ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. โภชาชานียชาดก
ชาดกที่ ๒๓ · เอกกนิบาตชาดก · กุรุงควรรค

โภชาชานียชาดก

ว่าด้วยม้าสินธพอาชาไนย

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๓ · บรรทัด ๑๕๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากโภชาชานียชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับ อยู่ในพระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้ละความเพียรรูปหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อปิ ปสฺเสน เสมาโน ดังนี้.

ความพิศดารว่า สมัยนั้น พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุนั้นมาแล้วตรัสว่าดูก่อนภิกษุ บัณฑิตทั้งหลายแม้ในกาลก่อน ได้การทำความเพียรแม้ในที่อันมิใช่ที่อยู่ แม้ได้รับบาดเจ็บก็ไม่ละความเพียร ดังนี้แล้ว ทรงนำอดีตนิทานมาว่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติ อยู่ในนครพาราณสีพระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลม้าสินธพชื่อ โภชาชานียะ สมบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง ได้เป็นม้ามงคลของพระเจ้าพาราณสี พระโพธิสัตว์นั้นบริโภคโภชนะข้าวสาลีมีกลิ่นหอมอันเก็บไว้ ๓ ปี ถึงพร้อมด้วยรสเลิศต่างๆ ในถาดทองอันมีราคาแสนหนึ่ง ยืนอยู่ในภาคพื้นอันไล้ทาด้วยของหอมมีกำเนิด ๔ ประการเท่านั้น สถานที่ยืนนั้นวงด้วยม่านผ้ากัมพลแดง เบื้องบนดาดเพดานผ้าอันวิจิตรด้วยดาวทอง ห้อยพวงของหอมและพวงดอกไม้ ตามประทีปน้ำหอม ก็ขึ้นชื่อว่าพระราชาทั้งหลายผู้ไม่ปรารถนาราชสมบัติในนครพาราณสี ย่อมไม่มีคราวหนึ่ง พระราชา ๗ พระองค์พากันล้อมนครพาราณสี ทรงส่งหนังสือแก่พระเจ้าพาราณสีว่า จะให้ราชสมบัติแก่เราทั้งหลายหรือจะรบ. พระเจ้าพาราณสีให้ประชุมอำมาตย์ทั้งหลายแล้วตรัสบอกข่าวนั้น แล้วตรัสถามว่า ดูก่อนพ่อทั้งหลาย บัดนี้ พวกเราจะกระทำอย่างไร ? อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ เบื้องต้นพระองค์ยังไม่ต้องออกรบก่อน พระองค์จงส่งทหารม้าชื่อโน้นให้กระทำการรบ เมื่อทหารม้านั้นไม่สามารถข้าพระบาททั้งหลายจักรู้ในภายหลัง. พระราชารับสั่งให้เรียกทหารม้านั้นมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนพ่อ เธอจักอาจการทำการรบกับพระราชา ๗ องค์หรือไม่. นายทหารม้ากราบทูลว่าข้าแต่สนมติเทพ ถ้าข้าพระบาทได้ม้าสินธพชื่อโภชาชานียะไซร้ พระราชา ๗พระองค์จงยกไว้ ข้าพระบาทจักอาจรบกับพระราชาทั่วทั้งชมพูทวีป. พระราชาตรัสว่า ดูก่อนพ่อ ม้าสินธพโภชาชานียะ หรือม้าอื่นก็ช่างเถิด. นายทหารม้านั้นรับพระดำรัสแล้ว ถวายบังคมพระราชาลงจากปราสาท ให้น้ำม้าสินธพโภชาชานียะมา แม้คนก็ผูกสอดเกราะทุกอย่าง เหน็บพระขรรค์ ขึ้นหลังม้าสินธพตัวประเสริฐ ออกจากพระนครไปประดุจฟ้าแลบ ทำลายกองพลที่ ๑ จับเป็นพระราชาได้องค์หนึ่ง พามามอบให้แก่พลในนครแล้วกลับไปอีก ทำลายกองพลที่ ๒ กองพลที่ ๓ ก็เหมือนกัน จับเป็นพระราชาได้ ๕ องค์ อย่างนี้ด้วยประการฉะนี้ แล้วทำลายกองพลที่ ๖ ในคราวจับพระราชาองค์ที่ ๖ ม้าสินธพโภชาชานียะได้รับบาดเจ็บ เลือดไหล เวทนากล้าเป็นไป นายทหารม้านั้นรู้ว่าม้าสินธพนั้นได้รับบาดเจ็บ จึงให้ม้าสินธพโภชาชานียะนอนที่ประตูพระราชวัง เริ่มทำเกราะให้หลวมเพื่อจะผูกเกราะม้าตัวอื่น พระโพธิสัตว์ทั้งที่นอนทางข้างที่ที่ความผาสุกมาก ลืมตาขึ้นเห็นนายทหารม้า (ทำอย่างนั้น) จึงคิดว่า นายทหารมานี้จะหุ้มเกราะม้าตัวอื่น และม้าตัวนี้จักไม่สามารถทำลายกองพลที่ ๗ จับพระราชาองค์ที่ ๗ ได้ และกรรมที่เราทำไว้แล้วจักพินาศหมดแม้นายทหารม้าซึ่งไม่มีผู้เปรียบก็จักพินาศ แม้พระราชาก็จักตกอยู่ในเงื้อมมือของพระราชาอื่น เว้นเราเสียม้าอื่นชื่อว่าสามารถเพื่อทำลายกองพลที่ ๗ แล้วจับพระราชาองค์ที่ ๗ ได้ย่อมไม่มี ทั้ง ๆ ที่นอนอยู่นั่นแล ให้เรียกนายทหารม้ามาแล้วกล่าวว่า ดูก่อนนายทหารน้ำผู้สหาย เว้นเราเสีย ชื่อว่าม้าอื่นผู้สามารถเพื่อทำลายกองพลที่ ๗ แล้วจับพระราชาองค์ที่ ๗ ได้ย่อมไม่มี เราจักไม่ทำกรรมที่เรากระทำแล้ว ให้เสียหาย ท่านจงให้เราแลลุกขึ้นแล้ว ผูกเกราะเถิดครั้นกล่าวแล้วจึงกล่าวคาถานี้ว่า

