เสคคุชาดก
ว่าด้วยการได้รับทุกข์จากผู้เป็นที่พึ่ง
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๘๓ · บรรทัด ๑๖๔๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภอุบาสกผู้ขายผักผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สพฺโพ โลโก ดังนี้. เรื่องราวพิสดารอยู่ในเอกนิบาตนั้นแล้ว.
แม้ในทุกนิบาตนี้ พระศาสดาตรัสถามอุบาสกนั้นว่า ดูก่อนอุบาสก ทำไมหายไปนานนัก. อุบาสกกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ลูกสาวของข้าพระองค์มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ ข้าพระองค์ลองทดลองดู แล้วจึงยกให้เด็กหนุ่มของตระกูลผู้หนึ่ง เพราะมัวจัดการเรื่องนั้นอยู่ จึงไม่ได้โอกาสมาเฝ้าพระองค์. ลำดับนั้นพระศาสดาตรัสกะอุบาสกนั้นว่า ดูก่อนอุบาสก ลูกสาวของท่านมิใช่เป็นผู้มีศีลในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน ก็มีศีล และท่านก็ทดลองนางแล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นรุกขเทวดา. ในกาลนั้นอุบาสกขายผักผู้นี้แหละคิดจะทดลองลูกสาว จึงนำเข้าป่าแล้วจับมือทำเป็นต้องการด้วยอำนาจกิเลส. ลำดับนั้นอุบาสกได้กล่าวกะลูกสาวผู้คร่ำครวญอยู่ด้วยคาถาแรกว่า :-
สัตว์โลกทั้งปวง เป็นผู้พอใจในการเสพ กาม ดูก่อนแม่เสคคุ เจ้าเป็นผู้ไม่ฉลาดในธรรม ของชาวบ้าน ความที่เจ้าเป็นนางกุมารี ถูกบิดา จับมือในป่าชัฏร้องไห้อยู่ในวันนี้เป็นธรรมดา.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สพฺโพ โลโก อตฺตมโน อโหสิความว่า แน่ะแม่หนู สัตว์โลกทั้งสิ้นพอใจในการเสพกามนี้. บทว่า เสคฺคุ เป็นชื่อของหญิงนั้น. ดูก่อนแม่เสคคุ เจ้าไม่ฉลาดในธรรมของชาวบ้าน. ท่านอธิบายว่า เจ้าไม่ฉลาดในธรรมของชาวบ้าน คือ ในธรรมของคนถ่อยนี้. บทว่า โกมาริโก นาม ตวชฺช ธมฺโม. ความว่า แม่หนู สภาพของเจ้านี้อย่างไร ในวันนี้. ยํ ตวํ คหิตา ปวเน ปโรทสิ ความว่า อุบาสกถามว่า เจ้าถูกเราจับมือด้วยความเชยชมในป่านี้ เจ้าคร่ำครวญ คือ ไม่ยอม สภาพของเจ้านี้ คือ อะไรกัน เจ้ายังเป็นเด็กหญิงอยู่หรือ.
กุมารีฟังคำนั้นแล้ว กล่าวว่า จริงจ้ะพ่อ ลูกยังเป็นเด็กหญิงอยู่ แล้วคร่ำครวญกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
เมื่อฉันได้รับทุกข์แล้ว ผู้ใดเป็นที่พึ่งได้ ผู้นั้นคือบิดาของฉัน กลับมาทำกรรมมิดีมิร้าย ฉันในป่า ฉันจะคร่ำครวญหาใครในป่าได้อีกเล่า ผู้ใดเป็นที่พึ่งได้ ผู้นั้นกลับมาทำฉันถึงสาหัส.
อุบาสกขายผักนั้น ลองใจลูกสาวในครั้งนั้นด้วยประการฉะนี้แล้ว จึงพาไปบ้าน ยกให้เด็กหนุ่มแห่งตระกูล แล้วไปตามยถากรรม.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ทรงประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม อุบาสกขายผักได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ลูกสาวในครั้งนั้นได้เป็นลูกสาวในครั้งนี้นั่นเอง ส่วนรุกขเทวดาผู้ทำเหตุนั้นให้ประจักษ์ คือ เราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาเสคคุชาดกที่ ๗
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๓๕๑–๓๕๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๑๘ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
7 Seggujātakaṃ
sabbo lokoti idaṃ satthā jetavane viharanto ekaṃ paṇṇikaṃ upāsakaṃ ārabbha kathesi. Vatthu ekanipāte vitthāritameva.
Idhāpi satthā taṃ upāsakaṃ kiṃ upāsaka cirassaṃ āgatosīti pucchi. Dhītā me bhante niccaṃ hasitamukhī, tamahaṃ vīmaṃsitvā ekassa kuladārakassa adāsiṃ, tattha itikattabbatāya tumhākaṃ dassanāya āgantuṃ okāsaṃ na labhinti āha. Atha naṃ satthā na kho upāsaka idāneva sā sīlavatī pubbepi sīlavatī, tvañca na idāneva taṃ vīmaṃsasi pubbepi vīmaṃsasi yevāti vatvā atītaṃ āhari.
Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto rukkhadevatā ahosi. Tadā ayameva paṇṇikaupāsako dhītaraṃ vīmaṃsissāmīti araññaṃ netvā kilesavasena icchanto viya hatthe gaṇhi. Atha naṃ paridevamānaṃ paṭhamagāthāya ajjhabhāsi.
Sabbo loko attamano ahosi,
akovidā gāmadhammassa seggu,
komāriko nāma tavajja dhammo
yaṃ tvaṃ gahitā pavane parodasīti.
Tattha sabbo loko attamano ahosīti amma sakalopi sattaloko etissā kāmasevanāya attamano jāto. Akovidā gāmadhammassa seggūti seggūti tassā nāmaṃ, tena tvaṃ pana amma seggu akovidā gāmadhammassa. Imasmiṃ gāmadhamme vasaladhamme akusalāsīti vuttaṃ hoti. Komāriko nāma tavajja dhammoti amma kumāriko nāmesa tavajja sabhāvo. Yaṃ tvaṃ gahitā pavane parodasīti tvaṃ mayā imasmiṃ pavane santhavavasena hatthe gahitā parodasi na sampaṭicchasi, ko esa tava sabhāvo, kiṃ kumārī yeva tvanti pucchati.
Taṃ sutvā kumārikā āma tāta kumārikā yevāhaṃ, nāhaṃ methunadhammaṃ nāma jānāmīti vatvā paridevamānā dutiyaṃ gāthamāha
yo dukkhaphuṭṭhāya bhaveyya tāṇaṃ
so me pitā dubbhi vane karoti,
Sā kassa kandāmi vanassa majjhe,
yo tāyitā so sahasā karotīti.
Sā heṭṭhā kathitā yeva.
Iti so paṇṇiko tadā dhītaraṃ vīmaṃsitvā gehaṃ netvā kuladārakassa datvā yathākammaṃ gato.
Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā saccāni pakāsetvā jātakaṃ samodhānesi. Saccapariyosāne paṇṇikaupāsako sotāpattiphale patiṭṭhahi. Tadā dhītā dhītā yeva, pitā pitā yeva ahosi. Tassa pana kāraṇassa paccakkhakārī rukkhadevatā pana ahamevāti.
Seggujātakaṃ sattamaṃ.
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