ขันติวรรณนชาดก
ว่าด้วยต้องอดใจในคนที่หาคุณธรรมยาก
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๙๙ · บรรทัด ๑๗๑๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระเจ้าโกศล ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อตฺถิ เม ปุริโส เทว ดังนี้.
ได้ยินว่า อำมาตย์ของพระเจ้าโกศลผู้หนึ่ง ผู้มีอุปการะมาก ได้ลอบเป็นชู้กับนางสนม. พระราชาแม้ทรงทราบก็ทรงอดกลั้นนิ่งไว้ด้วยคิดว่า เป็นผู้มีอุปการะแก่เรา ได้กราบทูลพระศาสดา. พระศาสดาตรัสว่า มหาบพิตร แม้พระราชาในกาลก่อนก็ทรงอดกลั้นอย่างนี้เหมือนกัน พระเจ้าโกศลทูลอาราธนาจึงทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี อำมาตย์ผู้หนึ่งได้ลอบเป็นชู้กับนางสนมของพระองค์. แม้คนใช้ของอำมาตย์ก็ลอบเป็นชู้ในครอบครัวของเขา. เขาไม่อาจอดกลั้นความผิดของคนใช้ได้ จึงพาตัวไปเฝ้าพระราชาเพื่อจะถามว่า ข้าแต่สมมติเทพ คนใช้ของข้าพระองค์คนหนึ่งเป็นผู้ทำกิจการทั้งปวง เขาได้เป็นชู้กับครอบครัวของข้าพระองค์ข้าพระองค์ควรจะทำอะไรแก่เขา จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ข้าพระบาท มีบุรุษผู้ขวนขวายในกิจการทุกอย่างอยู่คนหนึ่ง แต่เขามีความผิดอยู่ข้อหนึ่ง พระองค์จะทรงโปรด ดำริในความผิดของเขานั้นเป็นประการใด พระเจ้าข้า.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺส เจโกปราธตฺถิ ความว่า บุรุษนั้นมีความผิดอยู่ข้อหนึ่ง. บทว่า ตตฺถ ตฺวํ กินฺติ มญฺสิ ความว่า พระองค์จะทรงดำริในความผิดของบุรุษนั้นในข้อนั้นว่าควรทํา อย่างไร ขอพระองค์จงทรงปรับสินไหมบุรุษนั้นตามสมควรแก่ความผิดของเขาเถิด พระเจ้าข้า.
พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :บุรุษเช่นนี้ของเราก็มีอยู่ในที่นี้ แต่บุรุษ ผู้ประกอบด้วยองค์คุณหาได้ยาก เราจึงสู้อดใจ เสีย.
อธิบายความแห่งคาถานั้นว่า บุรุษผู้ประทุษร้าย เช่นนี้คือมีอุปการะมาก มีอยู่ในเรือนของเราผู้เป็นพระราชา เป็นสัตบุรุษ. ก็บุรุษนั้นมีอยู่ในที่นี้ เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ในที่นี้แหละ แม้เราผู้เป็นพระราชาก็ยังอดกลั้น เพราะบุรุษนั้นเป็นผู้มีอุปการะมาก. บทว่า องฺคสมฺปนฺโน ความว่า ชื่อว่าบุรุษผู้ประกอบด้วยส่วนแห่งคุณธรรม. ทั้งปวงหาได้ยาก ด้วยเหตุนั้น เราจึงสู้อดกลั้นเสียในฐานะเห็นปานนี้.
อำมาตย์รู้ว่าพระราชาตรัสหมายถึงตน ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่กล้าเป็นชู้กับนางสนมอีก. แม้คนใช้ของอำมาตย์นั้น ก็รู้ว่าพระราชาทรงว่ากล่าวตน ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่กล้าทำกรรมนั้นอีก.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. พระราชาพาราณสีในครั้งนั้น คือเราตถาคตนี้เอง อำมาตย์นั้นรู้ว่าพระราชากราบทูลแด่พระศาสดา ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่อาจทำกรรมนั้น.
จบ อรรถกถาขันติวรรณนชาดกที่ ๕
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๔๐๓–๔๐๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๑๕ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๕ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
5 Khantivaṇṇanajātakaṃ
atthi me puriso devāti idaṃ satthā jetavane viharanto kosalarājānaṃ ārabbha kathesi.
Tassa kireko bahuppakāro amacco antepure padussi. Rājā upakārako meti ñatvāpi adhivāsetvā satthu ārocesi. Satthā purāṇakarājānopi mahārāja evaṃ adhivāsesuṃ yevāti vatvā tena yācito atītaṃ āhari.
Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente eko amacco tassa antepure padussi. Amaccassāpi sevako tassa gehe padussi. So tassa aparādhaṃ adhivāsetuṃ asakkonto taṃ ādāya rañño santikaṃ gantvā deva eko me upaṭṭhāko sabbakiccakārako, so mayhaṃ gehe padussi, tassa kiṃ kātuṃ vaṭṭatīti pucchanto paṭhamaṃ gāthamāha
atthi me puriso deva sabbakiccesu byāvaṭo,
tassa cekoparādhatthi, tattha tvaṃ kinti maññasīti.
Tattha tassa cekoparādhatthīti tassa ca purisassa eko aparādho atthi. Tattha tvaṃ kinti maññasīti tattha tassa purisassa aparādhe tvaṃ kiṃ kātabbanti maññasi, yathā te cittaṃ upajjati tadanurūpamassa daṇḍaṃ panehīti dīpeti.
Taṃ sutvā rājā dutiyaṃ gāthamāha
amhākaṃ atthi puriso ediso idha vijjati,
dullabho aṅgasampanno, khanti asmāka ruccatīti.
Tassattho amhākampi rājūnaṃ sataṃ ediso bahuppakāro agāre dussanakapuriso atthi. So ca kho idha vijjati idānipi idheva saṃvijjati, mayaṃ rājānopi samānā tassa bahuppakārataṃ sandhāya adhivāsema, tuyhaṃ pana araññopi sato adhivāsanabhāro 1- jāto. Aṅgasampannoti sabbaguṇakoṭṭhāsehi samannāgato puriso nāma dullabho, tena kāraṇena amhākaṃ evarūpesu ṭhānesu adhivāsanakhanti yeva ruccatīti.
Amacco attānaṃ sandhāya rañño 2- vuttabhāvaṃ ñatvā tato paṭṭhāya antepure padussituṃ na visahi. Sopissa sevako rañño ārocitabhāvaṃ ñatvā tato paṭṭhāya taṃ kammaṃ kātuṃ na visahi.
Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi. Tadā ahameva bārāṇasirājā ahosinti. Sopi amacco rañño satthu kathitabhāvaṃ ñatvā tato paṭṭhāya taṃ kammaṃ kātuṃ nāsakkhīti.
Khantivaṇṇanajātakaṃ pañcamaṃ.
@Footnote: 1 adhivāsanaṃ bhārotipi 2 raññātipi.
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