ม้าสินธพอาชาไนยถูกลูกศรแทงแล้ว แม้นอน ตะแคงอยู่ข้างเดียว ก็ยังประเสริฐกว่าน้ำกระจอก ดู ก่อนนายสารี ท่านจงประกอบฉันออกรบเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปิ ปสฺเสน เสมาโน ได้แก่ แม้นอนโดยข้างๆ เดียว. บทว่า สลฺเลภิ สลฺลลีกโต ความว่า เป็นผู้แม้ถูกศรทั้งหลายแล้ว. บทว่า เสยฺโยว วฬวา โภชฺโฌ ความว่า ม้ากระจอกซึ่งไม่ได้เกิดในตระกูลม้า ม้าสินธพ ชื่อว่า วฬวะ ม้าโภชาชานียสินธพชื่อว่า โภชฌะ ดังนั้น ม้าโภชาชานียสินธพนั่นแหละ แม้ถูกลูกศรแทงแล้วก็ยังประเสริฐคือเลิศ อุดม กว่าม้ากระจอกนั่น. ด้วยบทว่า ยุญฺช มญฺเว สารถี นี้ พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เพราะเหตุที่เราแล แม้จะไปด้วยอาการอย่างนี้ก็ยังประเสริฐกว่า ฉะนั้น ท่านจงประกอบเราเถิด อย่าประกอบม้าตัวอื่นเลย.

นายทหารม้าพยุงพระโพธิสัตว์ให้ลุกขึ้นพันแผลแล้ว ผูกสอดเรียบร้อยนั่งบนหลังของพระโพธิสัตว์นั้น ทำลายกองพลที่ ๗ จับเป็นพระราชาองค์ที่ ๗แล้วมอบ ให้แก่พลของพระราชา คนทั้งหลายนำแม้พระโพธิสัตว์มายังประตูพระราชวัง พระราชาเสด็จออกเพื่อทอดพระเนตรพระโพธิสัตว์นั้น พระมหาสัตว์ทูลพระราชาว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าทรงฆ่าพระราชาทั้ง ๗ เลยจงให้กระทำสบถแล้วปล่อยไป พระองค์จงประทานยศที่จะพึงประทานแก่ข้าพระบาทและนายทหารม้า ให้เฉพาะแก่นายทหารม้าเท่านั้น การจับพระราชา๗ องค์ได้แล้ว ทำทหารผู้กระทำการรบให้พินาศย่อมไม่ควร แม้พระองค์ก็จงทรงบำเพ็ญทาน รักษาศีล ทรงครองราชสมบัติโดยธรรม เมื่อพระโพธิสัตว์ให้โอวาทแก่พระราชาอย่างนี้แล้ว คนทั้งหลายจึงถอดเกราะของพระโพธิสัตว์ออกเมื่อเกราะสักว่าถูกถอดออกเท่านั้น พระโพธิสัตว์นั้นดับไปแล้ว. พระราชาทรงให้ทำฌาปนกิจสรีระของพระโพธิสัตว์นั้น ได้ประทานยศใหญ่แก่นายทหารม้าทรงให้พระราชาทั้ง ๗ พระองค์ ทรงกระทำสบถเพื่อไม่ประทุษร้ายพระองค์อีกแล้วทรงส่งไปยังที่ของตน ทรงครองราชสมบัติโดยธรรม โดยสม่ำเสมอ ในเวลาสุดสิ้นพระชนมายุ ได้เสด็จไปตามยถากรรม.

พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตทั้งหลายในปางก่อนได้กระทำความเพียรแม้ในที่อันมิใช่บ่อเกิดอย่างนี้ แม้ได้รับบาดเจ็บเห็นปานนี้ ก็ไม่ละความเพียร ส่วนเธอบวชในศาสนาอันเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์เห็นปานนี้ เพราะเหตุไร จึงละความเพียรเสีย แล้วทรงประกาศสัจจะทั้ง ๔ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้ละความเพียรตั้งอยู่ในพระอรหัตผล ฝ่ายพระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาสืบต่ออนุสนธิแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้น ได้เป็นพระอานนท์ นายทหารม้าในครั้งนั้น ได้เป็นพระสารีบุตร ส่วนโภชาชานิยสินธพในครั้งนั้น ได้เป็นเราแล.

จบโภชาชานียชาดกที่ ๓

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๕ หน้า ๒๘๗–๒๙๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๑๐ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๓ โภชาชานียชาตกํ

อปิ ปสฺเสน เสมาโนติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ โอสฺสฏฺฐวิริยํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

