ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สาลกชาดก
ชาดกที่ ๒๔๙ · ทุกนิบาตชาดก · สิคาลวรรค

สาลกชาดก

ว่าด้วยสาลกวานร

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๔๘ · บรรทัด ๑๙๕๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสาลกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระมหาเถระรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า เอกปุตฺตโก ภวิสฺสติ ดังนี้.

ได้ยินว่า พระมหาเถระนั้นให้กุมารน้อยบรรพชาแล้ว ทำให้ลำบากอยู่ ณ พระเชตวันนั้น. สามเณรนั้นไม่สามารถจะทนความลำบากได้จึงสึก. พระเถระไปเกลี้ยกล่อมกุมารน้อยนั้นว่าดูก่อนกุมารน้อย จีวรของเธอคงเป็นของเธอตามเดิม แม้บาตรก็คงเป็นของเธอ ทั้งบาตรและจีวรก็คงเป็นของเธอ จงมาบรรพชาเถิด. กุมารน้อยนั้น แม้กล่าวว่า ผมจักไม่บรรพชา ถูกพระเถระรบเร้าบ่อย ๆ เข้าก็บรรพชา ครั้งนั้นพระเถระได้ให้สามเณรนั้นลำบากอีกตั้งแต่วันที่บวช. สามเณรทนความลำบากไม่ไหวจึงสึกอีก แม้พระเถระเกลี้ยกล่อมอยู่หลายครั้งหลายครา ก็ไม่ยอมบวช โดยกล่าวว่า หลวงพ่อไม่เห็นใจผม หลวงพ่อขาดผมจะไม่สามารถเป็นไปได้เทียวหรือ ไปเถิดหลวงพ่อ ผมไม่บวชละ.

ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในโรงธรรมว่า อาวุโสทั้งหลายทารกนั้นใจดีจริงหนอ ทราบอัธยาศัยของพระมหาเถระแล้วจึงไม่ยอมบวช. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบัดนี้พวกเธอนั่งสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทารกนั้นมิใช่มีใจดีแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็ใจดี เห็นโทษของพระเถระนั้นคราวเดียวเท่านั้น ไม่ยอมเข้าใกล้อีก ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลกุฎุมพี ครั้นเจริญวัยเลี้ยงชีพด้วยการขายข้าวเปลือก. มีหมองูคนหนึ่ง หัดลิงตัวหนึ่งให้ถือยาแล้วให้งูแสดงการละเล่นกับลิงนั่งเลี้ยงชีพ. เมื่อมีการโฆษณาแสดงมหรสพที่กรุงพาราณสี. หมองูนั้นประสงค์จะชมมหรสพ จึงมอบลิงนั้นไว้กับพ่อค้าขายข้าวเปลือกนั้น สั่งว่าท่านอย่าดูดายลิงตัวนี้ ครั้นชมมหรสพแล้วในวันที่ ๗ จึงไปหาพ่อค้าถามว่า ลิงอยู่ที่ไหน. ลิงพอได้ยินเสียงเจ้าของรีบออกจากร้านขายข้าวเปลือก. ลำดับนั้นหมองู จึงเอาไม้เรียวตีหลังลิงพาไปสวนผูกไว้ข้างหนึ่ง แล้วหลับไป. ลิงรู้ว่าเจ้าของหลับ จึงแก้เชือกที่ผูกออกหนีไปขึ้นต้นมะม่วง กินผลมะม่วงสุก แล้วทิ้งเมล็ดลงตรงหัวหมองู. หมองูตื่นแลดูเห็นลิงนั้นแล้ว จึงคิดว่า เราจักลวงเจ้าลิงนั้นด้วยถ้อยคำไพเราะ ให้มันลงจากต้นไม้แล้วจึงจับมัน เมื่อจะเกลี้ยกล่อมลิงนั้น ได้กล่าวคาถาแรกว่า :-

ดูก่อนพ่อสาลกวานร เจ้าเป็นลูกคนเดียว ของพ่อ อนึ่ง พ่อจักได้เป็นใหญ่ในตระกูลของ พ่อ ลงมาจากต้นไม้เถิด มาเถิดลูกพ่อ จะพากลับ ไปบ้านของเรา. ลิงได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :ท่านสำคัญว่า เราเป็นสัตว์ใจดีจึงได้ตีเรา ด้วยเรียวไม้ไผ่ เราพอใจอยู่ในป่ามะม่วงที่มี ผลสุก ท่านจงกลับไปบ้านตามสบายเถิด.

ในบทเหล่านั้น บทว่า นนุ มํ สุหทโยติ มญฺสิ ความว่าท่านสำคัญเราว่าเป็นสัตว์มีใจดีมิใช่หรือ อธิบายว่า ท่านสำคัญว่าลิงนี้เป็นสัตว์ใจดี. บทว่า ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺิยา ความว่าท่านแสดงไว้ดังนี้ว่า ท่านดูหมิ่นเราด้วยเหตุใด และท่านเฆี่ยนเราด้วยไม้เรียวด้วยเหตุใด เหตุนั้นเราจึงไม่กลับไป. เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจึงพอใจในป่ามะม่วงนี้ เชิญท่านกลับไปเรือนตามสบายเถิด. แล้วกระโดดเข้าป่าไป. แม้หมองูก็ไม่พอใจได้กลับไปเรือนของตน.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. ลิงในครั้งนั้นได้เป็นสามเณรในครั้งนี้ หมองูได้เป็นพระมหาเถระ ส่วนพ่อค้าขายข้าวเปลือกคือ เราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาสาลกชาดกที่ ๙

