โกสิยชาดก
ว่าด้วยผู้รู้กาลควรไม่ควร
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๐๑ · บรรทัด ๑๗๒๔ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระเจ้าโกศล ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่ากาเล นิกฺขมนา สาธุ ดังนี้.
พระเจ้าโกศลเสด็จออกในเวลาไม่สมควร เพื่อปราบปรามชายแดน. เรื่องนี้มีนัยดังที่กล่าวแล้วในหนหลังทั้งนั้น. ส่วนพระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพาราณสีเสด็จกรีฑาทัพออกในเวลาไม่สมควร ทรงยับยั้งกองทัพอยู่ที่อุทยาน. ในกาลนั้นมีนกเค้าตัวหนึ่งเข้าไปซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ไผ่. ฝูงกาต่างมาล้อมไว้ด้วยคิดว่า จักจับนกเค้าตอนออก. นกเค้าไม่คอยรอจนถึงพระอาทิตย์ตก จึงออกในกาลไม่สมควร พอขยับจะบินหนี. ทีนั้นกาทั้งหลายจึงรุมกันจิกตีจนล่วงลง. พระราชาตรัสเรียกพระโพธิสัตว์แล้วตรัสถามว่า ดูก่อนท่านบัณฑิต พวกกาเหล่านี้จิกตีนกเค้าตกลงด้วยเหตุใดหนอ. พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า นกเค้าออกจากที่อยู่ของตนในกาลไม่สมควร จึงได้รับความทุกข์เห็นปานนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรออกจากที่อยู่ของตนในกาลไม่สมควร. เมื่อจะประกาศข้อความนี้ จึงกล่าวคาถาทั้งสองนี้ว่า :-
การออกไปในเวลาอันสมควรเป็นความ ดี การออกไปในเวลาอันไม่สมควรไม่ดี เพราะ ว่าผู้ออกไปในเวลาไม่สมควร ย่อมไม่ยังประโยชน์อะไรให้เกิดได้ คนที่เป็นศัตรูเป็นอันมาก ย่อมทำอันตรายคนผู้ออกไปแต่ผู้เดียว ในเวลา อันไม่สมควรได้เหมือนฝูงการุมจิกนกเค้าฉะนั้น. นักปราชญ์รู้จักวิธีการต่าง ๆ เข้าใจช่อง ทางของคนเหล่าอื่น ทำพวกศัตรูทั้งมวลให้อยู่ใน อำนาจได้แล้ว พึงอยู่เป็นสุขเหมือนนกเค้าผู้ฉลาด ฉะนั้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า กาเล นิกฺขมนา สาธุ ความว่า การออกไปก็ดี การก้าวไปก็ดี ชื่อว่าการออกไป การออกไปในกาลอันสมควรเป็นการดี การออกไปในกาลอันไม่สมควร ไม่ดีเพราะฉะนั้น การออกไปก็ดี การก้าวไปก็ดี เพื่อจะไปในที่อื่นจากที่อยู่ของตน ไม่ดี. ในบทสี่บทมีอาทิว่า อกาเลหิ พึงประกอบบทที่สามด้วยบทที่หนึ่ง บทที่สี่ด้วยบทที่สอง แล้วพึงทราบความอย่างนี้. ที่นั้นแลชนเป็นอันมาก คือคนที่เป็นศัตรูเป็นอันมากล้อมคน ๆ เดียวผู้ออกไปหรือก้าวไปในเวลาอันไม่สมควร ยังคน ๆ เดียวให้ถึงความพินาศ. เปรียบเหมือนฝูงกาจิกนกเค้าผู้ออกไปหรือก้าวไปในเวลาอันไม่สมควรให้ถึงมหาพินาศ ฉะนั้น. เพราะฉะนั้น ให้ดูสัตว์ดิรัจฉานเป็นต้น ใคร ๆ ไม่ควรออกไปไม่ควรก้าวไปจากที่อยู่ของตนในเวลาอันไม่สมควร. บทว่าธีโร ในคาถาที่สองได้แก่ บัณฑิต. บทว่า วิธิ ได้แก่ประเพณีที่บัณฑิตแต่ก่อนได้วางไว้. บทว่า วิธานํ ได้แก่ ส่วนหรือการจัด. บทว่า วิวรานุคู ได้แก่ เดินตาม คือรู้. บทว่า สพฺพามิตฺเต ได้แก่ศัตรูทั้งหมด. บทว่า วสีกตฺวา ได้แก่ ทำไว้ในอำนาจของตน. บทว่า โกสิโยว คือ เหมือนนกเค้าผู้ฉลาดอื่นจากนกเค้าโง่นี้. ท่านอธิบายไว้ว่า ก็ผู้ใดแลเป็นบัณฑิตย่อมรู้วิธีการอันเป็นส่วนของวิธี กล่าวคือประเพณีที่โบราณกบัณฑิตวางไว้ว่า ในกาลนี้ควรออกไป ควรก้าวไป ในกาลนี้ ไม่ควรออกไป ไม่ควรก้าวไปหรือ การจัดแจงวิธีนั้น. ผู้นั้นชื่อว่า รู้จักวิธีการต่าง ๆ รู้ช่องทางของคนอื่น คือ ศัตรูของตน เหมือนนกเค้าผู้ฉลาด ออกและก้าวไปโดยกาลอันสมควรของตน คือตอนกลางคืน จิกหัวกาซึ่งนอนอยู่ ณ ที่นั้น ๆ ทำกาเหล่านั้นทั้งหมดให้อยู่ในอำนาจของตนพึงอยู่เป็นสุข ฉันใด แม้บัณฑิตออกไป ก้าวไป ในกาลอันสมควรก็ฉันนั้น กระทำศัตรูของตนให้อยู่ในอำนาจ พึงมีความสุข ไม่มีทุกข์ ฉะนั้น.
พระราชาทรงสดับคำของพระโพธิสัตว์แล้วเสด็จกลับพระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. พระราชาในครั้งนั้นได้เป็นอานนท์ในครั้งนี้ ส่วนอำมาตย์บัณฑิตคือ เราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาโกสิยชาดกที่ ๖
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๔๐๖–๔๐๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๑๔ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๔ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๖ โกสิยชาตกํ
กาเล นิกฺขมนา สาธูติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลราชานํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
โสกลราชา ปจฺจนฺตํ วูปสมนตฺถาย อกาเล นิกฺขมิ ฯ วตฺถุ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว ฯ สตฺถา ปน อตีตํ อาหริตฺวา อาห ฯ มหาราช
อตีเต พาราณสิราชา อกาเล นิกฺขมิตฺวา อุยฺยาเน ขนฺธาวารํ นิวาเสสิ ฯ ตสฺมึ กาเล เอโก อุลูกสกุโณ เวฬุคุมฺพํ ปวิสิตฺวา นิลียิ ฯ กากเสนา อาคนฺตฺวา นิกฺขมนฺตเมว ตํ คณฺหิสฺสามาติ ปริวาเรสุํ ฯ โส สุริยตฺถคมนํ อโนโลเกตฺวาว อกาลสฺเสว นิกฺขมิตฺวา ปลายิตุํ อารภิ ฯ อถ นํ กากา ปริวาเรตฺวา ตุณฺเฑหิ โกฏฺเฏตฺวา ปริปาเตสุํ ฯ ราชา โพธิสตฺตํ อามนฺเตตฺวา กึ นุ โข ปณฺฑิต อิเม กากา โกสิยํ ปริปาเตนฺตีติ ปุจฺฉิ ฯ โพธิสตฺโต อกาเล มหาราช อตฺตโน วสนฏฺฐานา นิกฺขมนฺตา เอวรูปํ ทุกฺขํ ปฏิลภนฺติ เยว, ตสฺมา อกาเล อตฺตโน วสนฏฺฐานา นิกฺขมิตุํ น วฏฺฏตีติ อิมมตฺถํ ปกาเสนฺโต อิมํ คาถาทฺวยมาห
