ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. กิงสุโกปมชาดก
ชาดกที่ ๒๔๘ · ทุกนิบาตชาดก · สิคาลวรรค

กิงสุโกปมชาดก

ว่าด้วยคนไม่รู้ธรรมด้วยญาณย่อมสงสัยในธรรม

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๔๖ · บรรทัด ๑๙๔๔ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากกิงสุโกปมชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภกิงสุโกปมสูตร ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สพฺเพหิ กึสุโก ทิฏฺโ ดังนี้

ได้ยินว่า ภิกษุ ๔ รูปเข้าไปเฝ้าพระตถาคตทูลขอกรรมฐานพระศาสดาทรงบอกกรรมฐานแก่ภิกษุเหล่านั้น. ภิกษุเหล่านั้นเรียนกรรมฐานไปสู่ที่พักกลางคืนที่พักกลางวัน. ในภิกษุเหล่านั้นภิกษุรูปหนึ่งกำหนดผัสสายตนะ ๖ บรรลุพระอรหัตแล้ว. รูปหนึ่งกำหนดขันธ์ ๕. รูปหนึ่งกำหนดมหาภูต ๔. รูปหนึ่งกำหนดธาตุ ๑๘. ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลคุณวิเศษที่ตนบรรลุแด่พระศาสดา. ในบรรดาภิกษุเหล่านั้นมีรูปหนึ่งเกิดความปริวิตกว่ากรรมฐานเหล่านั้นมีข้อแตกต่างกัน แต่นิพพานเป็นอย่างเดียวกัน ภิกษุทั้งหมดบรรลุอรหัตได้อย่างไร. จึงทูลถามพระศาสดาพระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุเธอก็ไม่ต่างกันกับพี่น้อง ๔ คนที่เห็นต้นทองกวาว ภิกษุทั้งหลายกราบทูลอาราธนาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์ทรงแสดงเหตุนี้แก่ข้าพระองค์เถิดทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระองค์มีพระโอรส ๔ พระองค์. วันนี้โอรสทั้ง๔ ตรัสเรียกสารถีมาตรัสว่า ดูก่อนสหาย พวกเราอยากเห็นต้นทองกวาว ท่านจงแสดงต้นทองกวาวมาให้พวกเราดูเถิด. สารถีรับว่า ดีละ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์จักแสดง แต่ไม่แสดงแก่ราชบุตรทั้ง ๔ พร้อมกัน ให้ราชบุตรองค์ประทับนั่งบนรถไปก่อน พาไปในป่าแล้วชี้ให้ดูต้นทองกวาวในเวลาสลัดใบว่า นี้คือต้นทองกวาว. อีกองค์หนึ่งให้ดูในเวลาออกใบอ่อน อีกองค์หนึ่งให้ดูเวลาออกดอก อีกองค์หนึ่งให้ดูในเวลาออกผล. ต่อมาราชบุตรทั้ง ๔ พี่น้องประทับนั่งพร้อมหน้ากัน จึงไต่ถามกันขึ้นว่า ชื่อว่าต้นทองกวาวเป็นเช่นไร. องค์ที่หนึ่งตรัสว่า เหมือนตอไหม้ไฟ องค์ที่สองตรัสว่า เหมือนต้นไทร องค์ที่สามตรัสว่าเหมือนชิ้นเนื้อ องค์ที่สี่ตรัสว่า เหมือนต้นซึก. ทั้ง ๔ พระองค์ไม่ตกลงตามคำของกันและกัน จึงไปเฝ้าพระบิดา ทูลถามว่าข้าแต่พระบิดา ชื่อว่าต้นทองกวาวเป็นอย่างไร. เมื่อพระราชาตรัสว่า พวกเจ้าว่ากันอย่างไรเล่า. จึงกราบทูลพระราชาตามที่ถกเถียงกัน. พระราชาตรัสว่า พวกเจ้าแม้ทั้งสี่ได้เห็นต้นทองกวาวแล้วเป็นแต่สารถีผู้แสดงต้นทองกวาว. พวกเจ้ามิได้ไต่ถามจารไนออกไปว่า ในกาลนี้ต้นทองกวาวเป็นเช่นไร. ด้วยเหตุนั้นความสงสัยจึงเกิดขึ้นแก่พวกเจ้า ตรัสคาถาแรกว่า :-

ท่านทุกคนเห็นต้นทองกวาวแล้ว ยังจะ สงสัยในต้นทองกวาวนั้น เพราะเหตุไรหนอ ท่านทั้งหลายหาได้ถามสารถีให้ถี่ถ้วนในที่ ทั้งปวงไม่.