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๕๑๘–๕๒๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๘ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๙ สาลกชาตกํ

เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ มหาเถรํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส กิเรกํ กุมารกํ ปพฺพาเชตฺวา ปีเฬนฺโต ตตฺถ วิหรติ ฯ โส สามเณโร ปีฬํ สหิตุํ อสกฺโกนฺโต อุปฺปพฺพชิ ฯ เถโร คนฺตฺวา ตํ อุปลาเปติ กุมารก ตว จีวรํ ตเวว ภวิสฺสติ, ปตฺโตปิ ตว สนฺตโก, ปตฺตจีวรมฺปิ ตเวว ภวิสฺสติ, เอหิ, ปพฺพชาหีติ ฯ โส นาหํ ปพฺพชิสฺสามีติ วตฺวาปิ ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน ปพฺพชิ ฯ อถ นํ ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปุน เถโร วิเหเฐสิ ฯ โส ปีฬํ อสหนฺโต ปุน อุปฺปพฺพชิตฺวา อเนกวารํ ยาจนฺเตปิ ตสฺมึ ตฺวํ เนว มํ สหสิ, น มํ วินาวตฺติตุํ สกฺโกสิ, คจฺฉ, น ปพฺพชิสฺสามีติ น ปพฺพชิ ฯ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส สุหทโย วต โส ทารโก มหาเถรสฺส อาสยํ ญตฺวา น ปพฺพชีติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย มามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนเวส สุหทโยว, ปุพฺเพปิ สุหทโย เอกวารํ เอตสฺส โทสํ ทิสฺวา ปุน น อุปคจฺฉีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กุฏุมฺพิกกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ธญฺญวิกฺกเยน ชีวิตํ กปฺเปสิ ฯ อญฺญตโรปิ อหิคุณฺฑิโก ๑- เอกํ มกฺกฏํ สิกฺขาเปตฺวา โอสธํ คาหาเปตฺวา เตน สปฺปํ กีฬาเปนฺโต ชีวิตํ กปฺเปสิ ฯ โส พาราณสิยํ อุสฺสเว สงฺฆุฏฺเฐ อุสฺสวํ กีฬิตุกาโม อิมํ มา ปมชฺชีติ ตํ มกฺกฏํ ตสฺส ธญฺญวาณิชกสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา อุสฺสวํ กีฬิตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา กหํ มกฺกโฏติ ปุจฺฉิ ฯ มกฺกโฏ สามิกสฺส สทฺทํ สุตฺวา ว ธญฺญาปณโต เวเคน นิกฺขมิ ฯ อถ นํ โส เวฬุเปสิกาย ปิฏฺฐิยํ โปเถตฺวา อาทาย อุยฺยานํ คนฺตฺวา เอกมนฺเต พนฺธิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ ฯ มกฺกโฏ ตสฺส นิทฺทายนภาวํ ญตฺวา อตฺตโน พนฺธนํ โมเจตฺวา ปลายิตฺวา อมฺพรุกฺขํ อารุยฺห อมฺพปกฺกํ ขาทิตฺวา อฏฺฐึ อหิคุณฺฑิกสฺส สรีเร ปาเตสิ ฯ โส ปพุชฺฌิตฺวา โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา มธุรวาจาย นํ วญฺเจตฺวา รุกฺขา โอตาเรตฺวา คณฺหิสฺสามีติ ตํ อุปลาเปนฺโต ปฐมํ คาถมาห

เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสิ

ตฺวญฺจ โน เหสฺสสิ อิสฺสโร กุเล,

@เชิงอรรถ: ๑ อหิคุณฺฐิโกติปิ ฯ

โอโรหิ ทุมสฺมา สาลก

เอหิ, ทานิ ฆรกํ วเชมเสติ ฯ

ตสฺสตฺโถ ตฺวํ มยฺหํ เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสิ กุเล จ เม โภคานํ อิสฺสโร, เอตมฺหา รุกฺขา โอตร เอหิ, อมฺหากํ ฆรํ คมิสฺสาม ฯ สาลกาติ นาเมน อาลปนฺโต อาห ฯ

ตํ สุตฺวา มกฺกโฏ ทุติยํ คาถมาห

นนุ มํ สุหทโยติ มญฺญสิ

ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺฐิยา,

ปกฺกมฺพวเน รมามเส,

คจฺฉ ตฺวํ ฆรกํ ยถาสุขนฺติ ฯ

ตตฺถ นนุ มํ สุหทโยติ มญฺญสีติ นนุ ตฺวํ มํ สุหทโยติ มญฺญสิ สุหทโย อยนฺติ มญฺญสีติ อตฺโถ ฯ ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺฐิยาติ ยํ มํ เอวํ อติมญฺญสิ ยญฺจ เวฬุเปสิกาย หนสิ, เตนาหํ น คจฺฉามีติ ทีเปติ ฯ อถ นํ มยํ อิมสฺมึ ปกฺกมฺพวเน รมามฺหเส, คจฺฉ ตฺวํ ฆรกํ ยถาสุขนฺติ วตฺวา อุปฺปติตฺวา วนํ ปาวิสิ ฯ อหิคุณฺฑิโกปิ อนตฺตมโน เคหํ อคมาสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา มกฺกโฏ สามเณโร อโหสิ, อหิคุณฺฑิโก มหาเถโร, ธญฺญวาณิโช ปน อหเมวาติ ฯ

สาลกชาตกํ นวมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๔๘. กิงสุโกปมชาดกชาดกถัดไป๒๕๐. กปิชาดก