กาเล นิกฺขมนา สาธุ, นากาเล สาธุ นิกฺขโม,
อกาเลน หิ นิกฺขมฺม เอกกมฺปิ พหุชฺชโน
น กิญฺจิ อตฺถํ ชาเตติ ๑- ธํกเสนาว โกสิยํ ฯ
@เชิงอรรถ: ๑ ชาเนตีติปิ ฯ
ธีโร วิธิวิธานญฺญู ปเรสํ วิวรานุคู
สพฺพามิตฺเต วสีกตฺวา โกสิโยว สุขี สิยาติ ฯ
ตตฺถ กาเล นิกฺขมนา สาธูติ มหาราช นิกฺขมนา นาม นิกฺขมนํ วา ปรกฺกมนํ วา ยุตฺตมตฺตกาเล สาธุ นากาเล สาธุ นิกฺขโมติ อกาเล ปน อตฺตโน วสนฏฺฐานโต อญฺญตฺถ คนฺตุํ นิกฺขมนํ วา ปรกฺกมนํ วา น สาธุ ฯ อกาเลน หีติ อาทีสุ จตูสุ ปเทสุ ปฐมปเทน สทฺธึ ตติยํ ทุติเยน จตุตฺถํ โยเชตฺวา เอวํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, อตฺตโน วสนฏฺฐานโต หิ โกจิ ปุริโส อกาเล นิกฺขมิตฺวา วา ปรกฺกมิตฺวา วา น กิญฺจิ อตฺถํ ชาเตติ อตฺตโน อปฺปมตฺตกมฺปิ วุฑฺฒึ อุปฺปาเทตุํ น สกฺโกติ ฯ อถ โข เอกกมฺปิ พหุชฺชโน พหุปิ โส ปจฺจตฺถิกชโน เอกํ อกาเล นิกฺขมนฺตํ วา ปรกฺกมนฺตํ วา เอกกํ สมฺปริวาเรตฺวา มหาวินาสํ ปาเปติ ฯ ตตฺรายํ อุปมา, ธํกเสนา ว โกสิยนฺติ ยถา อยํ ธํกเสนา อิมํ อกาเล นิกฺขมนฺตญฺจ ปรกฺกมนฺตญฺจ โกสิยํ ตุณฺเฑหิ วิตุทนฺตา มหาวินาสํ ปาเปติ, ตถา ฯ ตสฺมา ติรจฺฉานคเต อาทึ กตฺวา เกนจิ อกาเล อตฺตโน วสนฏฺฐานโต น นิกฺขมิตพฺพํ น ปรกฺกมิตพฺพนฺติ ฯ ทุติยคาถาย ธีโรติ ปณฺฑิโต ฯ วิธีติ โปราณกปณฺฑิเตหิ ฐปิตปเวณิ ฯ วิธานนฺติ โกฏฺฐาโส วา สํวิทหนํ วา ฯ วิวรานุคูติ วิวรํ อนุคจฺฉนฺโต ชานนฺโต ฯ สพฺพามิตฺเตติ สพฺเพ อมิตฺเต ฯ วสีกตฺวาติ อตฺตโน วเส กตฺวา ฯ โกสิโยวาติ อิมมฺหา พาลโกสิยา อญฺโญ ปณฺฑิตโกสิโย วิย ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ โย จ โข ปณฺฑิโต อิมสฺมึ กาเล นิกฺขมิตพฺพํ ปรกฺกมิตพฺพํ อิมสฺมึ กาเล น นิกฺขมิตพฺพํ น ปรกฺกมิตพฺพนฺติ โปราณปณฺฑิเตหิ ฐปิตสฺส ปเวณิสงฺขาตสฺส วิธิโน โกฏฺฐาสสงฺขาตํ วิธานํ ตสฺส วา วิธิโน วิธานํ สํวิทหนํ อนุฏฺฐานํ ชานาติ ฯ โส วิธิวิธานญฺญู ปเรสํ อตฺตโน ปจฺจามิตฺตานํ วิวรํ ญตฺวา ยถา นาม ปณฺฑิโต โกสิโย รตฺติสงฺขาเตน อตฺตโน กาเลน นิกฺขมิตฺวา จ ปรกฺกมิตฺวา จ ตตฺถ ตตฺถ สยิตานญฺเญว กากานํ สีสานิ ฉินฺทมาโน เต สพฺเพ อมิตฺเต วสีกตฺวา สุขี สิยา เอวํ ธีโรปิ กาเล นิกฺขมิตฺวา ปรกฺกมิตฺวา อตฺตโน ปจฺจามิตฺเต วสีกตฺวา สุขี นิทฺทุกฺโข ภเวยฺยาติ ฯ
ราชา โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา นิวตฺติ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมวาติ ฯ
โกสิยฺชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