กปิชาดก
ว่าด้วยเข้าใจว่าลิงเป็นฤาษี
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๕๐ · บรรทัด ๑๙๖๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุโกหกรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อยํ อิสี อุปสมสญฺเม รโต ดังนี้.
ได้ยินว่า ข้อที่ภิกษุนั้นเป็นผู้หลอกลวงได้ปรากฏในหมู่ภิกษุ. ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ภิกษุโน้นบวชในพระพุทธศาสนาอันเป็นที่นำสัตว์ออกจากภพ ยังบำเพ็ญวัตรของผู้หลอกลวงอีก. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้วจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นมิใช่เป็นผู้หลอกลวงแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็เคยเป็นผู้หลอกลวงเหมือนกันเกิดเป็นลิงได้ทำการหลอกลวงเพราะเหตุเพียงไฟเท่านั้น แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในแคว้นกาสี ครั้นเจริญวัย ในเวลาที่บุตรเที่ยววิ่งเล่นได้ นางพราหมณีก็ถึงแก่กรรม จึงอุ้มบุตรเข้าสะเอวไปป่าหิมพานต์บวชเป็นฤๅษี บวชบุตรเป็นดาบสกุมาร อาศัยอยู่ในบรรณศาลา. ครั้นฤดูฝน ฝนตกไม่ขาดสาย มีลิงตัวหนึ่งถูกความหนาวเบียดเบียน เที่ยวเดินตัวสั่นฟันกระทบกัน. พระโพธิสัตว์หาท่อนไม้ใหญ่ ๆ มาก่อไฟแล้วนอนบนเตียง. ฝ่ายบุตรชายก็นั่งนวดเท้าอยู่. ลิงนั้นนุ่งห่มผ้าเปลือกไม้ของดาบสที่ตายไปแล้วรูปหนึ่ง ห่มหนังเสือเฉวียงบ่าถือหาบและน้ำเต้าปลอมเป็นฤๅษี มายืนหลอกลวงอยู่ที่ประตูบรรณศาลา เพราะต้องการไฟ. ดาบสกุมารเห็นลิงนั้น จึงอ้อนวอนบิดาว่า ข้าแต่พ่อ มีดาบสผู้หนึ่งถูกความหนาวเบียดเบียนยืนสั่นอยู่ พ่อเรียกดาบสนั้นเข้ามา ณ ที่นี้เถิด เขาจะได้ผิงไฟได้กล่าวคาถาแรกว่า :-
ฤๅษีผู้นี้ยินดีแล้วในความสงบและความ สำรวม ท่านถูกภัยคือความหนาวเบียดเบียน จึง มายืนอยู่ เชิญฤๅษีผู้นี้จงเข้ามายังบรรณศาลานี้ เถิด จะได้บรรเทาความหนาวและความกระวน กระวายให้หมดสิ้นไป.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อุปสมสญฺเม รโต คือ ยินดีในความสงบจากกิเลสมีราคะเป็นต้น และในความสำรวมด้วยศีล. บทว่าส ติฏฺติ คือเขายืนอยู่. บทว่า สิสิรภเยน ได้แก่ เพราะกลัวความหนาวที่เกิดแต่ลมและฝน. บทว่า อทฺธิโต ความว่า เบียดเบียนแล้ว. บทว่า ปวิสตุมํ ตัดบทเป็น ปวิสตุ อิมํ คือ เชิญเข้ามายังบรรณศาลานี้. บทว่า เกวลํ ได้แก่ ทั้งสิ้น คือ ไม่มีเหลือ.
พระโพธิสัตว์ฟังคำของบุตรจึงลุกขึ้นมอง รู้ว่าเป็นลิงจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
นี่ไม่ใช่ฤๅษีผู้ยินดีในความสงบและความ สำรวม เป็นลิงที่เที่ยวโคจรอยู่ตามกิ่งมะเดื่อ มัน เป็นสัตว์ประทุษร้าย ฉุนเฉียว และมีสันดาน ลามก ถ้าเข้ามาอยู่ยังบรรณศาลาหลังนี้ ก็จะพึง ประทุษร้ายบรรณศาลา.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ทุมฺพรสาขโคจโร ได้แก่ เที่ยวอยู่ตามกิ่งมะเดื่อ. บทว่า โส ทูสโก โรสโก จาปิ ชมฺโม ความว่าลิงเป็นสัตว์ชื่อว่า ประทุษร้ายเพราะประทุษร้ายที่ที่มันไปแล้ว ๆชื่อว่า เป็นสัตว์ฉุนเฉียว เพราะกระทบกระทั่ง ชื่อว่า เป็นสัตว์เลวทรามเพราะความเป็นผู้ลามก. บทว่า สเจ วเช ความว่าหากลิงนั้นเข้ามาอยู่ยังบรรณศาลานี้ ก็จะพึงประทุษร้ายบรรณ. ศาลาทั้งหมด ด้วยการถ่ายอุจจาระปัสสาวะรดและด้วยการเผา.