ตสฺมึ หิ สมเย สตฺถา ตํ ภิกฺขุํ อามนฺเตตฺวา ภิกฺขุ ปุพฺเพปิ ปณฺฑิตา อนายตเนปิ วิริยํ อกํสุ ปหารํ ลทฺธาปิ เนว วิริยํ โอสฺสชฺชึสูติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต โภชาชานียสินฺธวกุเล นิพฺพตฺโต สพฺพาการสมฺปนฺโน พาราณสีรญฺโญ มงฺคลอสฺโส อโหสิ ฯ โส สตสหสฺสคฺฆนิกาย สุวณฺณปาติยํเยว นานคฺครสสมฺปนฺนํ ติวสฺสิกคนฺธสาลิโภชนํ ภุญฺชติ จตุชาติยคนฺธ- วิลิตฺตายเมว ภูมิยํ ติฏฺฐติ ฯ ตํ ฐานํ รตฺตกมฺพลสาณิปริกฺขิตฺตํ อุปริ สุวณฺณตารกวิจิตฺตเจลวิตานํ สโมสริตคนฺธทามมาลาทามํ อวิชหิตคนฺธเตลปฺปทีปํ อโหสิ ฯ พาราณสีรชฺชํ ปน อปฏฺเฐนฺตา ราชาโน นาม นตฺถิ ฯ เอกํ สมยํ สตฺต ราชาโน พาราณสึ ปริกฺขิปิตฺวา อมฺหากํ รชฺชํ วา เทตุ ยุทฺธํ วาติ พาราณสีรญฺโญ ปณฺณํ เปสยึสุ ฯ ราชา อมจฺเจ สนฺนิปาตาเปตฺวา ตํ ปวุตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา อิทานิ กึ กโรม ตาตาติ ปุจฺฉิ ฯ เทว ตุมฺเหหิ ตาว อาทิโตว ยุทฺธตฺถาย น คนฺตพฺพํ อสุกํ นาม อสฺสาโรหํ เปเสตฺวา ยุทฺธํ กาเรถ ตสฺมึ อสกฺโกนฺเต ปจฺฉา ชานิสฺสามาติ ฯ ราชา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สกฺขิสฺสสิ ตาต สตฺตหิ ราชูหิ สทฺธึ ยุทฺธํ กาตุนฺติ อาห ฯ เทว สเจ โภชาชานียสินฺธวํ ลภามิ ติฏฺฐนฺตุ สตฺต ราชาโน สกลชมฺพูทีปราชูหิปิ สทฺธึ ยุชฺฌิตุํ สกฺขิสฺสามีติ ฯ ตาต โภชาชานียสินฺธโว วา โหตุ อญฺโญ วา ยํ อิจฺฉสิ ตํ คเหตฺวา ยุทฺธํ กโรหีติ ฯ โส สาธุ เทวาติ ราชานํ วนฺทิตฺวา ปาสาทา โอรุยฺห โภชาชานียสินฺธวํ อาหราเปตฺวา อตฺตนาปิ สพฺพสนฺนาหสนฺนทฺโธ ขคฺคํ พนฺธิตฺวา สินฺธวปิฏฺฐิวรคโต นครา นิกฺขมฺม วิชฺชุลตา วิย จรมาโน ปฐมํ พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา เอกํ ราชานํ ชีวคฺคาหเมว คเหตฺวา อาคนฺตฺวา นคเร พลสฺส นิยฺยาเทตฺวา ปุน คนฺตฺวา ทุติยํ พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา ตถา ตติยนฺติ เอวํ ปญฺจ ราชาโน ชีวคฺคาหํ คเหตฺวา ฉฏฺฐํ พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา ฉฏฺฐสฺส รญฺโญ คหิตกาเล โภชาชานีโย ปหารํ ลภติ โลหิตํ ปคฺฆรติ เวทนา พลวติโย วตฺตนฺติ ฯ อสฺสาโรโห ตสฺส ปหฏภาวํ ญตฺวา โภชาชานียสินฺธวํ ราชทฺวาเร นิปชฺชาเปตฺวา สนฺนาหํ สิถิลํ กตฺวา อญฺญํ อสฺสํ สนฺนยฺหิตุํ อารทฺโธ ฯ โพธิสตฺโต มหาผาสุกปสฺเสน นิปนฺโนว อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา อสฺสาโรหํ ทิสฺวา อยํ อญฺญํ อสฺสํ สนฺนยฺหติ อยญฺจ อสฺโส สตฺตมํ พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา สตฺตมํ ราชานํ คณฺหิตุํ น สกฺขิสฺสติ มยา กตํ กมฺมญฺจ นสฺสิสฺสติ อปฺปฏิสโม อสฺสาโรโหปิ นสฺสิสฺสติ ราชาปิ ปรหตฺถํ คมิสฺสติ ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ อสฺโส สตฺตมํ พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา สตฺตมํ ราชานํ คณฺหิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถีติ นิปนฺนโกว อสฺสาโรหํ ปกฺโกสาเปตฺวา สมฺม อสฺสาโรห สตฺตมํ พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา สตฺตมํ ราชานํ คณฺหิตุํ สมตฺโถ ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ อสฺโส นาม นตฺถิ นาหํ มยา กตกมฺมํ นาเสสฺสามิ มมญฺเญว อุฏฺฐาเปตฺวา สนฺนยฺหาติ วตฺวา อิมํ คาถมาห

