ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. วิคติจฉชาดก
ชาดกที่ ๒๔๔ · ทุกนิบาตชาดก · สิคาลวรรค

วิคติจฉชาดก

ว่าด้วยความปรารถนาไม่มีที่สิ้นสุด

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๓๘ · บรรทัด ๑๙๑๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากวิคติจฉชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภปลายิปริพาชกผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ยํ ปสฺสติ น ตํ อิจฺฉติ ดังนี้.

ได้ยินว่า ปริพาชกผู้นั้นไม่ได้คำตอบโต้ในสกลชมพูทวีปทั้งสิ้น จึงมากรุงสาวัตถี ถามว่าใครจะสามารถโต้วาทะกับเราบ้าง ได้ฟังว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสามารถ จึงแวดล้อมด้วยมหาชนพากันไปเชตวันมหาวิหาร ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งกำลังทรงแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัทสี่.

ลำดับนั้น พระศาสดาทรงแก้ปัญหาแก่ปริพาชกนั้น แล้วตรัสถามว่า อะไรชื่อว่าหนึ่ง. ปริพาชกนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงลุกหนีไป. บริษัทที่นั่งอยู่ต่างกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ปริพาชกถูกพระองค์ข่มด้วยปัญหาบทเดียวเท่านั้น พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย เรามิได้ข่มปริพาชกนั้นด้วยปัญหาบทเดียวในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนเราก็ข่มได้เหมือนกัน ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลพราหมณ์ ในแคว้นกาสี ครั้นเจริญวัย ละกามสมบัติกามคุณออกบวชเป็นฤๅษีอยู่ในหิมวันตประเทศเป็นเวลานาน ต่อมาพระโพธิสัตว์ลงจากภูเขาอาศัยหมู่บ้านตำบลหนึ่ง พำนักอยู่ ณ บรรณศาลาใกล้แม่น้ำวน.

ลำดับนั้น ปริพาชกผู้หนึ่งไม่ได้วาทะโต้ตอบในชมพูทวีปทั้งสิ้น จึงไปถึงตำบลนั้นถามว่า มีใครบ้างหนอที่สามารถโต้ตอบวาทะกับเราได้ รู้ว่ามีทั้งได้ฟังถึงความอาจหาญของพระโพธิสัตว์จึงแวดล้อมด้วยมหาชนไปยังที่อยู่ของพระโพธิสัตว์นั้น กระทำปฏิสันถารนั่งอยู่. ลำดับนั้นพระโพธิสัตว์ถามปริพาชกนั้นว่าท่านจักดื่มน้ำแม่คงคา มีสีและกลิ่นอบอวลบ้างไหม. ปริพาชกเมื่อจะเล่นสำนวน จึงกล่าวว่า อะไรคือคงคา คงคาทราย คงคาน้ำคงคาฝั่งนี้ หรือคงคาฝั่งโน้น. พระโพธิสัตว์กล่าวโต้ว่า ดูก่อนปริพาชกก็ท่านจะแยกน้ำกับทรายและฝั่งนี้ฝั่งโน้นออกเสียแล้วจักได้คงคาที่ไหนเล่า. ปริพาชกสิ้นปฏิภาณลุกหนีไป. เมื่อปริพาชกหนีไป พระโพธิสัตว์เมื่อจะแสดงธรรมแก่บริษัทที่นั่งอยู่ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-

บุคคลเห็นฝั่งใด ไม่ปรารถนาสิ่งนั้น อนึ่ง บุคคลไม่เห็นสิ่งใด ย่อมปรารถนาสิ่งนั่น เราเข้า ใจว่า บุคคลนั้นจักท่องเที่ยวไปอีกนาน อยากได้ สิ่งใด ก็จักไม่ได้สิ่งนั้นเลย. บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น ปรารถนาสมบัติอันใด ก็ติเตียนสมบัติที่ได้มา นั้น เพราะขึ้นชื่อว่าความปรารถนามีอารมณ์ไม่ สิ้นสุด เราขอกระทำความนอบน้อมแด่ท่านผู้ ปราศจากความปรารถนา.