พระศาสดาทรงแสดงเหตุนี้แล้วตรัสว่า แน่ะภิกษุ เหมือนอย่างพี่น้องทั้ง ๔ เกิดความสงสัยในต้นทองกวาว เพราะมิได้ไต่ถามให้ถ้วนถี่ฉันใด แม้เธอสงสัยเกิดขึ้นในธรรมนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน พระองค์ตรัสรู้แล้ว ได้ตรัสคาถาที่ ๒ ว่า :-

บุคคลเหล่าใด ยังไม่รู้ธรรมทั้งหลาย ด้วย ญาณทั้งปวง บุคคลเหล่านั้นแล ย่อมสงสัยใน ธรรมทั้งปวง เหมือนพระราชบุตร ๔ พระองค์ ทรงสงสัยในต้นทองกวาวฉะนั้น.

เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า เหมือนอย่างพี่น้องเหล่านั้นสงสัยแล้ว เพราะไม่เห็นต้นทองกวาวทุกฐานะ ฉันใด ธรรมทั้งปวงแยกประเภทเป็นผัสสะ ๖ อายตนะ ขันธ์ ภูต และธาตุ. ชนเหล่าใดไม่ได้ให้เกิดด้วยวิปัสสนาญาณทั้งปวง คือมิได้แทงตลอด เพราะยังไม่ได้บรรลุโสดาปัตติมรรค ชนเหล่านั้นย่อมสงสัยในธรรมมี ผัสสะ ๖ และอายตนะเป็นต้น เหมือนพี่น้องทั้งสี่สงสัยในต้นทองกวาวต้นเดียวกันฉันนั้น.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. พระเจ้ากรุงพาราณสีในครั้งนั้น คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถากิงสุโกปมสูตรที่ ๘

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๕๑๔–๕๑๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๔ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๔ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๘ กึสุโกปมชาตกํ

สพฺเพหิ กึสุโก ทิฏฺโฐติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กึสุโกปมสุตฺตนฺตํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

จตฺตาโร กิร ภิกฺขู ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ ยาจึสุ ฯ สตฺถา เตสํ กมฺมฏฺฐานํ กเถสิ ฯ เต กมฺมฏฺฐานานิ คเหตฺวา อตฺตโน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ อคมํสุ ฯ เตสุ เอโก ฉ ผสฺสายตนานิ ปริคฺคณฺหิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ ฯ เอโก ปญฺจกฺขนฺเธ ฯ เอโก จตฺตาโร มหาภูเต ฯ เอโก อฏฺฐารสธาตุโย ฯ เต อตฺตโน อตฺตโน อธิคตวิเสสํ สตฺถุ อาโรเจสุํ ฯ ตตฺเถกสฺส ภิกฺขุโน ปริวิตกฺโก อุทปาทิ อิเมสํ กมฺมฏฺฐานานํ นานา, นิพฺพานํ ปน เอกํ, กถํ สพฺเพหิ อรหตฺตํ ปตฺตนฺติ ฯ โส สตฺถารํ ปุจฺฉิ ฯ สตฺถา กินฺเต ภิกฺขุ กึสุกทิฏฺเฐหิ จตูหิ ภาติเกหิ นานตฺตนฺติ วตฺวา อิทํ โน ภนฺเต การณํ กเถถาติ ภิกฺขูหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตสฺส จตฺตาโร ปุตฺตา อเหสุํ ฯ เต เอกทิวสํ สารถึ ปกฺโกสาเปตฺวา มยํ สมฺม กึสุกํ ทฏฺฐุกามา, กึสุกรุกฺขํ โน ทสฺเสหีติ อาหํสุ ฯ สารถิ สาธุ ทสฺเสสฺสามีติ วตฺวา จตุนฺนํ เอกโต อทสฺเสตฺวา เชฏฺฐปุตฺตํ ตาว รเถ นิสีทาเปตฺวา อรญฺญํ เนตฺวา อยํ กึสุโกติ ขาณุกกาเล ๑- กึสุกํ ทสฺเสสิ ฯ อปรสฺส พาลปลาสกาเล, อปรสฺส ปุปฺผิตกาเล, อปรสฺส ผลิตกาเล ฯ อปรภาเค จตฺตาโรปิ ภาตโร เอกโต นิสินฺนา กึสุโก

