคหสามิเกน, พฺราหฺมณี ปน อตฺตนา กตกมฺมสฺส ปากฏภาวภเยน กิญฺจิ น กเถสิ, หนฺทาหํ อิมิสฺสา กมฺมํ ปกาเสตฺวา ชารสฺส โกฏฺฐเก นิสีทาปิตภาวํ พฺราหฺมณสฺส กเถสฺสามีติ ฯ โส พฺราหฺมณสฺส เคหา นิกฺขนฺตกาลโต ปฏฺฐาย อิตรสฺส เคหปฺปเวสํ อติจรณํ อคฺคภตฺตภุญฺชนํ พฺราหฺมณิยา ทฺวาเร ฐตฺวา มคฺคํ โอโลกนํ อิตรสฺส โกฏฺเฐ โอตาริตภาวนฺติ สพฺพนฺตํ ปวุตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา ทุติยํ คาถมาห

อหํ นโฏสฺมิ ภทฺทนฺเต ภิกฺขโกสฺมิ อิธาคโต,

อยํ หิ โกฏฺฐโมติณฺโณ อยํ โส ยํ คเวสสีติ ฯ

ตตฺถ อหํ นโฏสฺมิ ภทฺทนฺเตติ สามิ อหํ นฏชาติโก วราโก ภวามิ ฯ ภิกฺขโกสฺมิ อิธาคโตติ สฺวาหํ อิมํ ฐานํ ภิกฺขโก ภิกฺขํ ปริเยสมาโน อาคโตสฺมิ ฯ อยํ หิ โกฏฺฐโมติณฺโณติ อยํ ปน เอตสฺสา ชาโร อิมํ ภตฺตํ ภุญฺชนฺโต ตว ภเยน โกฏฺฐํ โอติณฺโณ ฯ อยํ โส ยํ คเวสสีติ ยํ ตฺวํ กสฺส นุ โข อิมินา อุจฺฉิฏฺฐเกน ภวิตพฺพนฺติ คเวสสิ, อยํ โส ฯ

จูฬาย นํ คเหตฺวา โปเถตฺวา โกฏฺฐา นีหริตฺวา ยถา น ปุเนวรูปํ ปาปํ กโรติ ตถาสฺส ตํ ชานาหีติ วตฺวา ปกฺกมิ ฯ พฺราหฺมโณ อุโภปิ ยถา น ปุเนวรูปํ ปาปํ กโรนฺติ, ตชฺชนโปถเนหิ ตถา สิกฺขาเปตฺวา ยถากมฺมํ คโต ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ ตทา พฺราหฺมณี ปุราณทุติยิกา อโหสิ, พฺราหฺมโณ อุกฺกณฺฐิโต, นฏปุตฺโต ปน อหเมวาติ ฯ

อุจฺฉิฏฺฐภตฺตชาตกํ ทุติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๑๑. โสมทัตตชาดกชาดกถัดไป๒๑๓. ภรุราชชาดก