ในบทเหล่านั้น บทว้า ยํ ปสฺสติ ความว่า บุคคลเห็นน้ำเป็นต้น ก็ไม่ปรารถนาว่าเป็นแม่คงคา. บทว่า ยญฺจ น ปสฺสติ ความว่า บุคคลไม่เห็นคงคาที่ไม่มีน้ำเป็นต้น นัยว่ายังปรารถนาแม่คงคานั้น. บทว่า มญฺามิ จิรํ จริสฺสติ ความว่า ข้าพเจ้าเข้าใจอย่างนี้ว่า ปริพาชกนี้แสวงหาแม่คงคา เห็นปานนี้จักเที่ยวไปอีกนาน หรือนัยหนึ่งเมื่อแสวงหาตนอันพ้นไปจากรูปเป็นต้นเหมือนหาแม่คงคาที่ไม่มีน้ำเป็นต้น ฉะนั้น จักเที่ยวไปในสงสารสิ้นกาลนาน แม้เที่ยวไปสิ้นกาลนาน ก็ย่อมไม่ได้แม่คงคาหรือตนตามที่ปรารถนา เมื่อได้น้ำเป็นต้น หรือรูปเป็นต้น ก็ย่อมไม่พอใจ เมื่อไม่พอใจในสิ่งที่ได้อย่างนี้ ปรารถนาสมบัติใด ๆครั้นได้แล้วย่อมดูหมิ่นดูแคลนเสียด้วยคิดว่า จักมีประโยชน์อะไรด้วยสมบัตินี้. ตัณหาอันชื่อว่าความปรารถนานี้ มีอารมณ์หาที่สุดมิได้ เพราะดูหมิ่นสิ่งที่ได้แล้วไปปรารถนาอารมณ์อื่น ๆ. ฉะนั้นบัณฑิตเหล่าใด เป็นผู้ปราศจากความปรารถนา มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น เราทั้งหลายขอทำความเคารพนอบน้อมท่านบัณฑิตเหล่านั้น ดังนี้.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. ปริพาชกในครั้งนั้นได้เป็นปริพาชกในครั้งนี้. ส่วนดาบส คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาวิคติจฉชาดกที่ ๔

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๔๙๘–๕๐๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๑ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๔ วิคติจฺฉชาตกํ

ยํ ปสฺสติ น ตํ อิจฺฉตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ปลายิปริพฺพาชกํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส กิร สกลชมฺพุทีเป ปฏิวาทํ อลภิตฺวา สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา โก มยา สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถติ ปุจฺฉิตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺโธติ สุตฺวา มหาชนปริวุโต เชตวนํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ ฯ อถสฺส สตฺถา ตํ วิสฺสชฺเชตฺวา เอกํ นาม กินฺติ ปญฺหํ ปุจฺฉิ ฯ โส ตํ กเถตุํ อสกฺโกนฺโต อุฏฺฐาย ปลายิ ฯ นิสินฺนปริสา เอกปเทเนว โว ภนฺเต ปริพฺพาชโก นิคฺคหิโตติ อาหํสุ ฯ สตฺถา นาหํ อุปาสกา อิทาเนว ตํ เอกปเทเนว นิคฺคณฺหามิ, ปุพฺเพปิ นิคฺคณฺหามิ เยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิกรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺเตตฺวา วยปฺปตฺโต กาเม ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ทีฆรตฺตํ หิมวนฺเต วสิ ฯ โส ปพฺพตา โอรุยฺห เอกํ นิคมคามํ นิสฺสาย คงฺคานิวตฺตเน ปณฺณสาลายํ วาสํ กปฺเปสิ ฯ อเถโก ปริพฺพาชโก สกลชมฺพุทีเป ปฏิวาทํ อลภิตฺวา ตํ นิคมคามํ ปตฺวา อตฺถิ นุ โข โกจิ มยา สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถติ ปุจฺฉิตฺวา อตฺถีติ โพธิสตฺตสฺส อานุภาวํ สุตฺวา มหาชนปริวุโต ตสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา นิสีทิ ฯ อถ นํ โพธิสตฺโต วณฺณคนฺธปริภาวิตํ คงฺคาปานียํ ปวิสฺสสีติ ปุจฺฉิ ฯ ปริพฺพาชโก วาเทน โอตฺถรนฺโต กา คงฺคา วาลุกาคงฺคา อุทกคงฺคา โอริมตีรคงฺคา ปาริมตีรคงฺคาติ อาห ฯ โพธิสตฺโต ตฺวํ ปน ปริพฺพาชก ฐเปตฺวา อุทกวาลุกํ โอริมตีรญฺจ ปาริมตีรญฺจ กหํ คงฺคํ ลภิสฺสสีติ อาห ฯ ปริพฺพาชโก อปฺปฏิภาโณ หุตฺวา อุฏฺฐาย ปลายิ ฯ ตสฺมึ ปลาเต โพธิสตฺโต สนฺนิสินฺนปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อโวจ