@เชิงอรรถ: ๑ ขาณุโกรกาเลติปิ ฯ นาม กีทิโสติ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ฯ เอโก เสยฺยถาปิ ฌามขาณุโกติ อาห ฯ ทุติโย เสยฺยถาปิ นิโคฺรธรุกฺโขติ ฯ ตติโย เสยฺยถาปิ มํสเปสีติ ฯ จตุตฺโถ เสยฺยถาปิ สิริสรุกฺโขติ ฯ เต อญฺญมญฺญสฺส กถาย อปริตุฏฺฐา ปิตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา เทว กึสุโก นาม กีทิโสติ ปุจฺฉิตฺวา ตุมฺเหหิ กึ กถิตนฺติ วุตฺเต อตฺตโน กถิตนีหารํ รญฺโญ กเถสุํ ฯ ราชา จตูหิปิ ตุมฺเหหิ กึสุโก ทิฏฺโฐ, เกวลํ โว กึสุกสฺส ทสฺเสนฺโต สารถิ อิมสฺมึ กาเล กึสุโก กีทิโส, อิมสฺมึ กาเล กีทิโสติ วิภชิตฺวา น ปุจฺฉิโต, เตน โว กงฺขา อุปฺปนฺนาติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห

สพฺเพหิ กึสุโก ทิฏฺโฐ, กินฺเนฺวตฺถ วิจิกิจฺฉถ,

น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ สารถี ปริปุจฺฉิโตติ ฯ

ตตฺถ น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ สารถี ปริปุจฺฉิโตติ สพฺเพหิ โว กึสุโก ทิฏฺโฐ, กินฺนุ ตุมฺเห เอตฺถ วิจิกิจฺฉถ, สพฺเพสุ ฐาเนสุ กึสุโก เจโส, ตุมฺเหหิ ปน น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ สารถี ปริปุจฺฉิโต, เตน โว กงฺขา อุปฺปนฺนาติ ฯ

สตฺถา อิมํ การณํ ทสฺเสตฺวา ยถา ภิกฺขุ เต จตฺตาโร ภาติกา วิภาคํ กตฺวา อปุจฺฉิตตฺตา กึสุเก กงฺขํ อุปฺปาเทสุํ, เอวํ ตฺวมฺปิ อิมสฺมึ ธมฺเม กงฺขํ อุปฺปาเทสีติ วตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห

เอวํ สพฺเพหิ ญาเณหิ เยสํ ธมฺมา อชานิตา,

เต เว ธมฺเมสุ กงฺขนฺติ กึสุกสฺมึว ภาตโรติ ฯ

ตสฺสตฺโถ ยถา เต ภาตโร สพฺเพสุ ฐาเนสุ กึสุกสฺส อทิฏฺฐตฺตา กงฺขึสุ, เอวํ สพฺเพหิ วิปสฺสนาญาเณหิ เยสํ สพฺเพ ฉผสฺสายตนกฺ- ขนฺธภูตธาตุเภทา ธมฺมา อชานิตา โสตาปตฺติมคฺคสฺส อนธิคตตฺตา อปฺปฏิวิทฺธา, เตเนว เตสุ ฉผสฺสายตนาทิธมฺเมสุ กงฺขนฺติ, ยถา เอกสฺมิญฺเญว กึสุกสฺมึ จตฺตาโร ภาตโรติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา พาราณสิราชา อหเมวาติ ฯ

กึสุโกปมชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๔๗. ปาทัญชลิชาดกชาดกถัดไป๒๔๙. สาลกชาดก