อปิ ปสฺเสน เสมาโน สลฺเลภิ สลฺลลีกโต

เสยฺโยว วฬวา โภชฺโฌ ยุญฺช มญฺเญว สารถีติ ฯ

ตตฺถ อปิ ปสฺเสน เสมาโนติ เอเกน ปสฺเสน สยมาโนปิ ฯ สลฺเลภิ สลฺลลีกโตติ สลฺเลหิ วิทฺโธปิ สมาโน ฯ เสยฺโยว วฬวา โภชฺโฌติ วฬโวติ สินฺธวกฺเล อชาโต ขฬุงฺกสฺโส ฯ โภชฺโฌติ โภชาชานียสินฺธโว ฯ อิติ เอตสฺมา วฬวา สลฺเลหิ วิทฺโธปิ โภชาชานียสินฺธโวว เสยฺโย วโร อุตฺตโม ฯ ยุญฺช มญฺเญว สารถีติ ยสฺมา เอวํ คโตปิ อหเมว เสยฺโย ตสฺมา มญฺเญว โยเชหิ มา อญฺเญปีติ วทติ ฯ

อสฺสาโรโห โพธิสตฺตํ อุฏฺฐาเปตฺวา วณํ พนฺธิตฺวา สุสนฺนทฺธํ สนฺนยฺหิตฺวา ตสฺส ปิฏฺฐิยํ นิสีทิตฺวา สตฺตมํ พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา สตฺตมํ ราชานํ ชีวิคฺคาหํ คเหตฺวา ราชพลสฺส นิยฺยาเทติ ฯ โพธิสตฺตํปิ ราชทฺวารํ อานยึสุ ฯ ราชา ตสฺส ทสฺสนตฺถาย นิกฺขมิ ฯ มหาสตฺโต ราชานํ อาห มหาราช สตฺต ราชาโน มา ฆาตยิตฺถ สปถํ กาเรตฺวา วิสฺสชฺเชถ มยฺหญฺจ อสฺสาโรหสฺส จ ทาตพฺพํ ยสํ อสฺสาโรหสฺเสว เทถ สตฺต ราชาโน คเหตฺวา ทินฺนํ โยธนฺนาม นาเสตุํ น วฏฺฏติ ตุมฺเหปิ ทานํ เทถ สีลํ รกฺขถ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรถาติ ฯ เอวํ โพธิสตฺเตน รญฺโญ โอวาเท ทินฺเน โพธิสตฺตสฺส สนฺนาหํ โมจยึสุ ฯ โส สนฺนาเห มุตฺตมตฺเตเยว นิรุชฺฌิ ฯ ราชา ตสฺส สรีรกิจฺจํ กาเรตฺวา อสฺสาโรหสฺส มหนฺตํ ยสํ ทตฺวา สตฺต ราชาโน ปุน อตฺตโน อทุพฺภาย สปถํ กาเรตฺวา สกฏฺฐานานิ เปเสตฺวา ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรตฺวา ชีวิตปริโยสาเน ยถากมฺมํ คโต ฯ

สตฺถา เอวํ ภิกฺขเว ปุพฺเพ ปณฺฑิตา อนายตเนปิ วิริยํ อกํสุ เอวรูปํ ปหารํ ลทฺธาปิ น โอสฺสชฺชึสุ ตฺวํ ปน เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา กสฺมา วิริยํ โอสฺสชฺชสีติ วตฺวา จตฺตาริ สจฺจานิ ปกาเสสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน โอสฺสฏฺฐวิริโย ภิกฺขุ อรหตฺตผเล ปติฏฺฐาสิ ฯ สตฺถาปิ อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ อสฺสาโรโห สารีปุตฺโต โภชาชานียสินฺธโว ปน อหเมว อโหสีติ ฯ

โภชาชานียชาตกํ ตติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๕

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๒. กุกกุรชาดกชาดกถัดไป๒๔. อาชัญญชาดก