ยํ ปสฺสติ น ตํ อิจฺฉติ, ยญฺจ น ปสฺสติ ตํ กิร อิจฺฉติ,

มญฺญามิ จิรํ จริสฺสติ, น หิ ตํ ลจฺฉติ ยํ โส อิจฺฉติ ฯ

ยํ ลภติ น เตน ตุสฺสติ, ยํ ปตฺเถติ, ลทฺธํ หีเฬติ,

อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา, วิคติจฺฉานํ นโม กโรมเสติ ฯ

ตตฺถ ยํ ปสฺสตีติ ยํ อุทกาทึ ปสฺสติ ตํ คงฺคาติ น อิจฺฉติ ฯ ยญฺจ น ปสฺสตีติ ยญฺจ อุทกาทิวินิมฺมุตฺตํ คงฺคํ น ปสฺสติ, ตํ กิร อิจฺฉติ ฯ มญฺญามิ จิรํ จริสฺสตีติ อหํ เอวํ มญฺญามิ, อยํ ปริพฺพาชโก เอวรูปํ คงฺคํ ปริเยสนฺโต จิรํ จริสฺสติ, ยถา วา อุทกาทิวินิมฺมุตฺตํ คงฺคํ เอวํ รูปาทิวินิมฺมุตฺตํ อตฺตานมฺปิ ปริเยสนฺโต สํสาเร จิรํ จริสฺสติ ฯ น หิ ตํ ลจฺฉตีติ จิรํ จรนฺโตปิ ยํ ตํ เอวรูปํ คงฺคํ วา อตฺตานํ วา อิจฺฉติ ตํ น ลจฺฉติ ฯ ยํ ลภตีติ ยํ อุทกาทึ วา รูปาทึ วา ลภติ เตน น ตุสฺสติ ฯ ยํ ปตฺเถติ ลทฺธํ หีเฬตีติ เอวํ ลทฺเธน อตุสฺสนฺโต ยํ ยํ สมฺปตฺตึ ปตฺเถติ ตํ ตํ ลภิตฺวา กึ เอตายาติ หีเฬติ อวมญฺญติ ฯ อิจฺฉา หิ อนนฺตโคราติ ยสฺมา ลทฺธํ ลทฺธํ หีเฬตฺวา อญฺญํ อญฺญํ อารมฺมณํ อิจฺฉนโต อยํ อิจฺฉา นาม ตณฺหา อนนฺตโคจรา ฯ วิคติจฺฉานํ นโม กโรมเสติ ตสฺมา เย วิคติจฺฉา พุทฺธาทโย เตสํ มยํ นมการํ กโรมาติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา ปริพฺพาชโก เอตรหิ ปริพฺพาชโก อโหสิ, ตาปโส ปน อหเมวาติ ฯ

วิคติจฺฉชาตกํ จตุตฺถํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๔๓. คุตติลชาดกชาดกถัดไป๒๔๕. มูลปริยายชาดก