พระโพธิสัตว์ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงคว้าดุ้นฟืนติดไฟออกมาขู่ให้ลิงตกใจกลัวแล้วให้หนีไป. ลิงกระโดดหนีเข้าป่าไปไม่ได้ม้าที่นั้นอีก. พระโพธิสัตว์ยังอภิญญาและสมาบัติให้เกิดสอนการบริกรรมกสิณแก่ดาบสกุมาร. ดาบสกุมารทำอภิญญาและสมาบัติให้เกิดขึ้นแล้ว. ดาบสทั้งสองนั้นมีฌานมิได้เสื่อม ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น ตั้งแต่ครั้งก่อนภิกษุนี้ก็เป็นผู้หลอกลวงเหมือนกัน แล้วทรงประกาศสัจจธรรม ทรงประชุมชาดก. ครั้นจบสัจจธรรม บางพวกได้เป็นพระโสดาบัน บางพวกได้เป็นพระสกทาคามี บางพวกได้เป็นพระอนาคามี. ลิงในครั้งนั้นได้เป็นภิกษุหลอกลวงในครั้งนี้ บุตรได้เป็นราหุล ส่วนบิดา คือเราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถากปิชาดกที่ ๑๐
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สัพพทาฐชาดก ๒. สุนขชาดก ๓. คุตติลชาดก๔. วิคติจฉชาดก ๕. มูลปริยายชาดก ๖. พาโลวาทชาดก๗. ปาทัญชีลชาดก ๘. กิงสุโกปมชาดก ๙. สาลกชาดก๑๐. กปิชาดก.
จบ สิคาลวรรคที่ ๑๐
รวมวรรคที่มีในทุกนิบาตนี้ คือ
๑. ทัฬหวรรค ๒. สันถววรร ๓. กัลยาณธรรมวรรค๔. อสทิสวรรค ๕. รุหกวรรค ๖. นตังทัฬหวรรค ๗. พีรณัตถัมภกวรรค ๘. กาสาววรรค ๙. อุปาหนวรรค ๑๐. สิคาลวรรค.
จบ ทุกนิบาต พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่มที่ ๓ ภาคที่ ๔
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น
ติกนิบาตชาดก ๑. สังกัปปวรรค
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๕๒๒ – เล่ม ๕๘ หน้า ๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๒๒ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๑๐ กปิชาตกํ
อยํ อิสี อุปสมสญฺญเม รโตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุหกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
ตสฺส หิ กุหกภาโว ภิกฺขูสุ ปากโฏ ชาโต ฯ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส อสุโก ภิกฺขุ นิยฺยานิเก พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวา กุหกวตฺตํ ปูเรตีติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว เอส ภิกฺขุ อิทาเนว กุหโก, ปุพฺเพปิ กุหโกว อคฺคิมตฺตสฺส การณา มกฺกโฏ หุตฺวา กุหกมกาสีติ ๑- วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิกรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ปุตฺตสฺส อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา วิจรณกาเล พฺราหฺมณิยา มตาย ปุตฺตํ องฺเกนาทาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตมฺปิ ปุตฺตํ ตาปสกุมารํ กตฺวา ปณฺณสาลายํ วาสํ กปฺเปสิ ฯ วสฺสารตฺตสมเย จ อจฺฉินฺนธาเร เทเว วสฺสนฺเต เอโก มกฺกโฏ สีเตน ปีฬิโต ทนฺเต ขาทนฺโต กมฺเปนฺโต วิจรติ ฯ โพธิสตฺโต มหนฺเต ทารุกฺขนฺเธ อาหริตฺวา อคฺคึ กตฺวา มญฺจเก นิปชฺชิ ฯ ปุตฺตโกปิสฺส ปาเท ปริมชฺชมาโน นิสีทิ ฯ โส มกฺกโฏ เอกสฺส มตตาปสสฺส สนฺตกานิ วกฺกลานิ นิวาเสตฺวา ปารุเปตฺวา จ อชินจมฺมํ เอกํสํ กตฺวา
@เชิงอรรถ: ๑ โกหญฺญมกาสีติปิ ฯ กาชกมณฺฑลุํ อาทาย อิสิเวเสน อาคนฺตฺวา ปณฺณสาลทฺวาเร อคฺคิการณา กุหกกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐาสิ ฯ ตาปสกุมาโร ตํ ทิสฺวา ตาต ตาปโส เอโก สีตปีฬิโต กมฺปมาโน ติฏฺฐติ, อิธ นํ ปกฺโกสถ, วิสีเวสฺสตีติ ปิตรํ อายาจนฺโต ปฐมํ คาถมาห
อยํ อิสี อุปสมสญฺญเม รโต
ส ติฏฺฐติ สิสิรภเยน อทฺธิโต,
หนฺท อยํ ปวิสตุมํ อคารกํ,
วิเนตุ สีตํ ทรถญฺจ เกวลนฺติ ฯ
ตตฺถ อุปสมสญฺญเม รโตติ ราคาทิอุปสเม จ สีลสญฺญเม จ รโต ฯ ส ติฏฺฐตีติ โส ติฏฺฐติ ฯ สิสิรภเยนาติ วาตวุฏฺฐิชนิตสฺส สิสิรสฺส ภเยน ฯ อทฺธิโตติ ปีฬิโต ฯ ปวิสตุมนฺติ ปวิสตุ อิมํ ฯ เกวลนฺติ สกลํ อนวเสสํ ฯ
โพธิสตฺโต ปุตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา อุฏฺฐาย โอโลเกนฺโต มกฺกฏภาวํ ญตฺวา ทุติยํ คาถมาห
นายํ อิสี อุปสมสญฺญเม รโต,
กปิ อยํ ทุมฺพรสาขโคจโร, ๑-
โส ทูสโก โรสโก จาปิ ชมฺโม,
สเจ วเช อิมมฺปิ ทูสเย ฆรนฺติ ฯ
ตตฺถ ทุมฺพรสาขโคจโรติ ๑- ทุมฺพรานํ ๒- สาขโคจโร ฯ โส ทูสโก โรสโก จาปิ ชมฺโมติ โส เอว คตคตฏฺฐานสฺส ทูสนโต
@เชิงอรรถ: ๑ ทุมวรสาขโคจโรติปิ ฯ ๒ ทุมวรานนฺติปิ ฯ ทูสโก ฆฏฺฏนตาย โรสโก ลามกภาเวน ชมฺโม ฯ สเจ วเชติ ยทิ อิมํ ปณฺณสาลํ อุปวเช ปวิเสยฺย สพฺพํ อุจฺจารปสฺสาวกรเณน จ อคฺคิทาเนน จ ทูเสยฺยาติ ฯ
เอวญฺจ ปน วตฺวา โพธิสตฺโต อุมฺมุกํ คเหตฺวา ตํ สนฺตาเสตฺวา ปลาเปสิ ฯ โส อุปฺปติตฺวา วนํ ปกฺขนฺโต ๑- ตถา ปกฺขนฺโต เยว อโหสิ, น ปุน ตํ ฐานํ อคมาสิ ฯ โพธิสตฺโต อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา ตาปสกุมารสฺส กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ ฯ โส จ อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ อุปฺปาเทสิ ฯ เต อุโภปิ อปริหีนชฺฌานา พฺรหฺมโลกปรายนา อเหสุํ ฯ
สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนว โปราณกโต ปฏฺฐายเปส กุหโก เยวาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน เกจิ โสตาปนฺนา เกจิ สกทาคามิโน เกจิ อนาคามิโน อเหสุํ ฯ ตทา มกฺกโฏ กุหโก ภิกฺขุ อโหสิ, ปุตฺโต ราหุโล, ปิตา ปน อหเมวาติ ฯ
กปิชาตกํ ทสมํ ฯ
สิคาลวคฺโค ทสโม ฯ
ทุกนิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